Browsing articles in "ละคร"

คาแรคเตอร์ตัวละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ

พ.ค. 14, 2012


คาแรคเตอร์ตัวละคร

หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ




ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล (ปราบ ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)ปราบ (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) สัตวแพทย์คนเดