เรื่องย่อละคร แววมยุรา
ละคร แววมยุรา

บทประพันธ์โดย พนมเทียน บทโทรทัศน์โดย ทองเอก กำกับการแสดงโดย ต้น ชานนท์ สมฤทธิ์
โดยผู้จัด ปิยวดี มาลีนนท์ ออกอากาศครั้งแรก วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายนนี้ ทางช่อง 3
เรื่องย่อ แววมยุรา
สยุมภูว์ ทศพล (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) นักธุรกิจหนุ่มหล่อผู้ลึกลับ เก็บเนื้อเก็บตัวสุดๆ จนไม่เคยมีภาพใบหน้าของตนออกสื่อใดๆ เพิ่งกลับมาเมืองไทย หลังจากที่ไม่ได้มาเหยียบแผ่นดินแม่เลยร่วม 15 ปี เขาและ เพิ่มพงษ์ (จาตุรงค์ มกจ๊ก) มือขวาข้างกาย รีบมาพบ นิติธร (พิศาล อัครเศรณี) ทนายประจำตัวของ สีหราช ทศพล พ่อของเขาที่เพิ่งเสียชีวิตไป เพื่อรับฟังพินัยกรรมซึ่งมีเนื้อความว่า พ่อของเขายกบ้านไม้หลังเก่าและเงินจำนวนหนึ่งให้กับ นิติธร และยกกิจการของกลุ่มบริษัททศพลกรุ๊ปที่ใหญ่โต มูลค่ามหาศาลให้กับ สยุมภูว์ พร้อมระบุว่าถ้า สยุมภูว์ ไม่สามารถรับมรดกได้ ทศพลกรุ๊ปก็จะถูกยกให้ นิติธร และทายาทเป็นผู้รับมรดกแทน
คืนนั้น หลังมื้อค่ำ สยุมภูว์กับเพิ่มพงษ์เดินกลับมาที่รถ ทันใดนั้น ก็เกิดระเบิดขึ้น จนรถไหม้วอดไปทั้งคัน เห็นชายชุดดำสวมหมวกกันน็อกซึ่งใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิด พยักหน้าพอใจที่งานสำเร็จลุล่วง ก่อนจะบิดมอเตอร์ไซค์หนีหายไป แวว มยุรา (มารี เบรินเนอร์) ปรากฏตัวบนเวทีในงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์นำเข้าสุดหรูในโชว์รูม เธอคือพริตตี้ที่สวยเซ็กซี่และพูดพรีเซนต์รถยนต์ได้อย่างฉะฉาน คล่องแคล่ว โดย คำรพ (เกริก ชิลเลอร์) เจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์รุ่นนี้จ้างแววมาทำงานเป็นพริตตี้ของบริษัทตนในอัตราเงินเดือนสูง เพราะหลงรัก แวว จนมองไปถึงขั้นว่าเขาจะทำให้ แวว ยอมเป็นภรรยาเขาให้ได้ ขณะที่ แวว นั่งในรถ สาธยายถึงความไฮเทคของระบบปรับเบาะไฟฟ้าต่างๆ พอออกจากรถก็ปิดประตูหนีบเอาชายกระโปรงจนกระโปรงหลุด เหลือแต่กางเกงขาสั้นตัวจิ๋วที่ใส่ไว้ข้างใน สื่อมวลชนยิงแฟลชกันแปลบปลาบ ในห้องแต่งตัวหลังเวที คำรพ อดใจไม่ไหวลวนลาม แวว จนแววสุดจะทนตบหน้า คำรพ และตัดสินใจลาออกในที่สุด
แววต้องแบกรับภาระค่ารักษาตัวของ มารตี (นวลปรางค์ ตรีชิต) ผู้เป็นแม่ ที่เข้าใจว่าตนเองป่วยอยู่ตลอดเวลา อีกทั้ง วัณณรี (ปชาบดี ตัณฑปุตตะ) น้องสาวที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย และใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย แววกลุ้มใจหนัก จนต้องมาปรึกษาเรื่องการหางานทำกับ ชลธิชา (นุชนันทน์ อรัณยะนาค) และ เริงใจ (หรรษา จึงวิวัฒน์วงศ์) เพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย จนเพื่อนทั้งสองเห็นใจ จะช่วยหางานให้กับ แวว อีกแรง

นิติภูมิ (อนุชิต สพันธุ์พงษ์) ลูกชายคนเดียวของ นิติธร แค้นที่พ่อทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการรับใช้ คุณสีหราช และทศพลกรุ๊ป กระทั่งตอนที่แม่ของ นิติภูมิ ป่วยหนัก พ่อก็ยังไม่มีเวลาให้ จนแม่ต้องจากไปก่อนเวลาอันควร หนำซ้ำพ่อยังพูดชอบเปรียบเทียบ นิติภูมิ ที่เกเร กับ สยุมภูว์ ที่เรียนเก่ง และยังสามารถบริหารกิจการบริษัทในเครือทศพลกรุ๊ป จนประสบความสำเร็จน่าภาคภูมิใจ นิติภูมิ รู้สึกจงเกลียดจงชัง สยุมภูว์ เข้าไส้ จึงตัดสินใจว่าจ้าง ศักดา (ปิยะ วิมุกตายน) อดีตมือปืน กำจัด สยุมภูว์ เพราะเขารู้ว่าถ้ากำจัด สยุมภูว์ ซะกิจการทศพลกรุ๊ปทั้งหมดจะกลายเป็นของพ่อและของตน
เพิ่มพงษ์ ชี้แจงสถานการณ์ว่า สยุมภูว์ กำลังถูกตามฆ่า จึงควรจะหาเซฟเฮาส์ และอำพรางตัวซะ เพิ่มพงษ์ จึงซื้อร้านขายต้นไม้และรับจัดสวน Secret garden ให้ สยุมภูว์ จะได้เป็นที่ให้พักผ่อนและยังใช้บังหน้า เพื่อจะเป็นออฟฟิศ ที่จะเหมือนศูนย์บัญชาการ และบริหารกิจการทศพลกรุ๊ป และยังเช่าบ้านไว้อีกหลัง เพื่อเป็นที่นอน และยังมีประโยชน์ในแง่ที่ว่า ถ้าเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจะได้ย้ายสลับที่อยู่ได้
ทั้งสองมาถึงบ้านหลังน่ารักน่าอยู่ เพิ่มพงษ์ หันมาอีกที สยุมภูว์ ก็เดินเข้าบ้านไปแล้ว เพิ่มพงษ์ จึงตามเข้าไป แต่จริงๆแล้ว สยุมภูว์ เข้าผิดบ้าน เพราะบ้านที่รั้วติดกันก็คือบ้านของ แวว นั่นเอง แวว เพิ่งอาบน้ำเสร็จนุ่งผ้าเช็ดตัวเปิดประตูห้องน้ำมาเจอ สยุมภูว์ ถึงกับยืนตะลึงเพราะใบหน้าที่สวยถูกสเปคของ แวว แต่เขาก็โดนปาทั้งขวดแชมพู สบู่ แปรงล้างห้องน้ำ สยุมภูว์ พยายามอธิบายแต่แววโวยว่าเป็นพวกโรคจิตจะมาข่มขืน สยุมภูว์ เห็นว่า แวว ไม่ฟังคำอธิบาย จึงวิ่งออกมาจากบ้านและเจอเข้ากับเอกรินทร์ (ภพธร สุนทรญาณกิจ) เพื่อนของ แวว และเมื่อได้ยิน แวว ร้องโวยวายให้ช่วย เอกรินทร์ จึงต่อยหน้า สยุมภูว์ ทันที แวว สวมเสื้อคลุมเสร็จจะวิ่งมาซ้ำ แต่ เพิ่มพงษ์ รีบมาขวางไว้ทัน ก่อนจะชี้แจงให้ทุกฝ่ายเข้าใจกัน เมื่อถูกถามชื่อ สยุมภูว์ เกือบหลุดปากบอกชื่อจริง แต่ เพิ่มพงษ์ สวนไปว่าชื่อ จักร กังวาลไกร (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) เป็นลูกของพี่ชายของตน พร้อมแนะนำตัวเองว่าชื่อ น้าเพิ่ม กังวาลไกร เอกรินทร์ จึงรีบขอโทษ จักร เป็นการใหญ่

น้าเพิ่ม ผูกมิตรกับ แวว ในฐานะเพื่อนบ้านรั้วติดกัน แต่คู่ของ แวว กับ จักร กลับไม่ยอมปรองดองกัน จักร ก็โวยว่าแววไม่ยอมขอโทษ น้าเพิ่ม ชอบใจที่เห็น จักร ทะเลาะกับ แวว บอกว่าไม่เคยเห็น คุณสยุมภูว์ เป็นแบบนี้ งั้นต่อไปนี้ คุณสยุมภูว์ เป็น จักร แล้วก็ขอให้ทำตัวกวนๆ แบบนี้ให้ตลอดเลยแล้วกัน น้าเพิ่ม พา แจ๊ค (เฉลิมศักดิ์ แย้มคะมัง) ซึ่งเป็นญาติห่างๆที่ตนเอามาให้ช่วยงาน ทั้งทำงานบ้านที่นี่และไปช่วยที่ร้านขายต้นไม้ด้วย โดยต่อหน้า แจ็ค ทั้งสองจะเป็น น้าเพิ่ม กับ จักร ไม่หลุดว่าเป็น สยุมภูว์ ต่อหน้าใครทั้งนั้น
คืนนั้น ชลธิชา โทรหาแววคุยเรื่องที่ แวว ยังตกงาน แวว รีบหลบออกมาคุยที่สวนหย่อมในบริเวณบ้าน ชลธิชา ชวนให้ แวว มาช่วยงานในร้านกาแฟอีกคน แต่ แวว ปฏิเสธ คิดว่าตนจะต้องต่อสู้ทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ จักร อยู่แถวริมรั้ว ได้ยินและได้เห็นความกลัดกลุ้มของ แวว น้ำตาไหลออกมา ทำให้ จักร ได้เห็นว่า ภายนอกที่ทำตัวห้าว ข้างใน แวว ก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงเท่านั้น เอกรินทร์ ที่ทราบว่าแววยังไม่มีงานทำ พา แวว ไปสมัครงานตำแหน่งพีอาร์ที่บริษัทตัวแทนรถยนต์ญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง แต่ แวว โชคร้ายที่มีเรื่องกับ ไลลา (โชติกา วงศ์วิลาศ) น้องสาวของ เอกรินทร์ เสียก่อน จนกลายเป็นว่า แวว ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ ทำเอา ไลลา ฝังใจไม่ชอบหน้า แวว ตั้งแต่แรกพบ เอกรินทร์ ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่ง แวว ที่ร้านกาแฟ เริงใจ แสดงออกว่าชอบ เอกรินทร์ อย่างออกนอกหน้า ขณะที่ ชลธิชา ได้แต่แอบมองแต่ไม่แสดงออก
รุ่งขึ้น คำรพเข้ามาหาแววถึงในบ้าน เพื่อขอให้ แวว กลับไปทำงานกับตน แวว กลัวแม่และน้องจะรู้ความจริงว่าตนออกจากงานแล้ว จึงลากแขน คำรพ ออกมาคุยที่ข้างรั้วบ้าน คำรพ ยื่นข้อเสนอว่าจะขึ้นเงินเดือนให้ พร้อมเสนอว่าถ้าอยากมีรถมีคอนโดส่วนตัวก็คุยกันได้ แวว ปฎิเสธไม่ยอมขายศักดิ์ศรีกิน จักร ฟังอยู่ยิ่งประทับใจในตัวผู้หญิงคนนี้ คำรพ ยังบอกให้ แวว ไปพิจารณา แวว น้ำตาไหลพราก ที่ถูกพูดจาดูถูกศักดิ์ศรี จักร เกาะรั้วคุยแสดงความเห็นใจ แวว นึกว่า จักร จะซ้ำเติม ก็โวยประชดว่าอยากจะซ้ำเติมอะไรก็รีบๆ ซะ เพราะถ้ายังตกงานแบบนี้ อีกไม่กี่เดือนบ้านที่ขาดส่งมาร่วมปีก็คงจะต้องโดนยึด และถึงเวลานั้น แวว คงจะไม่มาเสนอหน้าให้นายคอยเยาะเย้ยซ้ำเติมแล้ว

จักรเห็นใจแววขนาดนอนไม่หลับ รุ่งขึ้นที่ร้านต้นไม้เลยไปนั่งหาวนั่งสัปหงก เพิ่มพงษ์ต้องเตือนให้จักรรีบสวมบทบาทสยุมภูว์ เพื่อบริหารทศพลกรุ๊ปให้เดินหน้าต่อไปได้ ชลธิชาชวนแววกับเริงใจมาซื้อต้นไม้ด้วยกัน แววได้เจอจักรก็ปะทะคารมกันอีก แววหมั่นไส้เลยใช้จักรให้ยกกระถางต้นไม้ขึ้นรถแล้วเปลี่ยนใจแกล้งให้ยกกลับคืน จนจักรเหนื่อยแต่จักรก็ยอมเพราะชอบแววเข้าให้แล้ว คืนนั้นจักรเห็นเอกรินทร์มาส่งแววที่บ้าน ก็ตั้งใจเดินออกมาทำเป็นเล็มต้นไม้ดูความเป็นไปของแวว เมื่อเอกรินทร์กลับไปบังเอิญมีงูเลื้อยมาทางแววมยุรา ด้วยความตกใจแววโดดเข้ากอดจักรซะกลม วัณณรีกับมาลตีออกมาเห็นเข้า มาลตีไม่พอใจกับภาพที่เห็นนัก เพราะเข้าใจว่าจักรเป็นคนจน ไม่อยากให้ลูกสาวไปพัวพันด้วย แต่จักรเสนอตัวว่าจะช่วยจัดสวนให้ สวนจะได้ไม่รกจนงูเข้ามาอีก วัณณรีจึงรีบออกปากตกลงเพื่อช่วยเหลือจักรอีกแรง
ชลธิชาช่วยหางานให้แววไปเป็นนางแบบวันประมูลงานศิลปะและเครื่องเพชรที่แกลเลอรี่ของ นุกูล (สมภพ เบญจาธิกุล) พ่อของชลธิชา แววบอกว่าจะทำงานนางแบบนี้เป็นจ็อบสุดท้าย เพราะอยากทำงานที่ได้ใช้ความสามารถจริงๆ ในงานประมูลงานศิลปะและเครื่องเพชร นอกจากนุกูลและชลธิชายังมีคำรพ ไปปรากฏตัวอยู่ในงานเพราะต้องการตามตื๊อแวว คำรพบอกว่าจะประมูลสร้อยเพชรให้แวว แววเป็นนางแบบที่คอยพรีเซนต์งานศิลปะภาพเขียนและเครื่องเพชรที่นำมาประมูล และยังมีไลลามารับหน้าที่เหมือนแววในงานนี้ จนถึงการประมูลสร้อยเพชรโบราณชิ้นสำคัญ นุกูล คำรพ ประมูลสู้กันจนราคาสูงไปถึงหกล้าน พิธีกรงานประมูลนับถอยหลังแต่ก่อนจะเคาะแล้วขาย ชายคนหนึ่งก็ประมูลไปในราคาเจ็ดล้านบาทโดยแนะนำตัวว่าเขาคือ วงศกร เลขาหมายเลข 3 ของคุณสยุมภูว์ ทศพล หลังเลิกงาน คำรพตามตื๊อแววพร่ำบอกว่าจะดูแลส่งเสียทั้งแววและครอบครัวอย่างดี คำรพฉุดแววให้ขึ้นรถของตนแต่จักรโดดมาช่วยไว้ โดยแลกหมัดกับคำรพจนได้แผลกลับไปคนละเล็กละน้อย ไลลาได้เห็นจักรก็ยังพร่ำเพ้อว่าแมนเต็มร้อยดูฮีโร่ถูกใจสุดๆ แถมยังเข้าไปปะทะคารมกับแววที่ต่างคนต่างไม่ยอมลงให้กัน จนเอกรินทร์ชักจะปวดหัวกับน้องสาวสุดเปรี้ยวคนนี้ต้องดึงไลลาพากลับบ้านไป จักรจึงได้อาสาไปส่งแววด้วยรถกระบะสภาพบุโรทั่งของตน และเมื่อถึงบ้านแววขอบคุณเขาด้วยการทำแผลให้ แต่พอจักรพูดกวนใส่แววเลยหนักมือไปหน่อย จักรเลยเผลอไปดึงมือแววออก เพียงแค่จับมือทั้งสองก็รู้สึกหวั่นไหวกันเล็กๆ น้าเพิ่มกับแจ็คมั่นใจว่าเจ้านายของตนท่าทางจะหลงเสน่ห์สาวข้างบ้านคนนี้เข้าแล้วอย่างแน่นอน
นิติภูมิเห็นข่าวจากหน้าทีวี ที่เป็นเอกรินทร์รายงานว่าตัวแทนของสยุมภูว์ประมูลเครื่องเพชรไป ก็รีบโทรหาศักดาโวยว่าไอ้สยุมภูว์ยังมีชีวิตอยู่ และด่าศักดาที่ถ่ายรูปหน้าตาของสยุมภูว์ให้ตนไม่ได้ ทำให้ตนไม่รู้ว่าสยุมภูว์หน้าตาเป็นยังไง จักรจัดสวนให้บ้านแววและตั้งใจนำต้นแววมยุรามาจัดให้โดยเฉพาะ แววยิ้มปลื้มรู้สึกถึงสิ่งดีๆที่จักรหยิบยื่นให้ และการที่จักรจัดสวนให้แววครั้งนี้ ทำให้ทั้งสองเริ่มเปิดใจที่จะคุยกันมากขึ้น แววชอบใจต้นแววมยุราจนถึงกับเอาเฟรมพร้อมขาตั้งมาเพ้นท์ภาพสีน้ำมัน จักรเห็นเข้าก็ทึ่งเพิ่งได้รู้ว่าแววมีฝีมือทางด้านศิลปะ ยุให้แวววาดภาพให้เยอะๆเพื่อจัดนิทรรศการแสดงภาพที่แกลเลอรี่ไปซะเลย ชลธิชาเห็นดีด้วยกับการแสดงภาพเขียนของแวว เพราะแกลเลอรี่ก็เป็นของนุกูลพ่อของเธอเอง เริงใจกับเอกรินทร์ก็อาสามาช่วยแต่แววก็หมดไฟที่จะวาดรูปต่อ เพราะได้รับการติดต่อจากธนาคารให้ส่งค่างวดผ่อนบ้านที่ค้างอยู่หลายเดือน ซ้ำร้ายทั้งมาลตีและวัณณรีก็ใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยจนแววไม่มีเงินเหลือเก็บอีกแล้ว

เมื่อจักรรู้เรื่องที่แววกำลังร้อนเงิน จักรมอบพวงกุญแจรูปดาวที่เป็นคริสตัลสวยใสให้กับแววพร้อมบอกว่าอยากได้อะไรให้อธิษฐานกับดาวดวงนี้ จักรคะยั้นคะยอให้แววเอ่ยคำอธิษฐาน แววพูดๆไปว่าขอให้ได้งานเงินเดือนดีๆ จักรรีบให้นิติธรติดต่อแววมาทำงานในตำแหน่งเลขาของสยุมภูว์ ทศพล เจ้าของและประธานกรรมการของทศพลกรุ๊ป โดยจะสั่งงานผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์
รุ่งขึ้นนิติธรมาพบแววถึงที่บ้าน โดยมีนิติภูมิแอบตามมาซุ่มสังเกตการณ์และคลาดสายตากับจักรไปอย่างหวุดหวิด เพราะคิดว่าจะทำให้ได้พบตัวของสยุมภูว์ นิติธรอ้างว่าคุณสยุมภูว์เห็นแววจากงานประมูลเพชรแล้วถูกชะตา โดยเสนอเงินเดือนที่สูงถึงสามแสนบาท แววตกลงใจทำงานเพราะอยากพิสูจน์ความสามารถของตนเองมากกว่าเงิน นิติธรเอาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คบางเฉียบมาให้ แววเริ่มต้นเปิดจอเปิดเวปแคมกับฝ่ายสยุมภูว์ที่เป็นเงาดำมืดและเห็นแต่ตัวไม่เห็นหน้า ภารกิจที่สยุมภูว์ให้แววทำนั้นก็มีแต่เรื่องหาของกิน แต่เป็นแบบประเภทเร่งด่วนให้ทันเวลาซึ่งไม่มีเรื่องงานบริษัทอะไรให้ทำ จนแววเริ่มสงสัยว่าสยุมภูว์เป็นเจ้านายประเภทไหนกันแน่
ทางด้านของจักรในคราบของสยุมภูว์อยู่ในห้องบัญชาการในร้านต้นไม้กับน้าเพิ่ม ทั้งสองขำสะใจที่ได้แกล้งทดสอบแวว แต่แววก็ทำภารกิจทุกอย่างเสร็จสิ้นได้ด้วยดี คืนนั้น แววกลับบ้านอย่างเหน็ดเหนื่อยหมดสภาพ แววด่าสยุมภูว์ให้จักรฟังเพราะไม่รู้ว่าสองคนนี้คือคนเดียวกัน แววบ่นอยากเห็นหน้าสยุมภูว์มากๆ เพราะมั่นใจว่าต้องโรคจิตหรือไม่ก็เพี้ยนแน่ๆ จักรสะดุ้งโหยงรีบแก้ให้ว่ามหาเศรษฐีคงเป็นแบบนี้ไม่เหมือนคนจนๆอย่างตนที่กินอยู่แบบธรรมดาๆ ร้านกาแฟของชลธิชามียอดขายตกลงไป เอกรินทร์อาสาช่วย เพราะตนต้องถ่ายทำข่าวที่ต้องสัมภาษณ์คนบ่อยๆก็เลยคิดว่าจะมาสัมภาษณ์ที่ร้านกาแฟนี้เพื่อเป็นการโปรโมต ถึงวันที่มาถ่ายทำเริงใจดี๊ด๊าโบกมือเข้ากล้อง แถมยังทำหน้าปลื้มเอกรินทร์อย่างชัดเจน ความช่วยเหลือจากเอกรินทร์ได้ผลดีมีลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น

จักรเริ่มชอบแววมากขึ้นเรื่อยๆจนน้าเพิ่มสังเกตเห็น เมื่อแววกลับมาบ้าน มาลตีบอกแววว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่าค่างวดที่ค้างไว้ คุณสยุมว์ภู ทศพล เคลียร์ให้หมดแล้ว แววทั้งดีใจ แต่ก็ไม่ไว้ใจว่าคุณสยุมภูว์หวังอะไรจากตนกันแน่ ชลธิชา เอกรินทร์ เริงใจ ช่วยกันติดตั้งภาพเขียนสีน้ำมันสีจัดจ้านที่สื่อถึงดอกแววมยุรา เพียงแค่ติดตั้งเสร็จ นุกูลก็แจ้งข่าวดีว่าตนส่งภาพถ่ายงานของแววไปให้คอลเลคเตอร์ที่เป็นฝรั่งดูและขอซื้องานทุกชิ้นของแวว การทำตัวลึกลับของสยุมภูว์ยิ่งกระตุ้นให้แววอยากรู้ว่าเขาคือใคร เมื่อได้พบนิติธรอีกครั้งแววอ้างว่าอยากจะขอบคุณกับความมีน้ำใจกรุณาของสยุมภูว์ จึงอยากเข้าพบเพื่อกราบขอบคุณสักครั้ง นิติธรได้แต่ส่ายหน้าเพราะสยุมภูว์ไม่มีวันให้ใครเข้าพบ แม้แต่เขาเองก็ต้องรอให้สยุมภูว์เป็นฝ่ายติดต่อมาเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น และแววก็ต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายมาหนักยิ่งขึ้น แต่จักรก็คอยช่วยเหลือแววจนงานสำเร็จไปได้ตลอดเวลา
เอกรินทร์พอเข้าใจว่าจักรกับแววนั้นมีใจให้กัน จึงไปปรับทุกข์กับชลธิชาและเริงใจที่ร้านกาแฟ ไลลาที่มากับเอกรินทร์ได้ยินเข้าก็สงสารพี่ชายก็เลยยิ่งเพิ่มดีกรีความเป็นปฏิปักษ์กับแวว ฝ่ายเริงใจพอได้ยินว่าเอกรินทร์ผิดหวังจากแวว ก็รีบเชียร์ให้ตัดใจและลองพยายามมองๆคนอื่นบ้างดีกว่า ไลลาจึงแนะนำให้เอกรินทร์รู้จักกับ แป้งร่ำ (ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด) เพื่อนนางแบบของตนเอง แป้งร่ำมีทีท่าชอบเอกรินทร์อย่างมากถึงขนาดเข้าไปอยู่ในห้องของเอกรินทร์ในวันที่เขาเมา แล้วบอกกับชลธิชากับเริงใจว่าเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเอกรินทร์แล้ว ชลธิชาแอบเสียใจแต่เริงใจไม่เชื่อคำพูดของแป้งร่ำเลยสักนิด
นิติภูมิพยายามวางแผนกำจัดสยุมภูว์ทุกวิถีทางโดยมีศักดาเป็นผู้ช่วย แต่ไม่ว่ายังไงสยุมภูว์ก็รอดเงื้อมือไปได้ทุกครั้งจนเขาแค้นจัด นิติธรเองก็เริ่มแปลกใจในท่าทีของลูกชายที่มักมีอะไรแอบแฝงตนเอง เมื่อครั้งที่ อาเหลียง (มาวิน ทวีผล) นักธุรกิจชาวต่างชาติจะมาเซ็นต์สัญญาร่วมทุนกับสยุมภูว์ นิติภูมิรู้เข้าก็วางแผนจับตัวอาเหลียงไปโดยล่อให้สยุมภูว์มาช่วย สยุมภูว์กับเพิ่มพงษ์มาช่วยจริงๆแต่ก็สามารถฝ่าวงล้อมนักฆ่านำตัวอาเหลียงออกไปจนได้ อาเหลียงประทับใจในตัวสยุมภูว์ยอมเซ็นต์สัญญาร่วมทุนแต่โดยดี สร้างความแค้นใจหนักให้กับนิติภูมิมากยิ่งขึ้น
ด้วยความใกล้ชิดกับแววมยุรามากขึ้นทุกวันในคราบของจักร เพิ่มพงษ์จึงเตือนให้จักรสารภาพความจริงกับแววว่าเขากับสยุมภูว์คือคนๆเดียวกัน ก่อนที่จะสายเกินไป หากแววมยุรารู้ความจริงแล้วโกรธจนไม่มองหน้าจักรอีก จักรจึงให้นิติธรจัดงานเลี้ยงสวมหน้ากากขึ้นเพื่อที่เขาจะได้เปิดเผยตนเองเสียที แววมยุราดีใจมากที่จะได้พบสยุมภูว์ซะที ในงานเลี้ยงทุกคนไปกันพร้อมหน้าทั้งพนักงานในบริษัทที่รอการปรากฏตัวของสยุมภูว์ รวมทั้งเพื่อนๆของแววทุกคน นิติภูมิเองก็มารอดูหน้าตาของสยุมภูว์ด้วย เมื่อสยุมภูว์เปิดหน้ากากออกมาแววถึงกับอึ้งไป เมื่อได้เห็นหน้าเขาชัดๆว่าเขาคือคนๆเดียวกับจักรนั่นเอง สยุมภูว์สารภาพรักกับแววมยุรากลางเวทีและขอให้เธอให้อภัยเขาที่ต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงตลอดมา แต่ยังไม่ทันที่แววมยุราจะตั้งตัวเสียงปืนก็ดังขึ้นเสียก่อน เพราะนิติภูมิให้ศักดาเข้าไปขโมยของในตู้เซฟบ้านสยุมภูว์ ด้วยความเป็นห่วง สยุมภูว์จึงส่งให้แววกลับบ้านไปก่อน ทั้งสยุมภูว์และเพิ่มพงษ์จับตัวศักดาไว้ไม่ทัน

เริงใจหาวิธีพิสูจน์ว่าแป้งร่ำท้องกับเอกรินทร์หรือไม่ จึงให้เอกรินทร์พาแป้งร่ำไปตรวจท้องที่โรงพยาบาล แป้งร่ำจึงสารภาพออกมาว่าแท้ที่จริงเธอไม่ได้ท้อง แต่เธอต้องการเอาชนะชลธิชากับเริงใจจึงพยายามแย่งชิงเอกรินทร์มา เอกรินทร์ซึ่งเริ่มมีใจให้กับแป้งร่ำ หลังจากที่ได้อยู่ใกล้ชิดกันมานานก็เข้าอกเข้าใจในตัวแป้งร่ำเป็นอย่างดี ทำให้เอกรินทร์ให้อภัยแป้งร่ำในที่สุด แล้วให้แป้งร่ำกลับตัวกลับใจมาเริ่มต้นใหม่กับเขาอีกครั้ง นิติภูมิยังเดินแผนขั้นต่อไปเขาส่งคนไปฉุดแววถึงที่บ้านเพื่อล่อให้สยุมภูว์มาช่วย สยุมภูว์มาช่วยแววจริงๆแววซึ้งใจมาก แววรอดมาได้แต่สยุมภูว์เจ็บตัวเกือบปางตาย ทั้งศักดาและนิติภูมิซ้อมเขาอย่างหนัก พอดีนิติธรเข้ามาเห็นเหตุการณ์จึงช่วยสยุมภูว์ไว้ โดยนิติภูมิป้ายความผิดให้ศักดาและยิงศักดาตายในที่เกิดเหตุนั่นเอง
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น สยุมภูว์ก็ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลทันทีเพราะเขาไม่ได้สติอีกเลย เมื่อฟื้นมาอีกครั้งสยุมภูว์ก็สูญเสียความทรงจำ เขาจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่แวว แววแอบเสียใจอยู่ลึกๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ไลลาได้ทีจึงสวมบทเป็นแฟนของสยุมภูว์ สร้างความแค้นใจให้เริงใจเป็นอย่างมากที่ไม่รู้จะช่วยแววได้อย่างไร เพิ่มพงษ์เองก็ให้แววมาดูแลสยุมภูว์ไม่ห่าง อีกทั้งเพิ่มพงษ์ยังนำภาพที่แววเคยวาดให้สยุมภูว์มาติดไว้ที่ห้องในโรงพยาบาลอีกด้วย เพิ่มพงษ์พาสยุมภูว์กลับไปที่คฤหาสน์ทศพลโดยมีแววตามไปดูแลด้วย แววเริ่มเล่าเรื่องที่เธอและเขาไปทำงานด้วยกันที่ไร่ทศพล สยุมภูว์เห็นแววมีความสุขมากจากที่เธอเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง เขาเริ่มนึกย้อนอดีตได้เป็นบางช่วง และพอดีกับที่นิติภูมิเข้ามาพูดคุยกับเขาเพิ่งหยั่งเชิงว่าสยุมภูว์จำเหตุการณ์วันที่นิติภูมิกำลังจะยิงเขา ทำให้ความทรงจำเริ่มเข้ามาเป็นช่วงๆ สยุมภูว์เริ่มจำใบหน้าของนิติภูมิจากเหตุการณ์ในวันนั้นได้บ้างแล้ว
ตำรวจเริ่มสืบหาเบอร์โทรศัพท์ลายนิ้วมือของนิติภูมิได้ โดยเพิ่มพงษ์ให้ความร่วมมือนำลายนิ้วมือของนิติภูมิไปให้ตำรวจพิสูจน์ แล้วยังมีคลิปวีดิโอที่นิติภูมิเคยนัดศักดาไปพูดคุย นิติธรได้เห็นคลิปนั้นจากเพิ่มพงษ์ เขาเริ่มกังวลว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นกับลูกชายตนเองในไม่ช้า นิติภูมิรู้ตัวว่าตำรวจกำลังจะตามจับตน จึงหลอกให้แววขึ้นรถมาด้วยและลักพาตัวแววไป ทั้งสยุมภูว์เพิ่มพงษ์และนิติธรออกตามหาทันทีและเจอนิติภูมิกับแววในที่สุด นิติภูมิจับแววเป็นตัวประกัน ความทรงจำของสยุมภูว์เริ่มกลับคืนมาและจำได้ว่านิติภูมิคือคนที่ทำร้ายตนเองและป้ายความผิดให้ศักดา สยุมภูว์เข้าช่วยแววจึงถูกนิติภูมิยิง นิติภูมิต่อสู้กับเพิ่มพงษ์จนพลัดตกสะพานแต่นิติธรคว้ามือไว้ นิติภูมิน้อยใจว่านิติธรเอาแต่ห่วงสยุมภูว์ จึงปล่อยมือพ่อตกลงไปในแม่น้ำมีสยุมภูว์กระโดดไปช่วย แต่นิติภูมิยังไม่หายแค้นต่อสู้กับสยุมภูว์ในน้ำจนทั้งคู่หมดสติไป
สยุมภูว์ได้รับการช่วยชีวิตเอาไว้ทัน แต่นิติภูมิกลับเสียชีวิตที่นั่นเอง นิติธรบวชให้กับการจากไปของนิติภูมิ แววเองก็หดหู่ใจไม่น้อย เขาขอลาสยุมภูว์ไปที่ไร่ทศพลที่เชียงใหม่เพื่อไปหาหลินและตงตง รวมทั้งไปดูดอกไม้ของพ่อสยุมภูว์ที่เธอและตงตงเคยดูแล้วเอาไว้ซึ่งมันออกดอกแล้ว สยุมภูว์แกล้งทำเป็นไม่สนใจ แต่แท้ที่จริงเขาตั้งใจไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับแววที่นั่น แววดีใจมากที่สยุมภูว์ตามมาที่ไร่ สยุมภูว์บอกจะทำทุกอย่างให้แววพอใจในคราบของนายจักร แววดีใจไม่น้อยที่ได้กลับมาอยู่กับจักรอีกครั้ง ทั้งสองตกลงใจที่จะเริ่มใช้ชีวิตร่วมกันที่ไร่ทศพลนั่นเอง
ฟังเพลง ไม่รู้จะเลือกใคร เพลงประกอบละคร แววมยุรา
คาแรคเตอร์ตัวละคร ดอกโศก
คาแรคเตอร์ตัวละคร ดอกโศก
ฝากผลงานละครคุณภาพมาแล้วหลายเรื่องต่อหลายเรื่อง อาทิ แก้วล้อมเพชร, ชิงชัง ที่สร้างความประทับใจจนคว้ารางวัลมาการันตีจากหลายสถาบัน และอีกไม่นานเกินรอ ผู้กำกับมากฝีมือ สันต์ ศรีแล้วหล่อ ก็เตรียมส่งละครดราม่าเข้มข้น ดอกโศก ที่เจ้าตัวภูมิใจนำเสนอให้แฟนๆได้ชมกัน งานนี้นอกจากได้ผู้เขียนบทมือหนึ่งอย่าง ศัลยา แล้วยังรวมเอานักแสดงมากฝีมือมาประชันบทบาทกันล้นจอ อยากรู้การทำงานครั้งนี้จะสนุกสนานแค่ไหน ไปฟังกัน
ดอกโศก เป็นละครเก่าที่นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นประพันธ์ที่ค่อนข้างแรง เพราะเป็นเรื่องราวชิงรักหักสวาทระหว่างแม่กับลูก ที่ดันไปชอบผู้ชายคนเดียวกันจนกลายเป็นเรื่องขึ้นมา โดยส่วนตัวผมอยากทำเรื่องนี้อยู่แล้ว มีเวลาพอเราก็เลยตกลงทำเรื่องนี้กันครับ งานนี้ปรากฏว่าพอผมได้อ่านบทแล้วรู้สักประหลาดใจมาก เพราะแตกต่างไปจากบทเดิมๆ ที่ผมเคยอ่านและต่างไปจากสไตล์ที่ผมเคยทำมามันมีความเข้มข้นมาก ทุกเนื้อหา ทุกบทสนทนาของเรื่องมีความหมายชั้นเชิง ยิ่งเราได้นักแสดงที่มากฝีมือมาสวมบทบาทตัวละครแต่ละตัวก็ยิ่งทำให้การทำงานครั้งนี้สนุกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ป้อง – ณวัฒน์, เจี๊ยบ -โสภิตนภา, ลูกเกด -เมทนี, พี่อุ้ย- เกรียงไกร, พี่เจี๊ยบ – ปวีณา, พี่เปิ๊ล – จารุณี, พี่หมู – กลศ และทุกท่านเลย แต่ละคนจะมากันแบบเต็มที่ไม่มีใครยอมใคร ผมก็มาปรับจูนอีกนิดๆหน่อยๆก็ออกมากลมกล่อมลงตัวครับ ผมก็ตั้งใจและอยากให้ละคร ดอกโศก เรื่องนี้เป็นละครที่ดาวพรูดูเพลินอยู่แล้ว คือมีดารามากมายและไม่ว่าจะตัดภาพไปทางไหนก็มีแต่เล่นเก่งเล่นดี ซึ่งก็เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ ส่วนนางเอกใหม่ น้องเฌอเบลล์ ก็ทำออกมาได้ดีมากเช่นกัน ถือว่าเป็นคนมีพรสวรรค์ทางการแสดง รวมถึงนักแสดงหน้าใหม่อย่างน้องๆ The Star เซน-กวาง-แอปเปิ๊ล ก็มีความตั้งใจและพร้อมที่จะเรียนรู้ไปกับเรา ครั้งนี้ผมและทีมงานทุกคนต่างตั้งใจทำกันเต็มที่สุดฝีมือ ก็หวังใจว่า ดอกโศก เวอร์ชั่นนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนๆเช่นเคยนะครับ
อ่านเรื่องย่อละคร ดอกโศก
ติดตามคาแรคเตอร์ตัวละครโดย
คลิกที่รูปนักแสดงในละครดอกโศกด้านล่าง






เรื่องย่อละคร ดอกโศก
เรื่องย่อ ดอกโศก
บทประพันธ์โดย ศรีทอง ลดาวัลย์ บทโทรทัศน์โดย ศัลยา แนวละคร ดราม่า
กำกับการแสดงโดย สันต์ ศรีแก้วหล่อ อำนวยการผลิตโดย นิพนธ์ ผิวเณร และถกลเกียรติ วีรวรรณ
พลเอกสุดเขต รัตนชาติพัลลภ (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) พบว่าเด็กหญิงขายหนังสือพิมพ์ ณ สี่แยกแห่งหนึ่งที่มาเป็นลมล้มอยู่ข้างรถ คือหลานที่เกิดจากลูกสาวของ สมใจ (ปวีณา ชารีฟสกุล) เมียคนใช้ของตนที่หนีออกจากบ้านไปเมื่อกว่า 30 ปีมาแล้ว สุดเขตจะเอาหลานมาเลี้ยงแต่สมใจไม่ยอม ท่านจึงให้ เพ็ญพักตร์ (เมทินี กิ่งโพยม) ลูกสาวคนโตไปซื้อตัว ดอกโศก (ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์) จากสามีใหม่ผู้เห็นแก่เงินของสมใจ
สุดเขตเปลี่ยนชื่อหลานสาวจาก ดอกโศก เป็น อภิรมย์ฤดี การมาอยู่ในตึกใหญ่ของสกุลเก่าแก่ไม่ทำให้ ดอกโศก สุขสบาย ทั้งบ้านมีแต่คนเกลียดชังเธอ นับตั้งแต่ เพ็ญพักตร์ และ เพ็ญตระการ (แอริน ยุกตะทัต) ลูกสาว สุดสวย (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) ลูกสาวคนเล็กของคุณตา ช่วงแรก ดอกโศก ไม่ยอมและตอบโต้ด้วยวิธีการของเด็กที่เติบโตมาอย่างตีนถีบปากกัด หลายปีผ่านไป ดอกโศก โตขึ้นพร้อมกับความตระหนักว่าต้องอดทน สงบเสงี่ยมเจียมตนและต้องเอาความดีชนะความโกรธเกลียดทั้งปวง เธอจึงอยู่ได้อย่างมีความสุข
ย้อนไปเมื่อตอน ดอกโศก ยังขายหนังสือพิมพ์ที่สี่แยก เด็กหญิงได้พบ อัศนัย (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) ชายหนุ่มใจดีที่ซื้อหนังสือพิมพ์เป็นประจำ อัศนัยรู้สึกผูกพันกับดดอกโศกอย่างประหลาดและบังเอิญเหลือเกินที่ อัศนัย เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับ ตระกูล (เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล) สามีของเพ็ญพักตร์ เขาจึงมีโอกาสติดตามชีวิตของดอกโศกด้วยความเมตตาจริงใจ คอยปลอบโยนให้กำลังใจและช่วยเหลือดอกโศกจนโตเป็นสาวรุ่น ดอกโศกจึงบูชาอัศนัย ความผูกพันซึ่งกันและกันถูกถักทอจนกลายเป็นความรักอย่างลึกซึ้ง แต่ความรักนี้ต้องซ่อนเร้นเพราะ เพ็ญตระการ ก็หลงรัก อัศนัย อยู่เช่นกัน
วันหนึ่ง อัศนัย พบ ปรียากมล (โสภิตนภา ชุ่มภาณี) แม่ม่ายสาวสวยที่หวนกลับมาเพื่อรื้อฟื้นความรักความหลังที่มีต่อกันเมื่อครั้งเป็นวัยรุ่น ปรียากมล รุก อัศนัย ตลอดเวลาด้วยชั้นเชิงของผู้หญิงที่เจนจัดในสนามรักจน อัศนัย เกือบจะเผลอกายไปหลายครั้ง และเธอยังทราบอีกว่าบัดนี้มีผู้หญิงที่เป็นศัตรูหัวใจถึงสองคน คือ ดอกโศก และ เพ็ญตระการ เธอจึงตั้งใจว่าจะสู้จนสุดชีวิต เพื่อไม่ให้สูญเสีย อัศนัย ไป
เมื่อ สุดเขต เกิดเสียชีวิตกะทันหัน ดอกโศก ตัดสินใจกลับมาอยู่กับยายและทำงานเป็นไกด์นำเที่ยว ทำให้เธอได้พบกับ มิสซิสเบนส์ (จารุณี สุขสวัสดิ์) ทันทีที่เห็นสร้อยกางเขนที่ ดอกโศก สวม มิสซิสเบนส์ ก็รู้ว่านี่คือหลานสาวที่เกิดจากลูกชายของตนที่ตายไป เธอจึงพา ดอกโศก ไปอยู่อเมริกา เพราะต้องการให้หลานสาวหลุดพ้นจากการรุกรานของ ปรียากมล และ เพ็ญตระการ มิสซิสเบนส์ ชักนำ เอ็ดดี้(กันต์ดนย์ อะคหแซน) หนุ่มน้อยชาวอเมริกันให้ ดอกโศก แต่ ดอกโศก ไม่มีใจให้ใครอีก คุณย่าจึงพา ดอกโศก กลับเมืองไทยเพื่อพิสูจน์ความรักของ อัศนัย อีกครั้ง ดอกโศก ไปทำงานที่โรงแรมของ ภักดิ์ภูมิ(อัครัฐ นิมิตรชัย) ชายหนุ่มที่หลงรัก ดอกโศก ทันทีเมื่อแรกพบ แม้ว่าเขาเองจะมี ฉัตรทอง (กวาง เดอะสตาร์7) ลูกสาวเพื่อนพ่อที่เป็นคู่หมายกันอยู่
ความรักหลายเส้าดำเนินไปอย่างเข้มข้น เพ็ญพักตร์ ผลักดันลูกสาวให้ อัศนัย อย่างเต็มที่ ปรียากมล เองก็ใช้ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับ อัศนัย เป็นเครื่องผูกมัด แต่ อัศนัยไม่ยอมและยังแสดงออกทุกอย่างว่า ดอกโศก เท่านั้นที่เป็นตัวจริง โชคเข้าข้าง เพ็ญพักตร์ เมื่อรู้ว่า ปรียากมล นั้นแท้จริงคือแม่แท้ๆ ของ ดอกโศก เพ็ญพักตร์ จึงหวังจะใช้ความลับนี้เป็นเครื่องมือกำจัดสองแม่ลูกไปให้พ้นทาง แต่การณ์กลับผิดคาดเพราะแทนที่ ปรียากมล จะหยุด กลับยิ่งทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะ ดอกโศก ให้ได้ สุดท้ายสงครามความรักระหว่างแม่กับลูกในไส้จะลงเอยเช่นไร อัศนัย กับ ดอกโศก จะสมหวังในรักหรือไม่? ตามลุ้นต่อได้ในละคร ดอกโศก ทางช่อง 5 ออกอากาศตอนแรก จันทร์ที่ 9 เมษายนนี้
อ่านคาแรคเตอร์ตัว ละคร ดอกโศก
เรื่องย่อละคร ลูกผู้ชายไม้ตะพด
เรื่องย่อ ลูกผู้ชายไม้ตะพด

บทประพันธ์ วรการ – พิง ลำพระเพลิง บทโทรทัศน์ พิง ลำพระเพลิง กำกับการแสดง เอกภพ ตันหยงมาศกุล
เริ่มวันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2555 ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7
เรื่องย่อละคร ลูกผู้ชายไม้ตะพด
ไม้ (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) ถูกทิ้งไว้บนเบาะหลังของรถขนส่ง คนที่เก็บเขามาเลี้ยงคือ เมฆ (เคลลี่ ธนพัฒน์) คนขับรถร่วมบขส.ขาเป๋ มีข่าวลือว่าเมฆเคยเป็นนักเลงมาก่อน แต่หันหลังให้วงการแล้วอย่างสิ้นเชิง ไม้พยายามหาความจริงเรื่องอดีตเมฆ แต่เมฆไม่เคยปริปาก คนที่รู้ประวัติของ เมฆ คือ ผู้พันเทพ (นภัสกร มิตรเอม) นายทหารนอกราชการเจ้าของวินรถตู้ที่ตั้งตนเป็นใหญ่ ขับทับเส้นสัมปทานรถร่วม บขส ของ เจ๊กี (อภิรดี ภวภูตานนท์) เจ้าของสัมปทานอย่างไม่สนใจ ผู้พันเทพเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงนักเลงหัวไม้ว่าเป็นผู้ครอบครองไม้ตะพดเลือด ที่ทำมาจากแก่นไม้จันพันปี ลากข้ามน้ำมาจากพม่า แต่เดิมเป็นของฤๅษีตาไฟองค์หนึ่งที่ใช้ไม้นี้เฆี่ยนเสือสมิงจนตายเมื่อคราวที่ท่านธุดงค์ปราบโอปาติกะเหล่าสัมภเวสีอยู่แถบเทือกเขาตะนาวศรี ว่ากันว่าหมาเฝ้าบ้านตัวที่ว่าดุแสนดุ เมื่อได้กลิ่นสาบเสือจากเนื้อไม้ ถึงกับวิ่งหางจุกตูดเลยทีเดียว
ถึงแม้จะมีทั้งเงินทอง อำนาจบารมี แต่สิ่งที่ผู้พันเทพโหยหาอยู่ในใจตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มันคือไม้ตะพดวิญญาณ จากตำราบนหนังเสือ ผู้พันเทพเห็นภาพการเอาไม้ตะพดสองอันมาเชื่อมต่อกันมันจะทรงอานุภาพ ธนูเป็นหมื่นดอกยังไม่สามารถยิงผ่านตะพดคู่ที่หมุนควงอยู่ได้ เป็นเกราะแก้วกำแพงเพชรคุ้มภัยผู้ครอบครอง ผู้พันเทพรู้มาว่าเมฆเป็นผู้ครอบครองไม้ตะพดวิญญาณ จึงมักส่งคนมาราวีเมฆอยู่เสมอ เมฆไม่สู้และไม่ยอมรับว่าตนมีตะพดที่ว่านั่น เดือดร้อนถึง ศรนารายณ์ (ชาติชาย งามสรรพ์) อดีตนักมวยที่เป็นเอเยนต์ส่งน้ำแข็งหลอดอยู่ละแวกนั้นต้องคอยช่วยเหลือเมฆ
ไม้รู้สึกศรัทธาศรนารายณ์มาก เมฆเตือนไม้ว่าหนทางของนักเลงมีแต่ความเจ็บปวด ไม่อยากให้ไม้เลือกเดินเส้นทางนี้ แต่ไม้ก็ยังอยากเรียนมวยกับศรนารายณ์ เมฆขัดใจไม้อยู่เสมอ ต่างกับ อบเชย (ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร) ลูกสาวจอมแก่นของศรนารายณ์ ที่อยากจะให้ไม้มาเรียนมวยกับพ่อของตน จะได้สร้างความใกล้ชิดผูกกันมากขึ้น ผู้พันเทพมีลูกสาวฝาแฝด ที่นิสัยต่างกันราวฟ้าดิน ชื่อว่า แพรวา กับ ราตรี (ณัฐชา นวลแจ่ม) แพรวาคนพี่มีนิสัยดีเรียบร้อยมีจิตใจเมตตาอารี ต่างจากราตรีจะมีนิสัยร้ายกาจไม่แพ้ผู้พันเทพผู้เป็นพ่อเลยทีเดียว แต่ราตรีที่ว่าร้ายยังไม่เท่ากับ ทิวา (มิกค์ ทองระย้า) ลูกชายคนโตของผู้พันเทพ ที่ถอดแบบความเป็นนักเลงหัวไม้จากพ่อมาทุกกระเบียดนิ้ว

ไม้ แอบชอบแพรวา แต่ไม่กล้าบอกใคร เพราะเจียมเนื้อเจียมตัวที่ตัวเองต้อยต่ำเป็นแค่ลูกคนขับรถ เทียบอะไรไม่ได้เลยกับ ไกร (ธันวา สุริยจักร) ลูกชายของเจ๊กี ที่เป็นคนดีและแอบหมายปองแพรวาอยู่เช่นกัน ผู้พันเทพออกอุบายยุให้แพรวาสนิทสนมกับไม้ เพื่อสืบความจริงเรื่องของเมฆว่าเป็นคนที่ครอบครองไม้ตะพดวิญญาณหรือเปล่า หลายครั้งที่ไม้เองก็สงสัยว่าทำไมแพรวาจึงให้ความสนิทสนมกับเขา อบเชย เตือนไม้อย่างน้อยใจอยู่บ่อยๆเรื่องแพรวา แต่ไม้ไม่ฟัง เข้าใจว่าอบเชยยังเด็กเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่
นอกจากกลุ่มรถ บขส. ของเจ๊กี กับกลุ่มรถตู้ของผู้พันเทพแล้ว ที่ตัวอำเภอยังมีอีกกลุ่มที่ตั้งตนเป็นใหญ่ไม่แพ้กัน คือกลุ่มรถทัวร์ปรับอากาศของ เต็กกง (เลิศพร อารยะโกศล) ซึ่งคิดจะฮุบรวมกิจการขนส่งทั้งหมดในตัวจังหวัดเอาไว้เป็นของตนเอง จึงได้ให้ลูกชายหัวไม้คือ โจ พาพวกไปป่วนเจ๊กีอยู่บ่อยๆ โดยหวังจะให้เจ๊กีขายสัมปะทานให้ตนเสีย จากนั้นเต็กกงก็จะไปจัดการกับผู้พันเทพทีหลัง บ่อยครั้งที่เต็กกงพาพวกมาตะลุมบอนกับพวกของเจ๊กี ก็มักจะมีชายลึกลับปิดหน้าปิดตามาช่วย ไกร กับเจ๊กีอยู่เสมอ ไม้มั่นใจมากว่าชายลึกลับคนนั้นจะต้องเป็นศรนารายณ์ ไม่ใช่เมฆอย่างที่หลายคนสงสัย เพราะชายคนนั้นขาไม่เป๋เหมือนเมฆ และเหนืออื่นใดชายคนนั้นใช้ไม้ตะพดวิญญาณเป็นอาวุธ
ข่าวรู้ไปถึงหูของผู้พันเทพ จึงวางแผนเล่นงานไม้ เพราะต้องการให้ชายลึกลับที่ผู้พันเทพมั่นใจว่าต้องเป็นเมฆออกมาช่วยพร้อมตะพดในตำนาน แต่ปรากฏว่าไม่มีใครมาช่วย ไม้รอดตายอย่างสะบักสะบอมไปได้ ด้วยการแอบช่วยเหลือของแพรวา ที่รู้สึกดีกับความซื่อของไม้ขึ้นมา ทิวา มีใจให้กับอบเชย แต่อบเชยไม่สนใจ ทิวาคิดฉุดอบเชย แต่แพ้ทางมวยของศรนารายณ์ ทิวากลับบ้านไปเอาไม้ตะพดเลือดของผู้พันเทพมา ตีศรนารายณ์จนเสียมวยและฉุดอบเชยไป ไม้ใช้อุบายช่วยอบเชยมาได้ แต่อบเชยกลับคิดว่าเป็นไกรมาช่วย เลยพยายามตัดใจจากไม้มาชอบไกร

ผู้พันเทพคิดฮุบกิจการของเจ๊กีอีกทางนึง จึงส่งราตรีไปหลอกไกรว่าเป็นแพรวาและใช้มารยาหญิงปั่นหัวไกรอยู่บ่อยๆ จากไกรคนดีของชาวบ้าน เขาก็เริ่มถูกด้านมืดครอบงำทีละน้อย ด้าน อบเชย แยกไม่ออกระหว่างราตรี กับ แพรวา เธอจึงเข้าใจว่า แพรวา พยายามแย่งผู้ชายทุกคนที่ตนชอบ แพรวารู้เรื่องจึงต่อว่าราตรีฝาแฝดของตน ราตรีบอกว่า อย่าว่าแต่ไกรเลย เธอจะแย่งไม้มาจากแพรวาด้วย เมฆล้มป่วย จังหวะเดียวกับที่ ไม้ ได้พบกับชายลึกลับ พร้อมไม้ตะพดวิญญาณ มาสอนวิชาการต่อสู้ให้เป็นประจำ ชายลึกลับขอข้อแม้เพียงข้อเดียวว่า อย่าให้ไม้ไปมีเรื่องกับใคร ไม้รับปาก แต่แล้วก็ผิดสัญญาจนได้ เมื่อพวกของโจ มารังแกแพรวา ไม้ต่อสู้ด้วยคันเกียร์ จนหลายคนอ้าปากค้าง จากนั้นไม้ที่ยังฝึกวิชาไม่สมบูรณ์ก็ไม่ได้เจอชายลึกลับอีกเลย เพราะไม้ผิดสัญญา ทิวาแอบเห็นการฝึกสอนของชายลึกลับที่สอนไม้ ด้วยพื้นฐานที่ทิวามี ทำให้เขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ผู้พันเทพเองก็คิดไม่ถึง ทิวาเอาตะพดเลือดของพ่อ มาจัดการตีเมฆจนแขนหัก
แล้วท่ารถในตลาดก็ลุกเป็นไฟ เมื่อรถบขส.ของเจ๊กีถูกวางเพลิง เจ๊กี เข้าใจผิดคิดว่า แก๊งผู้พันเทพเป็นคนมาเผารถตน เพราะการสร้างสถานการณ์ของเต็กกง เจ๊กีจึงไปจ้างแก๊งมอเตอร์ไซค์วินในฐานะนักรบรับจ้าง ไปจัดการกับผู้พันเทพ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะผู้พันเทพเอาเงินฟาดแก๊งมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วยเงินที่มากกว่า ให้หวนกลับมาทำร้ายเจ๊กีแทบกระอักเลือด ดีแต่ว่าชายลึกลับมาช่วยเอาไว้อีก แต่คราวนี้ ชายคนนั้นก็ได้รับบาดเจ็บกลับไป ไม้เริ่มคิดว่าอาจเป็นเมฆที่ครอบครองตะพดวิญญาณเอาไว้ เขาพยายามหาจนทั่วบ้าน ทั่วรถคันที่เมฆขับก็ไม่เจอ
กลับกลายเป็นว่าศรนารายณ์พยายามสร้างเรื่องว่าตนเองคือชายลึกลับคนนั้น เพราะอยากได้เจ๊กีเป็นเมีย แต่ความเกิดแตก เพราะไม้ตะพดวิญญาณของปลอม เปราะบางเกินกว่าตะพดในตำนาน อบเชยอับอายที่พ่อของตนเป็นเช่นนั้น แล้วไม้ก็ได้รู้ความจริง ว่าเมฆนั่นเองคือชายลึกลับคนนั้น เมฆแกล้งเดินขาเป๋มาโดยตลอด และที่เมฆยอมสอนวิชาให้ไม้เพราะรู้ว่าตนกำลังจะตาย ไม้พบไม้ตะพดถูกซ่อนอยู่ในคันเกียร์รถ อยู่คู่มือของเมฆมาตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา เมฆจับด้ามตะพดเอาไว้ตลอด แม้ยามที่เขาปลอมเป็นคนขับรถขาเป๋ ไม้เสียใจที่เข้าใจผิดเมฆผู้เป็นพ่อมาตลอด เมฆขอร้องให้ไม้อยู่คอยช่วยเจ๊กี แต่ไม่ให้เปิดเผยตัว เพราะหากไม้ตะพดวิญญาณซึ่งมีมนตร์ดำบางอย่างที่ตนเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไรสิงอยู่ตกไปอยู่ในมือคนชั่วเมื่อไหร่ทุกคนก็จะเดือดร้อน แล้วเมฆก็เส้นโลหิตในสมองแตก หมดสติต้องนอนหลับใหลอยู่กับที่

ด้วยอุบายของผู้พันเทพทำให้สามารถแย่งชิงตะพดวิญญาณมาจนได้ เขาหวังว่าจะประกอบมันเข้ากับตะพดเลือดที่ตนมีอยู่ในครอบครอง แต่ปรากฏว่า เมื่อกลับไปบ้านแพรวาได้ขโมยตะพดเลือดเอากลับไปคืนให้กับไม้ เพราะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพ่อผู้พันเทพจะใช้ให้ทิวา ไปจัดการฆ่าเมฆที่นอนเส้นโลหิตในสมองแตกอยู่ โดยที่ทิวาไม่รู้เลยว่า ตนเองเป็นลูกของเมฆที่หายไป และผู้พันเทพเป็นคนเอาลูกของตนเองไปเปลี่ยนให้ เมฆเลี้ยงดู เพื่อหวังที่จะให้สายเลือดของตนเองได้ครอบครองไม้ตะพดวิญญาณ คัมภีร์มนต์ดำอยู่กับผู้พันเทพ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงอยากได้ตะพดนั่นมาโดยตลอด
ไกรเองตอนนี้ก็ทรพีแม่ตัวเองมาเป็นพวกผู้พันเทพอย่างลับๆ ไม้ตกลงแลกตะพดเลือดกับชีวิตของเมฆ แต่ด้วยความชุลมุนทำให้ทิวาได้ตะพดเลือดไปแต่ผู้พันเทพก็สูญเสียตะพดวิญญาณคืนให้ไม้ไปเช่นกัน แท้จริงแล้วไม้เป็นลูกของผู้พันเทพนั่นเอง แต่ไม้ไม่ยอมเดินตามรอยพ่อ ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดแล้วเขาจะได้ครอบครองตะพดเลือดและวิญญาณ ตามความต้องการของผู้พันเทพผู้เป็นพ่อที่แท้จริง ไม้เลือกเดินทางบนวิถีทางแห่งความดีและถูกต้อง เลือกที่จะเดินตามรอยทางของเมฆ ผู้ที่ไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่ก็เลี้ยงเขามา ส่วนทิวาตายในหน้าที่คนเลวอย่างไร้ศักดิ์ศรีเช่นเดียวกับผู้พันเทพ
ฟังเพลง ไม่มีอาการไหนใกล้คำว่ารัก แนท ณัฐชา
ฟัง เพลงประกอบละคร ลูกผู้ชายไม้ตะพด พอร์ช ศรัณย์
ฟังเพลง สักวันต้องได้ดี พอร์ช ศรัณย์
ฟังเพลง เมื่อไหร่จะเป็นฉัน ฉัตร ปริยฉัตร
เรื่องย่อละคร แหม่มแก้มแดง
เรื่องย่อละคร แหม่มแก้มแดง
แหม่มแก้มแดง บทประพันธ์โดย โสภี พรรณราย บทโทรทัศน์โดย ทองเอก
กำกับการแสดงโดย ชานนท์ สมฤทธิ์ ดำเนินงานสร้างโดย พอฤทัย ณรงค์เดช
บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น.ช่อง 3 เริ่ม 24 มีนาคมนี้
เรื่องย่อ แหม่มแก้มแดง
ที่วิทยาลัยศิลปะในลอนดอน อนามิกา (ภิรนีย์ คงไทย) หรือ อะนา ของเพื่อนๆมาเรียนคอร์ส 2 ปีจบทางด้าน Fashion Design อะนามีเพื่อนซี้รูมเมทคือ เมธาวี (วิริฒิภา ภักดีประสงค์) หรือ เม ที่ต่างก็กำพร้าพ่อแม่ ทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนในเมืองที่ค่าครองชีพแทบจะแพงที่สุดในโลก แต่ก็โชคดีที่ อัทธวุธ (พลังธรรม กล่อมทองสุข) หรือ อาร์ท เพื่อนกะเทยซี้ปึ้กตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เมืองไทยซึ่งมีฐานะร่ำรวยและให้ทั้งสองมาพักฟรีในบ้านเช่าของตน
งานพิเศษหาค่าเทอมของอะนา และเม คืองานที่ร้านอาหารไทยในลอนดอนของ เจ๊พนิดา (ดารณีนุช โพธิปิติ) หรือ เจ๊แพนด้า ที่มีลูกชายฉลาดน่ารักลูกครึ่งฝรั่งชื่อ จ๊อด (ศักดิเดช ศศิประภา) ซึ่งมาจากจอร์จนั่นเอง (แต่ปัจจุบันสามีฝรั่งทิ้งเจ๊แพนด้าไปแล้ว) อะนากับเม รับหน้าที่สารพัดในร้าน โดยอะนาเป็นคนเก่ง คล่องแคล่ว ก็จะทำหน้าที่คล้ายผู้จัดการ + แคชเชียร์ + เด็กเสิร์ฟ + เด็กล้างจานเก็บกวาดร้าน รวมไปถึง บางครั้ง ก็ต้องแต่งชุดไทยรำไทยโชว์ฝรั่งหาทิป ขณะที่ เมจะได้ทำงานง่ายๆ กว่าอะนา ทั้งสองอาศัยรายได้ทั้งเงินเดือนเงินทิป และอาศัยห่อข้าวในครัวกลับไปกิน เมื่อกินฟรีพักฟรี จึงทำให้ทั้งสองเรียนและดำรงชีวิตอยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพสูงปรี๊ดอย่างลอนดอนได้

เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกเมื่อ ณภัทร (ทวีทรัพย์ จุลทรัพย์) หรือ ภัท เพื่อนซี้กับกลุ่มของ อะนา กำลังเช็คอีเมลแล้วได้พบว่ามีคลิปส่งมาจาก ณดล (ชาคริต แย้มนาม) พี่ชายจากเมืองไทย โดยมีเม ที่แอบรักภัทอยู่ มานั่งดูอยู่ด้วย ในคลิปนั้นเป็น ภาพของ กอบชัย (ดิลก ทองวัฒนา) และ พนารัตน์ (สาวิตรี สามิภักดิ์) พ่อและแม่ของเขา ยิ้มแย้มบอกข่าวดีว่า ได้หมั้นหมายภัทไว้กับ แพรวา (นาวินดา เบอร์ท๊อดที้) ลูกสาวของ เสรี (รอน บรรจงสร้าง) เศรษฐีใหญ่เพื่อนสนิทที่ได้สัญญากันไว้เมื่อนานมาแล้ว ภัทรู้ดีว่านี่เป็นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
เมกลับมาที่ห้องเช่าอาร์ท ร้องไห้เสียใจ อะนากับอาร์ทปลอบเม พร้อมว่าเมที่มัวแต่อิดออดไม่บอกให้ภัทได้รู้ว่าเมรักภัท ทุกอย่างจึงสายเกินแก้ อะนาตัดสินใจไปหาภัทที่ห้องเช่าของภัท แต่ก็ต้องประหลาดใจที่ได้พบกับ นลิณา หรือ นีน่า (เมย์ เฟื่องอารมณ์) และ เกตนิการ์ หรือ เกด (โชติกา วงศ์วิลาศ) สองสาวแสบ ที่เรียนอยู่ที่เดียวกัน อยู่ในห้องภัท นีน่าและเกดเป็นสาวเปรี้ยวรวยหรู พูดจาดูถูกอะนา ก่อนนีน่า จะบอกว่า แพรวาที่จะหมั้นหมายกับภัท ก็คือ น้องสาวแท้ๆ ของตนนั่นเอง แต่นีน่าเองก็ไม่รู้ว่า เกดเพื่อนซี้ของตน ก็แอบรักภัทอยู่ และแอบคิดจะแย่งภัทมาครอบครอง เมเห็นภัทก็พอจะนึกออกว่าตัวภัทเองไม่ได้เห็นด้วยเลยกับการหมั้นแบบคลุมถุงชนครั้งนี้

ภัทไปนั่งคร่ำครวญเมามายที่ร้านอาหารไทย อะนากับเม เลยต้องรับศึกหนัก ทั้งต้องดูแลร้าน และต้องดูแลภัท ที่เริ่มเมารั่ว เสียอกเสียใจว่าตนไม่ได้อยากแต่งงาน แต่ก็ไม่สามารถขัดพ่อแม่และพี่ชายของตนได้ ภัทโวยวายจน อะนาโดนเจ๊แพนด้า ด่าเอา อะนากับเมต้องช่วยกันหิ้วปีกภัท มาที่ห้องเช่าอาร์ท นอกจากภัทจะเสียใจแล้ว เมก็ยังเสียใจอีกด้วยที่ภัทจะต้องหมั้นหมายไปกับคนอื่น
อะนากับอาร์ทเลยพยายามคิดสุมหัวกัน ว่าจะช่วยทั้งสองยังไงดี จนอะนาพูดเปรยเล่นๆ ว่างั้นภัทก็หาเมียฝรั่งซะที่นี่เลย จะได้ไม่ต้องโดนคลุมถุงชน อะนากับเม เลยปิ๊งไอเดียว่า ก็ให้ภัทโกหกทางบ้านไปสิ ว่ามีเมียแล้ว ภัทยังเมาๆ อยู่ ก็เลยบุ่มบ่ามกดโทรไปที่บ้านทันที พร้อมเปิด speaker phone ให้ทุกคนได้ยิน บอกณดล พี่ชายที่เขาเกรงใจสุดๆ ว่าเขามีเมียอยู่ที่นี่แล้ว ณดลตอบกลับมาว่าไม่เชื่อ แต่ถ้ามีจริง แกก็เลิกซะ แล้วมาแต่งกับแพรวาที่เมืองไทย ภัทหันมาปรึกษาว่าเอาไงดี อะนาพลั้งปากแนะนำว่า งั้นบอกไปสิ ว่าเมียท้องอ่อนๆ แล้ว ภัทว่าตามอะนา แต่ณดลถามย้อนอีกว่า ถ้ามีจริง เมียแกก็ต้องอยู่กับแกสิ ถึงขนาดท้องอ่อนๆ คงอยู่บ้านเดียวกันแล้ว ขอฟังเสียงเมียแกหน่อย ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ภัท เม และอาร์ทสะกิดอะนาให้รีบช่วยคิดแก้สถานการณ์ก่อนที่ณดลจะจับได้ อะนาเลยต้องโพล่งไปว่า ฉันเอง ฉันชื่ออนามิกา เป็นภรรยาของณภัทร และตอนนี้ ท้องได้สองเดือนแล้ว ณดลเต้นผาง บอกว่าจะบินด่วนไปเคลียร์กับแก เพราะขืนบอกพ่อแม่ตอนนี้ คงช็อกตาตั้งกันหมดแน่ๆ

ทุกคนพากันเครียด เพราะเมื่อหลุดโกหกออกมาแล้ว ก็ต้องตกกระไดพลอยโจนกันให้เนียนต่อไป อะนาพยายามยุให้เม เนียนสวมบทบาทเมียท้อง 2 เดือนของภัทไป เพราะรู้ว่าเมก็หลงรักภัทอยู่แล้ว แต่ภัทปฏิเสธ เพราะรู้ว่าพี่ชายของตนฉลาด และช่างจับผิด กลัวว่าจะโดนจับได้ และคิดว่าต้องเป็นอะนาเท่านั้น แรกๆ อะนาปฏิเสธอย่างแข็งขัน แต่ลับหลังเมมาขอร้อง เพราะถ้าอะนาไม่ยอมเล่นละครตบตา ภัทก็จะต้องแต่งงานกับคนอื่นไป อะนาจึงต้องรับปากเพราะเกรงใจเพื่อน และนอกจากนั้น ภัทยังรับปากจะจ่ายค่าแรงในการสวมบทบาทให้เท่ากับค่าแรงที่อะนาได้รับในร้านอาหารไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ นีน่ากับเกดไปป่วนที่ร้าน จนมีเรื่องตบตีกับอะนาและเม อะนาออกรับแทนเมเลยโดนเจ๊แพนด้าไล่ออกมาจากงาน เมื่อต้องช่วยทั้งเม เพื่อนซี้ และช่วยทั้งค่าใช้จ่ายของตนเอง อะนาจึงตอบตกลงที่จะรับบทภรรยากำมะลอท้องสองเดือนให้กับณภัทร
คืนนั้น ทุกคนไปตกลง ทำความเข้าใจกันที่บ้านของภัท ภัทเตือนให้อะนาและเมทราบถึงความเฮี้ยบ เผด็จการของณดลพี่ชายตน จนอะนาจินตนาการถึงภาพของผู้ชายที่โหดและเผด็จการสุดๆ อาร์ทหนีบแชมเปญสามขวดใหญ่ๆ มาฉลองเนื่องในโอกาสที่ทุกคนจบการศึกษาด้าน fashion design ทั้งสี่ฉลองกันหนักไปหน่อย เพราะอาร์ทบังคับชนแก้ว ทุกคนเลยเมาไม่กลับ หลับกันเกลื่อนบ้าน รุ่งเช้า มีคนมากดออดหน้าบ้าน กดย้ำๆๆๆ อย่างไร้มารยาท อะนางัวเงียหัวยุ่งไปเปิดประตู พร้อมบ่นด่าว่าจะมาติดต่ออะไร ทำไมต้องกดกริ่งซะยังกะบ้านไฟไหม้ แต่เมื่อชายที่ยืนหน้าประตู แนะนำตัวว่าตนคือณดล อะนาก็ช็อกตาตั้ง พอรู้สึกตัวก็ปิดประตูโครมใส่ แล้ววิ่งมาปลุกทุกคนให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และเมื่อภัท แนะนำว่าผู้หญิงคนที่ปิดประตูใส่ณดล คือ อะนา ภรรยาท้องอ่อนๆ ของตน ณดลก็ยิ่งตั้งแง่ ไม่ชอบหน้าอย่างแรง และณดลยังเห็นขวดแชมเปญที่ซ่อนอยู่ข้างโซฟา เห็นอาการแฮงค์ของทุกคนก็ทราบว่ามีการกินดื่มกันเต็มที่ ณดลโวยใส่ภัท และอะนาว่ากำลังท้องไส้ ทำไมกินเหล้า เถียงๆ กันไป อะนาก็โผเข้าอาเจียนใส่ณดลเต็มๆ ณดลโกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อะนาหาข้ออ้างว่าตนอาเจียนเพราะแพ้ท้อง ไม่ใช่เพราะเมา แต่ณดลไม่เชื่อ กลายเป็นฝังใจตั้งแต่แรกพบว่าอะนาเป็นผู้หญิงขี้เมา ใจง่าย จนปล่อยให้ตนเองท้องกับน้องชายตน

อะนาต้องรีบเก็บข้าวของมาอยู่กับภัท ให้สมบทบาทของคู่รักที่มีพยานรักอยู่ในท้อง อะนามีกฏมากมาย เพื่อความปลอดภัยที่ต้องนอนในห้องภัทกันแค่สองต่อสอง เพราะรู้ดีว่าพี่ชายของตนเป็นจอมเข้มงวด จับผิดละเอียดทุกจุด ภัทจึงต้องชวนอะนา และเพื่อนๆ ทั้งเม และอาร์ทไปถ่ายรูปคู่ ให้ดูเหมือนเป็นแฟนกันมานานจริงๆ โดยเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยน แล้วถ่ายตามวิวต่างๆ ที่ดูมีความเป็นลอนดอน (เช่นรถเมล์สองชั้น, ป้ายชื่อถนน, หรือป้ายของ museum หรือ park) แล้วมาใส่กรอบตั้งหัวเตียง และในบ้านของภัท เมรู้สึกสะท้อนใจ อะนารู้ใจก็เลยพยายามให้เมได้สลับถ่ายรูปคู่กับภัทบ้าง
อาร์ทนั้น ถึงจะหมั่นไส้ณดลที่ดูเขี้ยวและช่างจับผิด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดอยากเคลม เพราะความหล่อเหลาของณดล จนบางทีภัทต้องโวยๆ เอาบ้าง นลิณาแอบชอบณดลมานานแสนนาน เมื่อมาพบณดลที่ลอนดอน ก็พยายามใกล้ชิด ทอดสะพานให้อย่างออกนอกหน้า ในขณะที่เกตนิการ์ก็พยายามแทรกซึมตีสนิทกับภัท โดยอ้างกับนีน่าว่า ตนจะช่วยแย่งภัทกลับมาให้หมั้นกับน้องสาวของนีน่า แต่ลึกๆ ต้องการจะเก็บไว้กินเอง เมื่อนลิณาได้ยินจากปากของณดล ว่าอะนา ท้องกับภัท นีน่ากับเกดออกอาการไม่เชื่อ ย้ำกับณดลว่าไม่เคยเห็นวี่แววว่าสองคนนี้จะมีอะไรลึกซึ้งกันได้ เพิ่มความแคลงใจให้กับณดล
นีน่าพาเกดไปอาละวาด ลุยตบตีอะนา โทษฐานที่แย่งภัทไปจากแพรวา น้องสาวของนีน่า ส่วนเกดนั้นในใจชอบภัทอยู่ เลยแค้นอะนาเป็นพิเศษ แต่อะนาเอาตัวรอดได้ มีแต่เมที่โดนหางเลขเอา เพราะไม่สู้คน ตบสู้คนอื่นๆ ไม่ได้ ณดลกับภัทเห็นรีบมาห้ามไว้ ณดลโวยว่าในท้องของอะนามีลูกของภัทอยู่ เพราะฉะนั้น ถ้าใครทำร้ายอะนา ก็เท่ากับทำร้ายหลานในไส้ของเขาด้วย

เพราะความไม่ไว้ใจ ณดลยิงคำถามสัมภาษณ์อะนาเหมือนสอบสวนนักโทษตลอดเวลา ตั้งแต่เจอกับน้องชายเขาได้ยังไง คบกันมากี่เดือน แม้กระทั่งคำถามว่าทำยังไงถึงได้ท้อง เลยเจอย้อนเอาว่าโตป่านนี้ยังต้องให้สอนด้วยเหรอ? ณดลเลยย้อนกลับว่าเขาหมายความว่าทำไมไม่รู้จักคุมกำเนิด หรือตั้งใจปล่อยให้ท้องเพื่อจับน้องชายเขา จนอะนาต้องย้อนเอาบ้างว่า แล้วทำไมไม่ด่าน้องชายคุณบ้าง ที่ไม่รู้จักป้องกันจนทำให้ฉันท้อง!
นอกจากนั้นณดลยังวางก้ามเผด็จการ บังคับอะนาไปซะทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะต้องการบำรุงเด็กในครรภ์ ในขณะที่อะนากินน้อยเพราะกลัวอ้วนตามประสาหญิงสาวทั่วไป หนำซ้ำณดลยังบังคับให้กินแต่อาหารที่มีประโยชน์แต่ไม่อร่อย ส่วนของโปรดของอร่อยที่อะนาโปรดปราน ก็โดนห้ามกิน หนักเข้าก็เททิ้งกันต่อหน้า หรือกระทั่งเวลาเข้านอน ก็ยังโดนบังคับจนอึดอัดขัดใจไปหมด
อะนาเกลียดณดลเข้าไส้ แต่ก็ต้องสวมบทภรรยาท้องอ่อนๆ ของภัท แต่ณดลเป็นคนฉลาดและช่างจับผิด คอยดุด่าที่อะนาทำตัวไม่เหมือนผู้หญิงกำลังท้องอ่อนๆ คอยเผด็จการสั่งโน่นนี่ จนอะนารำคาญว่าจะเป็นห่วงอะไรนักหนา ณดลก็ด่าให้ว่าเขาห่วงหลานของเขาในท้อง ไม่ได้เป็นห่วงอะนา อะนาคิดท้อจะเลิกอยู่เหมือนกัน แต่ภัทขอไว้ และสำคัญกว่านั้นคืออะนาต้องการช่วยเม เพราะถ้าความแตก เมจะต้องเสียภัทไป

ภัทพยายามชวนณดลออกไปเที่ยว หวังจะให้ห่างๆ จากอะนาบ้าง เพราะอะนาเริ่มรำคาญ ทะเลาะกับณดลจนกลายเป็นคู่กัด ณดลตอบตกลงไปเที่ยวกับภัท แต่ก็บังคับภัทให้พาอะนาไปด้วย โดยณดลคอยแอบสังเกต และพบพิรุธว่าภัทกับอะนา เวลาอยู่ใกล้ชิดกัน ดูยังไงก็ไม่เหมือนว่าเป็นคู่รักกันเอาซะเลย อะนาจำใจต้องพาณดลไปเที่ยวทั่วลอนดอนเพราะคนอื่นไม่ว่าง ระหว่างเที่ยวทั้งคู่ก็ทะเลาะจิกกัดกันตลอด แต่ณดลก็เริ่มเห็นความสวยน่ารักของว่าที่น้องสะใภ้หลายๆอย่าง ทั้งคู่ได้มีโอกาสไปเที่ยวด้วยกันอีกหลายครั้ง ต่างคนต่างเริ่มรู้สึกดีต่อกัน แต่ก็ไม่กล้าเผยความในใจกัน เพราะมีพันธะติดพันกันอยู่
เรื่องเริ่มวุ่นเมื่อพ่อแม่ณดลกับณภัทรู้เรื่อง ก็เลยบอกให้กลับเมืองไทยทันที คราวนี้จะทำอย่างไรเมื่ออะนาต้องตามกลับเมืองไทยเพื่อสวมบทเมียกำมะลอต่อโดยเข้าไปอยู่ในบ้านด้วย อะนาจะรอดพ้นการจับผิดของณดลได้หรือไม่ และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆแน่นแฟ้นขึ้น จะทำให้ความรักของแต่ละคู่ลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ในละคร แหม่มแก้มแดง
สกู๊ปเปิดตัวละคร แม่ยายที่รัก
ละคร แม่ยายที่รัก
เริ่มตอนแรก 13 มีนาคม เวลา 20.30 น.ช่อง 3
“หมิว-ก้อง” จับคู่ฉะกัน “คริต-พรีม” หวานสวีท
ประสบความสำเร็จจากละครแนวรักโรแมนติกเรื่อง 365 วันแห่งรักและเมียแต่งมาแล้ว มาคราวนี้ ผู้จัดคนเก่ง นก-จริยา แอนโฟเน บริษัท เมคเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด มาจับละครโรแมนติก-คอเมดี้สดใสน่ารัก ฮากระจาย เรื่อง แม่ยายที่รัก จากบทประพันธ์ของ กรุง ญ ฉัตร บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ และ ภาคีสร้างสุข กำกับการแสดงโดย เมธี เจริญพงศ์ นำแสดงโดย สี่พระนาง ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา, หมิว-ลลิตา ศศิประภา, ชาคริต แย้มนาม และ พรีม-รณิดา เตชสิทธิ์
แม่ยายที่รัก เรื่องของสถาปนิกหนุ่มสาว วันรบ(ชาคริต แย้มนาม) และ มัทรี(รณิดา เตชสิทธิ์) ซึ่งรักกัน อยากจะแต่งงานกัน แต่ติดขัดตรงที่มัทรีมี ติรกา(ลลิตา ศศิประภา) แม่ที่หวงลูกสาวมาก กีดกันทุกวิถีทาง ไม่ยอมให้ลูกแต่งงาน วันรบไปปรึกษา รชานนท์(สหรัถ สังปรีชา) เพื่อนรุ่นพี่และ พชร(จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) เจ้านาย ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขยของรชานนท์ด้วย ทั้งคู่ชวนกันไปเจอติรกาที่บ้านราชบุรี พอเจอกันรชานนท์ก็อึ้งกิมกี่เพราะ ติรกาเป็นอดีตคนรักที่เขาเคยคิดจะแต่งงานด้วย ส่วนติรกาพอเห็นหน้า รชานนท์ก็โมโหมาก คว้าปืนออกมายิงจนทั้งวันรบ พชร ต้องวิ่งหนีจ้าละหวั่น
แท้จริงแล้วในอดีตติรกาท้องกับรชานนท์ แต่พ่อของรชานนท์กีดกัน ทำให้ทั้งคู่เข้าใจผิดกัน รชานนท์ก็งงงันเมื่อรู้ความจริงว่ามัทรีเป็นลูกสาวของเขา จึงพยายามจะถามความจริงที่เกิดขึ้นจากติรกา แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ ติรกายังคงกีดกันความรักของลูกสาว โดยบอกวันรบว่าถ้าจะแต่งงานจะต้องหาสินสอดมาให้ได้ครบ 10 ล้านบาทขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้ ธงฉาน(มิค-บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ) มาจีบมัทรีส่วน สมภพ(โจโจ้ ไมอ๊อกซิ) ผู้เป็นอาก็ตามจีบติรกาด้วย ทำให้เจอรชานนท์ กับ วันรบ ทีไรก็มีเรื่องท้าตีท้าต่อยกัน ข้างฝ่าย กำนันเรือง(สุเทพ ประยูรพิทักษ์)และ วันทนีย์(ดารณีนุช โพธิปิติ) พ่อแม่ของวันรบ ก็พยายามจะให้วันรบแต่งงานกับ กระถิน(กุ๊กกิ๊ก-สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย) เรื่องจึงวุ่นวายยุ่งเหยิง ความรักของสองคู่ชู้ชื่น จะลงเอยอย่างไร ก็ต้องติดตามชมกันดูในละคร แม่ยายที่รัก

ก้อง-สหรัถ พูดถึงบทบาทในละคร แม่ยายที่รัก ว่า “เรื่องนี้ผมเล่นเป็นสถาปนิกรูปหล่อ มีเสน่ห์ กะล่อนนิดหน่อย บทก็จะสบายๆ ครับ เรื่องนี้ก็ดีใจที่ได้กลับมาเล่นกับหมิวอีกครั้ง หลังจากที่เคยเล่นด้วยกัน เรื่องสุดท้ายคือ เจ้าสาวกลัวฝน ที่พี่นก-จริยา เป็นผู้จัดเหมือนกัน เรื่องนี้เจอกับ หมิวทีไรเขาก็จะเอาปืนมายิง ก็วิ่งหนีกันเลย แต่ตอนหลังจะมีช่วงความจำเสื่อม ก็จะมีบทสวีทหวานกันหน่อย มีเขินกันบ้างนิดหน่อย แต่เรื่องนี้ผมว่าบทสนุก เป็นละครครอบครัวที่ให้แง่คิดดีๆมากมายครับ”
หมิว-ลลิตา พูดถึงการกลับมาเล่นละคร แม่ยายที่รัก อีกครั้งหลังจากหยุดไปเกือบสองปีว่า “เรื่องนี้หมิวพลิกบทบาทเลยค่ะ เป็นแม่ยายจอมโหด เจ้าของโรงงานโอ่งที่มีความแค้นฝังใจ ถูกผู้ชายที่รักมากทอดทิ้ง ทำให้เกลียดผู้ชายทุกคน เมื่อลูกจะมีคนรักก็พยายามขัดขวางทุกอย่าง เพราะคิดว่าเขาไม่จริงจังด้วย ลูกเขยตัวดีก็คือชาคริต ก็ต้องคอยฟาดฟันกัน กับคริตเก่งอยู่แล้วค่ะ มีความกะล่อน จริงจัง เล่นตลกเก่ง ช่วยหมิวได้เยอะเลยกับการแสดง พี่ก้องก็เหมือนกัน ส่วนน้องพรีม-รณิดา ถึงจะเล่นเรื่องแรก แต่ก็เก่งนะคะ พัฒนาการน้องเร็วมาก โดยรวมหมิวถูกใจที่ได้แสดงละครเรื่องนี้ เล่นแล้วสนุกมาก มีความสุขค่ะ ก็อยากให้คนดูแล้วมีความสุขเหมือนหมิว”
ด้านชาคริต ก็เปิดใจว่า “ผมเล่นละคร แม่ยายที่รัก แล้วมีความสุขเหมือนทุกคน รีแลกซ์มาก สบายๆ เหมือนมาเที่ยว เล่นไปตามบท แล้วบทเขาสนุกเลย ตอนเล่นก็มีมุกอะไรกันเยอะ อย่างมิค-บรมวุฒิ กับโจโจ้ โอ้โฮ เล่นใหญ่ เล่นเยอะตลอด ทำให้ทุกคนหลุดขำกัน เขาจะดีไซน์การเล่นตลอด ก็ต้องคอยตั้งรับเขาให้ทัน พี่หมิว พี่ก้อง ก็เก่งครับ มาร่วมงานกันอีกครั้ง สบายใจ แฮปปี้ ส่วนน้องพรีม อายุ 15 เกือบจะเป็นลูกสาวได้เลย แต่น้องเขาเก่ง จากแรกๆมาที่งงๆ หลังๆแสดงคล่องเลย รับส่งอารมณ์กันได้ น่ารักครับ คิดว่าคงจะแจ้งเกิดได้กับละครเรื่องแรก”
ปิดท้ายที่น้องพรีม-รณิดา บอกด้วยน้ำเสียงมีความสุขว่า “เรื่องนี้พรีมดีใจมากเลยค่ะที่ได้มาร่วมงานกับพี่ๆ ทุกคน ยอมรับว่าค่อนข้างเกร็ง ตื่นเต้นมาก แต่พยายามปรับตัว พัฒนาตัวเอง ต้องปรับบุคลิกเยอะมาก เพราะคาแรกเตอร์เป็นสถาปนิก เรียนจบแล้ว มีความมั่นใจในตัวเองสูง รักแม่ แต่ก็ไม่ได้ตามใจแม่ทุกอย่าง จะมีหลายอารมณ์เหมือนกัน เรื่องนี้ต้องแสดงทั้งดราม่า ตลก ทุกอย่างเลยค่ะ แล้วพี่มิค พี่โจโจ้ ชอบเติมมุกให้ขำแบบเล่นต่อไม่ได้เลยค่ะ ต้องสมาธิดีมากๆ เวลาที่เข้าฉากกับพี่ๆ ส่วนพี่หมิว พี่ก้อง พี่คริต จะคอยช่วยบอก ช่วยสอนทุกอย่างเลยค่ะ พรีมต้องขอบคุณทุกคนที่ คอยสอนทุกอย่างกับพรีมค่ะ ก็อยากให้ติดตามชมผลงานเรื่องแรกของพรีมด้วยนะคะ”
ติดตามชมบทบาทของสี่พระนางในละครเรื่อง แม่ยายที่รัก ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น.ช่อง 3 เริ่มวันแรกอังคารที่ 13 มีนาคมนี้
ติดตามอ่าน เรื่องย่อ แม่ยายที่รัก
เรื่องย่อละคร แม่ยายที่รัก
เรื่องย่อละคร แม่ยายที่รัก
ละคร แม่ยายที่รัก บทประพันธ์โดย กรุง ญ ฉัตร บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ และภาคีสร้างสุข กำกับการแสดงโดย เมธี เจริญพงศ์ ดำเนินงานสร้างโดย จริยา แอนโฟเน บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด ละคร แม่ยายที่รัก ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น.ทางช่อง 3 เริ่ม 13 มีนาคมนี้
เรื่องย่อ แม่ยายที่รัก
วันรบ (ชาคริต แย้มนาม) สถาปนิกป้ายแดง ของบริษัท พชรอาคิเทค รักอยู่กับ มัทรี (รณิดา เตชสิทธิ์) สถาปนิกสาว เพื่อนร่วมคณะฯ จนวันรบมั่นใจว่า มัทรีคือแม่ของลูกเขาในอนาคต มัทรีก็รักและชื่นชมในตัววันรบ แม้เธอจะเพียบพร้อมสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่มีคุณสมบัติส่วนเกินหนึ่งอย่าง ที่เป็นอุปสรรคขวางทางรักของวันรบอย่างยิ่ง นั่นคือ มัทรีมีแม่ที่หวงลูกสาวที่สุด โหดที่สุด เค็มที่สุด อย่าง คุณนายติรกา (ลลิตา ศศิประภา) เจ้าของกิจการค้าโอ่งชื่อดังของจังหวัดราชบุรี จนวันรบต้องมอบฉายา “ไหน้ำปลาปิศาจ” ให้ว่าที่แม่ยายด้วยความเต็มใจ
คุณนายติรการักและหวงแหนมัทรียิ่งกว่าไข่ในหิน เมื่อวันรบเข้ามาพัวพันกับลูกสาวนางสิงห์ สงครามความรักชนิดนองเลือด ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ระหว่างว่าที่แม่ยายอย่างติรกา และว่าที่ลูกเขยอย่างวันรบจึงเกิดขึ้น แต่วันรบก็ไม่ย่อท้อ เขาพยายามทำทุกอย่างตามคำเรียกร้องของติรกาเพราะความรักที่มีต่อมัทรี ติรกาไม่ต้องการให้วันรบกับมัทรีคบกัน จึงหาเหตุต่าง ๆ นานาให้ทั้งคู่แยกกัน และดึงตัว ธงฉาน (บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ) เศรษฐีจากราชบุรี ที่ชอบพอมัทรีเป็นทุนเดิม เข้ามาแทรกกลางระหว่างวันรบกับมัทรีอยู่เสมอ แต่ธงฉานก็ไม่สามารถทำลายกำแพงรักของทั้งสองได้
วันรบเอาเรื่องกลุ้มใจของศึกรักครั้งนี้ ไปปรึกษา รชานนท์ (สหรัถ สังคปรีชา) เพื่อนรุ่นพี่สมัยมหาวิทยาลัย กับ พชร (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) เจ้านายและมีศักดิ์เป็นพี่เขยของรชานนท์ ด้วยความคะนองของฤทธิ์แอลกอฮอล์ พชรและรชานนท์แนะนำให้วันรบรวบรัดมัทรีเป็นของตัวเอง เพื่อหักหน้าติรกา ให้ยอมยกลูกสาวโดยไม่มีข้อแม้ วันรบไม่เห็นด้วย แต่มัทรีกลับใช้แผนนี้แทน

มัทรีวางยานอนหลับวันรบ เซ็ทแผนหลอกติรกาว่าได้เสียกับวันรบแล้วทั้งที่ความจริงไม่มีอะไรกันเลยแม้แต่ปลายเล็บ ติรกาโกรธและเจ็บแค้นที่วันรบทำลายพรหมจรรย์ของลูกสาวสุดที่รัก เพราะเคยมีอดีตขมขื่น ฝังใจ ที่เธอเคยมีความรักและพลาดพลั้งตั้งท้องกับผู้ชายคนหนึ่ง เมื่ออายุยังน้อย แต่ผู้ชายคนนั้นกลับไม่รับผิดชอบและหนีไปเรียนต่อเมืองนอก ติรกาเสียใจและคิดทำร้ายตัวเอง แต่หมอพล ผู้ชายแสนดี เข้ามาช่วยเหลือ รับเป็นพ่อของลูกในท้องเธอ ตราบาปในอดีตกลับมาหลอกหลอนติรกา ทำให้ติรกาสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ วันรบได้แต่งงานกับมัทรี จึงเรียกร้องเงินสินสอดสิบล้านเพื่อแลกกับการแต่งงาน ได้ไม่ครบสิบล้านไม่มีวันให้แต่ง!!! แต่ความจริงติรกาต้องการยื้อเวลาและหาทางแยกมัทรีกับวันรบออกจากกันเท่านั้น
วันรบกลับมาปรึกษารชานนท์ กับพชรอีกครั้ง ขณะทั้งสามกำลังกึ่มได้ที่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ วันรบระบายความสุดเขี้ยวของว่าที่แม่ยาย ที่แสนอัดอั้นให้รุ่นพี่ทั้งสองฟัง พชรยุให้รชานนท์ไปจีบติรกา เพราะรชานนท์ยังหนุ่มโสด และวัยใกล้เคียงกับว่าที่แม่ยายยังสาวของวันรบ เมื่อรชานนท์เป็นพ่อเลี้ยง จะได้ยกมัทรีให้วันรบง่าย ๆ รชานนท์รับปากด้วยความคะนองเพราะความเมา วันรบขอให้รชานนท์ไปเป็นเพื่อนเพื่อเจรจาต่อรองเรื่องสินสอด ทันทีที่รชานนท์และติรกาเจอหน้ากัน ก็เกิดความโกลาหล เมื่อติรกาคว้าปืนลูกซองออกมาไล่ยิงรชานนท์ จนรชานนท์กับวันรบแตกกระเจิง ต้องหนีกระสุนเพื่อรักษาชีวิตแทบไม่ทัน สร้างความงุนงงให้กับ มัทรีเป็นอย่างมาก ว่าอะไรทำให้ติรกาเลือดเดือดขึ้นหน้าขนาดนี้
รชานนท์เองก็ตกใจจนพูดไม่ออก ไม่ว่าวันรบจะถามถึงสาเหตุอะไร ก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากรชานนท์ จนวันรุ่งขึ้นรชานนท์ชวนวันรบกลับไปที่บ้านติรกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ติรกาบันดาลโทสะ ยิงรชานนท์ จนวันรบต้องหามรชานนท์ส่งโรงพยาบาล เตือนใจ (ดวงตา ตุงคะมณี) แม่ของติรกา และ พุทรา (ปาจารีย์ ณ นคร) เลขาของติรกา ก็ตกใจไปตามๆกัน นลินี (พิมลวรรณ หุ่นทองคำ) พี่สาวของรชานนท์จะแจ้งตำรวจจับติรกา แต่รชานนท์ปฏิเสธ มัทรีตกใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และพยายามซักไซ้ไล่เลี่ยงกับติรกาว่าทำไมถึงกับต้องยิงรชานนท์ ติรกาตอบเพียงแค่ว่า เธอเสียดายที่ยิงรชานนท์ไม่ตาย แล้วติรกาก็หนีหน้าทุกคนกลับราชบุรีทันที

ท่ามกลางความงุนงงของวันรบ มัทรี พชร นลินี รชานนท์บอกความจริงกับทุกคนว่า เขาคือผู้ชายที่เคยรักกับติรกาเมื่อครั้งอดีต และเขาสังหรณ์ใจว่า มัทรีคือลูกสาวของเขา มัทรีตกใจ ไม่ยอมรับ เพราะเข้าใจว่าหมอพลคือพ่อของเธอมาตลอด มัทรีตามไปถามความจริงจากติรกา แรก ๆ ติรกาไม่ยอมบอกอะไร จนแม่ลูกมีปากเสียงกันรุนแรง ติรกาจึงหลุดปากเล่าความจริงทั้งหมด ว่ารชานนท์ คือคนที่ทำให้เธอท้องและทอดทิ้งเธอกับลูกไปเรียนต่อเมืองนอกอย่างไม่เหลียวแล มัทรีเจ็บปวดและเสียใจแทนแม่ เมื่อรู้ความจริงในอดีต ทำให้มัทรีไม่ยอมรับรชานนท์เป็นพ่อ รชานนท์บอกกับทุกคนว่าจะตามง้อขอคืนดีกับติรกา และจะทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อในตัว มัทรีกลับมา เมื่อวันรบรู้ความลับของติรกาจึงคิดว่าเหนือกว่า แต่ติรกาบอกว่าถ้าวันรบยังยุ่งเรื่องของเธอ เธอจะคิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถ้าไม่จ่าย จะล้มเลิกงานแต่งงานทันที ซึ่งคราวนี้มัทรีเห็นด้วยกับแม่อย่างเต็มที่ สร้างความกลุ้มใจให้กับวันรบยิ่งนัก ที่จู่ ๆ คนรักพลิกกลับไปเข้าข้างว่าที่แม่ยายซะงั้น
ที่ราชบุรี ติรกามี สมภพ (โจโจ้ ไมอ๊อกซิ) นักธุรกิจหนุ่มใหญ่มาติดพัน สมภพเป็นคนเจ้าชู้ และมี ทรงสุดา(นฤมล พงษ์สุภาพ) เป็นภรรยาอยู่แล้ว แต่แสร้งตีหน้าเป็นคนดี หลอกให้ติรกาสงสารว่าครอบครัวมีปัญหาอยู่เสมอ สมภพมีศักดิ์เป็นอาของธงฉาน วันรบ ไม่พอใจที่ธงฉานมาเกาะแกะเอาใจมัทรี ทำให้วันรบและธงฉานมีเรื่องกันทุกครั้งที่เจอ ธงฉานใช้ความกะล่อนเจ้าเล่ห์ หลอกให้ติรกาเข้าใจผิดวันรบอยู่บ่อย ๆ ทำให้ในสายตาติรกาเห็นว่า วันรบไม่คู่ควรกับมัทรีทั้งนิสัยใจคอและฐานะ ถ้าเทียบกับธงฉาน หนุ่มนิสัยดีและฐานะดี เพียบพร้อมคุณสมบัติทุกอย่าง
ติรกา แอบไปต่อรองกับรชานนท์ถึงบริษัท พชรอาคิเทค ให้เลิกความคิดเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นพ่อกับมัทรี ขณะที่ติรกากับรชานนท์มีปากเสียงและโทษกันเรื่องความผิดของอีกฝ่ายที่ทอดทิ้ง รุจี (พรรณชนิดา ศรีสำราย) น้องเมียของสมภพก็เข้ามาเจอ รุจีชอบรชานนท์มานาน และแสดงความในใจให้รชานนท์รับรู้อยู่เสมอ เมื่อเจอติรกาอยู่กับรชานนท์ จึงเกิดอาการหึงหวง พร้อมแสดงความเป็นเจ้าของรชานนท์ ทำให้ติรกาและรุจีเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ติรกาผลุนผลันออกมาจากบริษัทด้วยความฉุนเฉียว จึงถูกรถยนต์เฉี่ยว หัวกระแทกพื้นอย่างแรง รชานนท์ตกใจมากรีบพาตัวติรกาส่งโรงพยาบาลทันที มัทรีตกใจเมื่อรู้เรื่อง โทษว่า รชานนท์เข้ามาทำให้ชีวิตแม่ของเธอต้องเจอกับเรื่องร้าย ๆ และยิ่งไม่ยอมรับรชานนท์ แถมพาลงอนและโกรธวันรบด้วย

เมื่อติรกาฟื้นขึ้นมาพร้อมกับอาการสูญเสียความทรงจำ ท่ามกลางความสับสนและจำอะไรไม่ได้ แต่กลับจำรชานนท์ได้ว่าเป็นคนที่เธอรักมาก รชานนท์จึงถือโอกาสใช้ช่วงเวลานี้ใกล้ชิดกับ ติรกา แต่ทำให้มัทรีไม่พอใจที่รชานนท์ใช้โอกาสนี้แต๊ะอั๋งลวนลามแม่ของเธอ รชานนท์ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านติรกาตามความต้องการของติรกา ทำให้มัทรีคอยขวางไม่ให้แม่เสียเปรียบรชานนท์ ร้อนถึงวันรบต้องคอยเข้ามาช่วยแยกมัทรีออกจากติรกา มัทรีทะเลาะกับวันรบเพราะกลัวแม่จะเสียเปรียบ ถ้าติรกาถูกรชานนท์ล่วงเกินทางเพศ แต่ติรกากลับมองว่าเป็นเรื่องปรกติของคู่สามีภรรยา ยิ่งทำให้วันรบชอบใจ มัทรีแอบรู้แผนที่รชานนท์จะวางยาติรกาเพื่อรวบรัด มัทรีจึงย้อนเอายานอนหลับของ ติรกาให้รชานนท์กินด้วย ทั้งคู่จึงหลับไปด้วยกันในที่สุด
กำนันเรือง (สุเทพ ประยูรพิทักษ์) และ วันทนีย์ (ดารณีนุช โพธิปิติ) พ่อแม่ของวันรบมาเยี่ยมลูกชายจากต่างจังหวัด วันทนีย์ไม่ชอบมัทรี เพราะรู้ว่ามัทรีเป็นต้นเหตุให้ติรกาหาเรื่องแกล้งลูกชายตัวเอง วันทนีย์ ต้องการให้วันรบแต่งงานกับ กระถิน (สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย) เด็กสาวขัดดอกที่วันทนีย์ถูกใจ กระถินคอยแสดงตัวกับมัทรีว่าเป็นคู่หมายของวันรบ ทำให้มัทรีไม่พอใจ และมีปากเสียงกับวันรบบ่อยครั้ง
วันรบ ฉวยโอกาสที่ติรกาจำอะไรไม่ได้ แสร้งเล่นละครชีวิตรันทด เล่าเรื่องความลำบาก อดมื้อกินมื้อ เพื่อเก็บออมเงินเอามาจ่ายค่าสินสอดให้ติรกา ติรกาภาคความจำเสื่อมสงสารและเห็นใจในความรักที่วันรบมีต่อมัทรี จึงยอมให้มีพิธีแต่งงานเกิดขึ้น ท่ามกลางความเสียใจของ ธงฉานกับกระถิน และความไม่พอใจของวันทนีย์ แต่พิธีหมั้นก็เกิดขึ้นจนได้ แม้ว่าสมภพกับธงฉานจะแกล้งผีเข้า เพื่อล้มเลิกงานหมั้น แต่ก็ทำไม่สำเร็จ พิธีหมั้นผ่านไปด้วยดี แต่แล้วอยู่ดีๆ ความทรงจำของติรกาก็กลับคืนมาอีกครั้ง แต่เธออยากพิสูจน์ใจของรชานนท์ จึงไม่ได้แสดงออก มีเพียงเตือนใจ และ พุทรา ที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ความจริงใจของรชานนท์ ทำให้ติรกาใจอ่อน และเมื่อวันรบแกล้งวางแผนการอยากให้ ติรกากับรชานนท์เข้าใจกันจริงๆ โดยให้โจรจับตัวไป ท่ามกลางความวุ่นวาย รชานนท์สารภาพ เรื่องราวทั้งหมดว่ายังรักติรกาเสมอมา ตอนไปเรียนต่อเมืองนอกก็ตั้งใจจะให้ติรกาตามไป แต่อยู่ดีๆ ก็ได้ข่าวว่าติรกาตั้งท้อง จึงเสียใจมาก ไม่เคยคิดมีใครใหม่เลย ที่สุดพ่อแม่ลูกก็เข้าใจกัน เป็นครอบครัวที่มีความสุข
แต่แล้ววันทนีย์โทรสายด่วนด้วยความดีใจมาบอกวันรบว่า ให้กลับมาจัดการเรื่องกระถินท้องกับวันรบ มัทรีตกใจและเสียใจมากขอล้มเลิกงานหมั้นกับวันรบ วันรบปฏิเสธว่าไม่ได้ทำแต่มัทรีไม่เชื่อ รชานนท์ขอให้มัทรีใจเย็น ๆ และให้วันรบกลับไปพิสูจน์ไม่ใช่พ่อของลูกในท้องกระถิน วันรบ มัทรี รชานนท์ ติรกา เดินทางมาพิสูจน์ความจริงถึงบ้านวันทนีย์ที่สุพรรณ รวมทั้งมือที่สามอย่างธงฉานด้วย กระถินอ้ำอึ้งเมื่อถูกซักฟอกเรื่องเด็กในท้อง ทั้ง ๆ ที่วันทนีย์คอยถือหางให้บอกต่อหน้าทุกคนว่าวันรบคือพ่อเด็ก แต่เหตุการณ์กลับโอละพ่อวุ่นวาย เมื่อกระถินไม่ได้ท้อง วันรบพ้นข้อกล่าวหา
แต่สมภพและธงฉาน ยังไม่ยอมเลิกรา ร่วมมือกับรุจี และ วริษรา (ณัฐณิชา สกุลจารุพงศ์) ผู้หญิงสองคนที่หลงรักรชานนท์ และ วันรบ วางแผนแย่งชิง ใส่ร้ายป้ายสีให้สองหนุ่มตกหลุมพราง ทำให้ติรกาและมัทรีเข้าใจผิด เรื่องราวความรักของสองคู่ชู้ชื่น จะลงเอยอย่างไร ก็ต้องติดตามชมดู… ในละคร แม่ยายที่รัก
ติดตามสกู๊ปละคร แม่ยายที่รัก
เรื่องย่อละคร รักประกาศิต
ตัวละคร รักประกาศิต
นริศรา สุริยรักษ์ หรือ นิด อายุ 22 ปี บุตรสาวคนเล็กของ พล.อ. ณัฐ สุริยรักษ์ ผู้จัดการไร่สุพัฒนา นำแสดงโดย แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญบุคลิกภายนอก สวย สง่า ผิวขาว สูงโปร่ง หุ่นดี บอบบาง เรียนบริหารธุรกิจระดับปริญญาตรีที่สหรัฐฯ แต่ไม่จบต้องพักการเรียนกลางคันตอน ปี 3 เพราะคุณพ่อเสียกะทันหัน มีความสามารถทางภาษา เป็นคนคล่องแคล่วว่องไว พูดจาตรงไปตรงมา ฝีปากกล้า ไม่มีจริตจก้าน ไม่มีท่าทางเอียงอาย ท่าทางเข้มแข็งหยิ่งทระนง รักศักดิ์ศรี เกลียดการดูถูกดูหมิ่นที่สุด ไม่ยอมคน หัวดื้อ ถือดี มุ่งมั่น
บุคลิกภายใน กล้าหาญ เสียสละ มีจิตใจเมตตา มีความเป็นผู้นำรักลูกน้อง รักและเคารพงานที่ทำ จิตใจเข้มแข็ง อดทน มีมานะพยายาม ซื่อสัตย์ ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ สู้คน รักและเคารพพี่ชาย จิตใจมั่นคง
ปมในใจ ขัดเคืองใจที่ภูชิชย์ดูหมิ่นดูแคลนในความสามารถและคิดว่าเธอหน้าตาดีหวังจะมาขุดทองรวยทางลัด ทำให้ไม่กล้ารักภูชิชย์เพราะกลัวว่าจะเข้าทางความคิดของเขา
ภูชิชย์ บริรักษ์กิจเกษตร (คุณภู) อายุ 32 ปี ลูกชายคนโตของคุณหญิง สุนทรีย์ เจ้าของไร่สุพัฒนา แสดงโดย ป๋อ ณัฐวุฒิ สะกิดใจบุคลิกภายนอก หนุ่มหน้าตาดี ร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ ตาดุ ขรึม เคร่งเครียด เอาจริงเอาจังกับงาน ขยันทำงานหนัก รักน้อง ปากร้ายใจดี ใจร้อน ชอบวางอำนาจ เด็ดขาด เผด็จการ ระเบียบจัด ฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์ เป็นคนมีสัจจะ รักษาสัญญา
บุคลิกภายใน มีน้ำใจ กล้าตัดสินใจ เด็ดเดี่ยว ยุติธรรม ปากแข็ง เย็นชา มีใจรักมั่นคง ซื่อสัตย์ รักครอบครัว พี่น้องและกตัญญูต่อแม่มาก รักน้องสาวคนเล็กมากจนเกินไปและผิดทางด้วยการตามใจน้องทุกอย่างตามที่แม่สั่ง เห็นน้องสาวเป็นเด็กที่ต้องปกป้องตลอดเวลาเพราะอายุห่างจากน้องสาวเกือบสิบปี
ปมในใจ ด้วยความที่ครอบครัวต้องสูญเสียพ่อไปตั้งแต่สมัยวัยรุ่น จึงทำให้เขาต้องเข้ามาช่วยเหลือดูแลกิจการของครอบครัวเพื่อนผ่อนแรงแม่ เขาจึงเป็นผู้ใหญ่กว่าวัย และด้วยความที่เป็นพี่คนโตที่แม่ไว้ใจ แม่จึงมองภูชิชย์เป็นผู้ใหญ่กว่าวัย แต่กลับมองคุณเล็กเป็นเด็กเล็กๆกว่าวัย ภูชิชย์เองก็มองเช่นเดียวกันจึงทำให้ทั้งสองโอ๋คุณเล็กเหมือนเด็ก ช่วยกันตามใจจนเสียคน
นิพนธ์ ชุติวัจน์ อายุ 26 ปี ผู้จัดการไร่ (ก่อนนริศรามาอยู่) ดูแลงานสำนักงานเอกสารต่างๆ นำแสดงโดย ก้อง สรวิชญ์ สุบุญหน้าตาดี ช่างเจรจา มีน้ำใจ มีความเป็นธรรม ยืดหยุ่น ซื่อสัตย์ ตั้งใจทำงาน อดทน มีความเป็นผู้นำรักลูกน้อง และซ่อนความโรแมนติค แอบชอบสุพัฒนา แต่สุพัฒนาไม่สนใจเพราะต่ำศักดิ์กว่า ช่วยเหลือนริศราด้วยความบริสุทธิ์ใจ เอ็นดูเหมือนน้องสาว เพราะเห็นว่าเป็นคนใจสู้
สุพัฒนา บริรักษ์กิจเกษตร (คุณเล็ก) อายุ 23 ปี ลูกสาวคนเล็กของพระยาบริรักษ์กิจเกษตรกับคุณหญิงสุ่น หรือ สุนทรี เจ้าของไร่สุพัฒนา แสดงโดย แพท ณปภา ตันตระกูล
บุคลิกภายนอก หน้าตาดี รสนิยมดี ไม่อ่อนหวาน กระด้าง อารมณ์ร้าย เจ้าอารมณ์ ขี้ระแวง เจ้ายศเจ้าอย่าง ดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่า เข้มงวด ชอบตำหนิ ชอบจับผิด เจ้าระเบียบ รักพี่ชายคนโตมาก หวง
บุคลิกภายใน เกลียดผู้หญิงหน้าตาดีเพราะกลัวพี่ชายรักแล้วแต่งงาน จะแย่งความรักไปหมด เห็นแก่ตัว งกสมบัติ รักใครไม่เป็น ไม่เชื่อในความรัก กลัวคนมาหลอกสมบัติ ชอบคิดว่าคนที่ขัดใจคือคนที่จะมารังแกตัวเอง ไม่เคยเข้าใจชีวิต มองโลกในแง่ร้าย อิจฉา ริษยา โลภมาก แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ใจดำ อำมหิต โหดร้าย เพราะถูกเอาใจแต่เด็กทำให้เสียนิสัย บวกกับการที่ต้องห่างจากพี่ชายคนโตเกือบสิบปี ทำให้คิดเสมอว่าตัวเองเป็นเด็กที่พี่ๆต้องรักและตามใจ
ปมในใจ ด้วยความที่มีโรคประจำตัวคือโรคสำออย hyperventilation syndrome บวกกับถูกเลี้ยงมาอย่างเจ้าหญิง ทำให้เป็นคนดูถูกคน ไม่มีน้ำใจ และคิดว่าตัวเองคือศูนย์กลางของโลก เมื่อไม่ได้อย่างใจหรือเจอคนที่ขัดใจก็จะโกรธและพาลคิดว่าถูกรังแกจนกลายเป็นอาการประสาท
เจ้าทิพย์ดารา (เจ้าน้อย) อายุ 25 ปี บุตรสาวคนเดียวของเจ้าเทพมงคลกับเจ้าดาระกา ทายาทเจ้าของไร่เทพมงคล นำแสดงโดย เจี๊ยบ พิจิตรา สิริเวชชะพันธ์สาวสวยที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างทั้งชาติตระกูล การศึกษา และหน้าตา เป็นคนมีความคิดที่ดีมองโลกในแง่ดี เชื่อมั่นในรักแท้ แต่ก็เป็นคนที่ไม่เข้มแข็งเท่าไหร่ทำให้ต้องหนีไปจากชีวิตของภูชิชย์เมื่อครั้งที่คุณเล็กเข้ามาขัดขวางการแต่งงาน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับมาสู้เพื่อความรักแท้

พิสุทธิ์ เลิศพาณิชย์กิจ (โป๊ะ) อายุ 22 ปี เพื่อนสนิทของนริศรา ศึกษาที่มลรัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา (ที่เดียวกับนริศรา) นำแสดงโดย เดี่ยว สุรยนต์ อรุณวัฒนกุล
ชายหนุ่มรูปงาม และนิสัยก็งามตามรูป เป็นคนมีอัธยาศัยดี รักใครรักจริง มีความจริงใจให้กับทุกคน และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง เชื่อมั่นและเคารพความคิดของตัวเอง แม้บ้านมีฐานะดีมีธุรกิจหลายอย่าง แต่ก็ยอมขัดใจพ่อแม่เพื่อความถูกต้องในความรัก หลงรักนริศรามาตั้งแต่รู้จักกันตอนเรียนปี 1 และยอมรอจนกว่านริศราจะใจอ่อน แม้ที่บ้านจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ยอมขัดใจพ่อแม่
วิทวัส บริรักษ์กิจเกษตร อายุ 29 ปี ลูกชายคนกลางของคุณหญิงสุนทรี ดูแลกิจการที่กรุงเทพ นามบริษัท สุพัฒนาการเกษตร นำแสดงโดย ลิฟท์ สุพจน์ จันทร์เจริญ
บุคลิกภายนอก ผิวขาว(อยู่ห้องแอร์) หน้าตาดี ใจเย็น สุขุมรอบคอบ มีน้ำใจชอบช่วยเหลือ ไม่ดูถูกผู้อื่น ตั้งใจทำงาน รักครอบครัว
บุคลิกภายใน ใจดี มีเมตตา รักและเคารพพี่ชายมาก ด้วยความที่เป็นลูกคนกลาง ที่แม่และพี่ชาย ปล่อยอิสระมาตลอดเพราะมัวแต่ไปทุ่มเทที่น้องสาว ทำให้วิทวัสเข้มแข็ง อารมณ์ดีและรักอิสระ
ปมในใจ ชังน้องสาวที่กีดกันไม่ให้พี่ชายและเขาแต่งงานเพราะห่วงสมบัติและห่วงตัวเองว่าจะไม่มีใครเอาใจใส่ ทำให้ต้องแอบแต่งงานและซ่อนภรรยาไว้นอกบ้าน
รัชนิดา อายุ 27 ปี ภรรยาของวิทวัส นำแสดงโดย โซบี โชติรส แก้วพินิจ
รักกับวิทวัสตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แต่ด้วยความที่คุณเล็กเห็นว่าไม่รวยจึงกีดกันจนทั้งคู่ต้องทำเป็นเลิกกัน จนเมื่อเรียนจบ วิทวัสทำทีมาดูแลบริษัทที่กรุงเทพฯ เมื่อรัชนิดาเรียนจบก็ตามมาและแอบแต่งงานอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ จนมีลูกด้วยกัน นิสัยเป็นคนเรียบร้อย ง่ายๆ ไม่ฟุ้งเฟ้อ วางตัวดี นิสัยดี มีความเป็นแม่บ้าน รักครอบครัว และวิทวัสมาก
พ.อ.ณรงค์ สุริยรักษ์ (พี่ณะ) อายุ 29 ปี พี่ชายคนเดียวของนริศรา อาชีพ ทหารอากาศ ดูแลเรื่องการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ (ได้ทุนเรียนต่อ) นำแสดงโดย เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ
แม้ภายนอกจะเป็นทหารที่ดูเหมือนอดทน เข้มแข็ง มีความเป็นผู้นำ รักครอบครัวมาก แต่จุดอ่อนคือหูเบาเชื่อเมีย ไว้ใจเมียมากเกินไป เป็นคนเรียนเก่งมากได้ทุนมาตั้งแต่เริ่มเรียนเตรียมทหาร จนได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการบริหารที่สวีเดน เพื่อที่กลับมาจะได้ช่วยเหลือกองทัพในด้านการจัดซื้อ ด้วยความที่เป็นคนเก่งในด้านการเรียนจึงทำให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว
ลัคนา อายุ 25 ปี ภรรยาของพันตรีณรงค์ พี่สะใภ้ของนริศรา นำแสดงโดย อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์
หน้าตาสวย ผิวพรรณดี เป็นคนสองหน้า ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง เลือกคบคนที่ฐานะรวยๆ ปากหวานก้นเปรี้ยว ไม่จริงใจกับใคร นับถือเงินทองวัตถุนิยมมากกว่าค่าของความเป็นคน ด้วยความโลภและขี้อิจฉา จึงคิดว่านริศราเอาเปรียบสามีเธอในเรื่องเงินมาตลอด สุดท้ายก็ทำทุกอย่างเพื่อจะให้นริศรากระเด็นออกไปจากกองมรดก มีน้องสาวหนึ่งคนคือลาวัลย์ ก็พยายามอยากให้น้องสาวได้คนรวยๆ
ลาวัณย์ อายุ 23 ปี น้องสาวของลัคนา เป็นพยาบาลอยู่เชียงใหม่ นำแสดงโดย เกล วรันลักษณ์ ศิริมะณีวัฒนา
มีอาชีพเป็นพยาบาล หน้าตาสวย เปรี้ยว กล้าได้กล้าเสีย แต่ทะเยอะทะยาน ชอบคนรวย เป้าหมายในชีวิตคือได้ผู้ชายรวยๆ ขี้อิจฉาถ้าใครได้ผู้ชายดีกว่า และต้องเป็นคนที่ได้ของดีที่สุด ยอมทำทุกอย่างเพื่อจับผู้ชายที่หมายปอง
เจ้าดาระกา นำแสดงโดย ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล
ชายาเจ้าเทพมงคล มารดาของเจ้าน้อย อายุ 50 ปี เจ้าระเบียบ ใจดี มีขนบประเพณีแบบแผน รักครอบครัวเป็นที่สุด รักลูก เป็นผู้หญิงประเภทช้างเท้าหลัง ตามใจสามีทุกอย่าง
เจ้าเทพมงคล นำแสดงโดย วิวัฒน์ ผสมทรัพย์
ท่านพ่อของเจ้าน้อย อายุ 55 ปี รักลูก ตามใจ เจ้าของสวนเทพมงคล มีความหยิ่งในศักดิ์ศรี ทิฐิสูง รักครอบครัว ถือตัวไม่ชอบให้ใครมาดูถูก ภูมิใจในชาตระกูล เป็นคนเจ็บแล้วจำ ใจเด็ดเดี่ยว ถ้าคิดว่าตัดก็คือตัด ไม่ว่ามิตรภาพเก่าก่อนจะดีแค่ไหน รักลูกสาวมาก ยอมลดทิฐิเพื่อความรักของลูก
บัวเกี๋ยง นำแสดงโดย รมิดา ประภาสโนบล
แฟนนายผล คนรับใช้ของคุณเล็ก หน้าที่ทำความสะอาดบ้านเรือนตั้งโต๊ะอาหารบนบ้าน เป็นพวกนายว่าขี้ข้าพลอย ขี้ประจบ เป็นหูเป็นตาให้คุณเล็กตอนไม่อยู่ ยุแหย่เพื่อผลประโยชน์ตนเอง เห็นแก่ตัว ไม่รู้จักบุณคุณคน แว้งกัด ทะเยอะทะยานในทางที่ผิด มักใหญ่ใฝ่สูง ทำได้ทุกอย่างถ้าจะทำให้ชีวิตตัวเองสบาย แอบรักภูชิชย์มานานเพราะชอบที่หล่อและรวย ปากคอร้ายกาจ เบ่งอวดอำนาจกับคนที่ด้อยกว่า ถือว่ามีนายคุ้มหัว
นายผล นำแสดงโดย ศิระ แพทย์รัตน์
แฟนบัวเกี๋ยง คนขับรถในไร่ นิสัยเหล้าเข้าปากเปลี่ยนเป็นนักเลง ชั่วร้าย แว้งกัด เจ้าชู้ เอาทุกอย่างที่ไม่ดี ทั้งเหล้า การพนัน ชอบไถเงินบัวเกี๋ยง แอบชอบนริศราหวังอยากฟัน เป็นคนหน้าเงินเห็นเงินเป็นใหญ่
ลุงปั๋น นำแสดงโดย ถนอม สามโทน
หัวหน้าคนงาน เป็นผู้ช่วยนิพนธ์ ใจดีมีเมตตา อารมณ์ดี มีน้ำใจ แต่ก็ทำงานไม่ค่อยละเอียดมีผิดมีพลาดเป็นประจำ แต่ด้วยความเป็นคนดีและเป็นคนเก่าคนแก่ ลุงปั๋นจึงอยู่ได้อย่างมีความสุข
พร นำแสดงโดย พรรษชล สุปรีย์
คนงานหญิงวัยรุ่น อายุประมาณ 17-18 คอยทำงานทุกอย่างในสำนักงาน จริงใจใสซื่อ แต่ไม่ถูก กับบัวเกี๋ยงเพราะบัวเกี๋ยงชอบข่ม ชอบนริศราที่ความสวยจึงถวายตัวเป็นพวกนริศรา
แม่อุ้ย นำแสดงโดย พิมพ์พรรณ บูรณะพิมพ์
หัวหน้าแม่บ้านของไร่สุพัฒนา เป็นคนดูแลทุกอย่างตั้งแต่อาหารของคนงานในไร่ ที่อยู่ที่กินไปจนถึงดูแลควบคุมคนทำงานทำความสะอาดของที่พักและสำนักงานของไร่ จิตใจดี มีเมตตา เป็น ผู้ใหญ่ มีความคิดรอบคอบใจเย็น
ด.ช.นุ้ย สุริยรักษ์ หลานคนโตของนริศรา น่ารัก นิสัยดี รักอานิด
ด.ญ.นุ่น สุริยรักษ์ หลานคนเล็กของนริศรา รักอานิดเหมือนพี่ชาย
น้องลูกหนู ลูกสาวของวิทวัสกับรัชนิดา
ฟังเพลงประกอบละคร รักประกาศิต
และเพลง ไม่มีเหตุผล Good Morning
เรื่องย่อละคร มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 36 – 40 (ตอนจบ)
เรื่องย่อละคร มรดกรักฉบับพันล้านวอน
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 36
นับเป็นอีกครั้งที่อุนซองปฏิเสธไม่ยอมเป็นผู้รับมรดกของย่า นอกจากนี้ยังตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อทำความฝันของเธอให้กลายเป็นจริง ขณะที่พิงจุงกำลังทานอาหารอยู่นั่นเองก็เหลือบไปเห็นป้ายประกาศตามหา อุนยูโดยบังเอิญ เมื่อพิงจุงเห็นเช่นนั้นจึงยืนยันหนักแน่นต่อเซ็งฮีว่าตนจะมอบตัวเพื่อคืนฐานะให้ตนเอง มีเพียงหนทางนี้เท่านั้นที่จะตามหาอุนยูพบ ซึงมีเชิญยูฮังมาร่วมฉลองวันเกิดของเธอ นึกไม่ถึงยูฮังได้ชักชวนอุนซองมาร่วมงานด้วยกัน ซึงมีเห็นเช่นนั้นจึงหาที่ซ่อนไม่ออกมาพบคนทั้งสอง ซึงมีบอกเซ็งฮีว่ายูฮังและอุนซองมาด้วยกัน เซ็งฮีตัดสินใจลักพาตัวอุนยูอีกครั้ง แต่มโนธรรมในใจของซึงมีก็ทำให้เธอขัดขวางแม่ จากนั้นก็บอกแม่ว่าเธอไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว เซ็งฮีบอกอุนซองว่าตามหาอุนยูพบแล้ว แต่มีข้อแม้ว่าถ้าหากอุนซองพบหน้าอุนยูแล้ว อุนซองจะต้องไปอเมริกาทันที
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 37
อุนซองยอมรับข้อเสนอของเซ็งฮีด้วยดี ก่อนที่อุนซองจะจากไปได้นำของขวัญไปมอบให้ย่า อุนซองสวมใส่สร้อยคอที่ยูฮังมอบให้ไปร่วมงานเลี้ยง หลังจากเสร็จสิ้นงานเลี้ยง อุนซองก็นำหนังสือลาออกไปมอบให้ผู้จัดการร้านเพื่อส่งต่อให้ย่า รุ่งขึ้น เมื่อยูฮังมาทำงานถึงรู้ความจริงว่าอุนซองลาออกจากงานไปเสียแล้ว เซ็งฮีให้คนนำตัวอุนยูไป นึกไม่ถึงว่าอุนยูวิ่งหนีออกมาจากรถ พิงจุงไปหาจุนเซจนได้พบกับเฮลี ในเวลานี้เอง จุนเซก็รู้ความจริงถึงความสัมพันธ์ของพิงจุงและอุนซอง ยูฮังรีบรุดไปที่สนามบินเพื่อยับยั้งไม่ให้อุนซองจากไป จุนเซและพิงจุงรีบรุดไปที่สนามบินเช่นเดียวกัน หลังจากที่ทั้งสองพบหน้ากันแล้ว อุนซองก็เปิดเผยถึงสาเหตุที่เธอต้องไป เซ็งฮีซึ่งทำอุนยูหายไปได้รับโทรศัพท์จากอุนซอง สิ่งที่เธอทำได้ในเวลานี้คือถ่วงเวลาอุนซองไปก่อน
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 38
อุนซอง,พิงจุงและพวกพากันไปที่บ้านยูฮังเพื่อขอความช่วยเหลือจากย่า ย่ามีคำสั่งให้ยงนังหลอกเซ็งฮีมาที่บ้าน ยูฮังหวนนึกถึงคำพูดของซึงมีขึ้นมาจึงปักใจเชื่อว่าคนที่ตนพบเห็นที่บาร์ของพ่อบ้าน คืออุนยูนั่นเอง เมื่อยูฮังเชื่อเช่นนั้นจึงออกตามหาอุนยู เซ็งฮีตกใจมากเมื่อเห็นอุนซองและพิงจุงอยู่ด้วยกัน กระนั้นเธอก็ยังคงยืนกรานว่าเธอไม่ผิด ที่สำคัญเธอก็ไม่ยอมเปิดเผยเบาะแสของอุนยูออกมา ยูฮังพบอุนยูที่ร้านเปียโน หลังจากที่ยูฮังพบอุนยูแล้วก็พาอุนยูกลับบ้าน พิงจุง,อุนซองและอุนยูร้องไห้โผเข้ากอดกันด้วยความดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง หลังจากที่ทุกคนรับฟังเรื่องราวจากอุนยูแล้ว ในที่สุดความจริงก็ปรากฏออกมา เซ็งฮีกลับบ้านเก็บสัมภาระเพื่อจากไป ซึงมีเศร้าโศกเสียใจมากเมื่อรู้ว่าแผนการของเซ็งฮีล้มเหลว ในที่สุดพิงจุงก็ไปมอบตัวที่สถานีตำรวจเพื่อขอฐานะเดิมกลับคืนมา เซ็งฮีจำเป็นต้องคืนเงินประกันให้บริษัทประกันชีวิต
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 39
หลังจากที่ความจริงทั้งหมดเปิดเผยออกมาแล้ว ยูฮังก็รู้สึกผิดและละอายใจที่ในเบื้องแรกเป็นเหตุให้พิงจุง, อุนซองและอุนยูพ่อลูกต้องพลัดพรากกัน เซ็งฮีไม่มีทางออกจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่กลับถูกซึงมีขัดขวางไว้ หลังจากที่เซ็งฮีสงบจิตสงบใจแล้วก็ตัดสินใจคืนเงินประกันให้บริษัทประกัน รวมทั้งคืนเงินและบ้านที่หลอกลวงมาให้พิงจุง ซึงมีตัดสินใจจากไป ก่อนไปเธออำลาอุนซองและอวยพรให้อุนซองและยูฮังครองรักกันอย่างมีความสุข ย่ามอบหมายให้พิงจุงรับผิดชอบก่อสร้างหอพักพนักงาน อุนซองบอกยูฮังว่าเธอจะเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ เรื่องนี้สร้างความหดหู่ให้ยูฮังเป็นอันมาก
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 40 (ตอนจบ)
อุนซองและอุนยูพูดคุยกัน จากการพูดคุยกันทำให้อุนซองรู้ว่ายูฮังรักเธอมาก หลังจากที่ย่ารู้เรื่องที่อุนซองจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ ย่าก็ตัดสินใจให้ยูฮังไปศึกษาต่อต่างประเทศเช่นกัน เรื่องของอุนซอง ยูฮังจะต้องเป็นคนตัดสินใจด้วยตนเอง ยูฮังตัดสินใจไม่ไปศึกษาต่อประเทศโดยตัดสินใจว่าจะใช้อยู่กับย่าในเวลาที่เหลืออยู่ ในที่สุด อุนซองก็เปิดเผยความในใจต่อยูฮัง โดยขอให้ยูฮังรอเธอสำเร็จการศึกษากลับมา จุนเซเก็บสัมภาระไปทำธุรกิจที่ตงไห่ ย่าพบว่าพ่อบ้านและยงนังหลงรักกัน ในที่สุดย่าก็เปิดทางให้ทั้งสองได้ครองรักกัน ย่านำหุ้นที่มีอยู่แบ่งให้บรรดาพนักงาน สิ่งที่มอบให้ยูฮังคือกองทุนสงเคราะห์คนชราและเด็ก เซ็งฮีและซึงมีเปิดร้านดอกไม้ยังชีพเริ่มต้นชีวิตใหม่
มรดกรักฉบับพันล้านวอน จบบริบูรณ์
มรดกรักฉบับพันล้านวอน
เรื่องย่อละคร มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 31 – 35
เรื่องย่อละคร มรดกรักฉบับพันล้านวอน
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 31
จุนเซนัดยูฮังออกมาพบ จุนเซชกยูฮังหนึ่งหมัดเตือนสติยูฮังเพื่อให้ยูฮังคำนึงถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อซึงมี อย่าได้ทำร้ายอุนซองอีกต่อไป เฮลีพบว่าอุนซองสวมใส่สร้อยคอที่ยูฮังมอบให้ อุนซองยอมรับว่าเธอหลงรักผู้ที่มอบสร้อยคอให้เธอ ยินอิงบอกซึงมีว่ามีคนแปลกหน้ามาหาซึงมีบ่อยๆ ซึงมีรู้สึกไม่สู้ดีนักจึงหลอกยินอิงว่าอาจเป็นพวกทวงหนี้ก็เป็นได้ อย่าบอกที่อยู่ของอุนซองให้คนที่ว่านั้นรู้เป็นอันขาด ย่ามอบหมายให้พ่อบ้านไปสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพิงจุงและเซ็งฮี การลงทุนที่ตงไห่ผ่านพ้นไปด้วยดี ในที่สุดร้านสาขาที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของอุนซองและยูฮังก็สามารถทำยอดขายทะลุยี่สิบเปอร์เซนต์ ผู้จัดการปั๊ก ทวงสัญญาจากย่าให้ยกเลิกเรื่องมรดก แต่กลับถูกย่าปฏิเสธ ในเมื่อร้านสาขาบรรลุเป้าหมายที่วางไว้แล้ว อุนซองจึงบอกยูฮังว่าถึงเวลาแล้วที่เธอต้องไป
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 32
ยงนังเข้าครัวทำอาหารเป็นครั้งแรก ย่าปลื้มใจมากจนเป็นลมหมดสติถูกนำส่งโรงพยาบาล ยูฮังและอุนซองรีบรุดไปที่โรงพยาบาล แต่ทันทีที่ยงนังและชองยีเห็นหน้าอุนซองเท่านั้นก็ขับไล่เธอไป หลังจากที่ตรวจร่างกายย่าอย่างละเอียดแล้ว แพทย์วินิจฉัยเบื้องแรกว่าย่าอาจเป็นอัมพาต ผู้จัดการปั๊ก นำความเข้าที่ประชุมเพื่อสรรหารักษาการประธานบริษัท เซ็งฮีและผู้จัดการปั๊ก ทานอาหารด้วยกันโดยพูดคุยกันถึงมรดกของย่า หนทางเดียวที่จะทำให้มรดกเป็นโมฆะจะต้องหยิบยกอาการเจ็บป่วยของย่าขึ้นมาหักล้าง เซ็งฮีและผู้จัดการปั๊ก ปล่อยข่าวอาการป่วยของย่าจนทำให้ราคาหุ้นของบริษัทตกลงอย่างน่าใจหาย อีกด้านหนึ่งนั้น ผู้จัดการปั๊ก ไม่เพียงแนะนำให้จุนเซกว้านซื้อหุ้นบริษัทเพื่อโค่นย่าลงจากประธานบริษัท ทั้งยังหว่านล้อมยงนัง,ชองยีและยูฮังให้คัดค้านมรดกของย่าอีกด้วย นึกไม่ถึงว่ากลับถูกยูฮังปฏิเสธ
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 33
ยูฮังพบเห็นอุนซองยืนคอยอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ หลังจากที่ขับไล่ยงนังและซึงมีไปแล้ว ยูฮังก็พาอุนซองเข้าไปพบย่า ต่อหน้าย่าซึ่งยังคงสลบไสลไม่ได้สติ ในที่สุดยูฮังก็เปิดเผยเรื่องที่พ่อได้รับอุบัติเหตุออกมา ยินอิงบอกซึงมีว่าอุนซองตระเตรียมการร้องศาลคดีมรดกของพิงจุง หลังจากที่อุนซองรับฟังเรื่องเศร้าใจของยูฮังแล้ว เธอก็โผเข้ากอดยูฮังเพื่อเป็นการปลอบใจ ในที่สุดย่าก็พ้นขีดอันตรายฟื้นได้สติขึ้นมา ทำให้อุนซองจากไปอย่างหมดห่วง ยูฮังขอแยกทางกับซึงมี ทั้งยังเปิดเผยว่าที่แล้วมาซึงมีโกหกหลอกลวงตนมาโดยตลอด ไม่ใช่อุนซองตามที่เธอกล่าวหา อุนซองไปหาจุนเซ เธอยืนยันต่อจุนเซว่าเธอไม่สามารถปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ได้ ย่าซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสอบถามสภาพของบริษัทจากผู้จัดการปั๊ก จนกระทั่งรู้ความจริงว่าผู้จัดการปั๊ก ส่งผลร้ายต่อบริษัท
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 34
ซึงมีซึ่งกำลังเศร้าโศกเสียใจข่มขู่อุนซองว่าถ้าหากอุนซองและยูฮังยังคงคบหากันต่อไป เธอก็จะฆ่าตัวตายต่อหน้าคนทั้งสอง ผู้จัดการปั๊ก นำความรายงานย่า แต่กลับถูกย่าตำหนิ หลังจากที่ผู้จัดการปั๊ก มาถึงบริษัทก็เรียกประชุมเพื่อยกเลิกการสรรหาประธานบริษัท พิงจุงติดต่อไปยังเซ็งฮีเพื่อสอบถามว่าพบเฮลีหรือยัง เซ็งฮียังคงโกหกหลอกลวงพิงจุงต่อไป นึกไม่ถึงครั้งนี้ทำให้พิงจุงจับพิรุธได้ ผู้จัดการปั๊ก ไปหาย่าซึ่งกำลังรักษาตัวโดยบอกย่าว่าบริษัทเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อถอดถอนย่าออกจากตำแหน่งประธานบริษัท หลังจากที่ผู้จัดการร้านและอุนซอง รู้เรื่องนี้แล้วก็ปักใจเชื่อว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับการตัดค่าแรงคนงานอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงพากันรวบรวมคนงานเพื่อให้การสนับสนุนย่าผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ผู้จัดการปั๊กเชื้อเชิญจุนเซมาร่วมประชุมผู้ถือหุ้นแต่เช้า
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 35
ภายในที่ประชุมผู้ถือหุ้น การปรากฏตัวของจุนเซสร้างความประหลาดใจให้ทุกคนเป็นอันมาก ยูฮังนำรายชื่อคนงานจำนวนเก้าร้อยกว่าคนเข้ามายังที่ประชุมผู้ถือหุ้น หลังจากที่ทุกคนรับฟังความคิดเห็นของยูฮังแล้วก็พากันเปลี่ยนมาให้การสนับสนุนย่าเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ ท้ายที่สุดจุนเซก็ลงคะแนนให้การสนับสนุนย่าเช่นเดียวกันสร้างความเคียดแค้นเดือดดาลให้ผู้จัดการปั๊กเป็นอันมาก อุนซองล่วงรู้ความจริงจากเฮลีว่าในช่วงเธอตกทุกข์ได้ยากนั่นเอง จุนเซเป็นคนให้ความช่วยเหลือเช่าบ้านให้เธออยู่ หลังจากที่อุนซองรู้ความจริงแล้วก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา จุนเซไปหาย่าเพื่อขอร้องให้ย่ายกโทษให้พ่อ ย่าชวนอุนซองกลับมาอยู่บ้านดังเดิม ทั้งยังจงใจยกย่องอุนซองต่อหน้ายงนังและชองยีทั้งที่ย่าขอร้องให้อุนซองย้ายกลับมาอยู่บ้านดังเดิม แต่นับเป็นอีกครั้งที่อุนซองขอร้องให้ย่าแก้ไขมรดกเสียใหม่
เรื่องย่อ มรดกรักฉบับพันล้านวอน ตอนที่ 36 – 40
มรดกรักฉบับพันล้านวอน
Popular Posts By Comments In The Last 7 Days
เรื่องใหม่ล่าสุด
- ฟังเพลง ครึ่งใจ กัน นภัทร
- ฟังเพลง แหลก Season Five
- ฟังเพลง ยอม หนึ่ง ณรงค์วิทย์ (Light Version) เพลงประกอบละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอนคุณชายปวรรุจ
- MV พูดไม่ค่อยถูก ABnormal
- ฟังเพลง สวย สวย Olives
- MV เริ่มใหม่ โทนี่ ผี
- MV จะให้ฉันรักยังไง เต้น นรารักษ์ เพลงประกอบละคร มนต์จันทรา
- ฟังเพลง ข้อความสุดท้าย Peter Corp Dyrendal
- ฟังเพลง good boy TATON
- ฟังเพลง Baby I miss you ดาว ณัฐภัสสร – เดือน พิชญ์สินี
- ฟังเพลง ไม่ใกล้ไม่ไกล Jetseter เพลงประกอบละคร มนต์จันทรา
- ฟังเพลง จะให้ฉันรักยังไง เต้น นรารักษ์ เพลงประกอบละคร มนต์จันทรา
- ฟังเพลง เหตุผล Katie Pacific
- ฟังเพลง รักแฟนเก่ามากเท่าไหร่ จะรักแฟนใหม่ให้มากกว่า เจมส์ ชินกฤช
- MV ไม่มีเธอ (กล่องดวงใจ) Paradox








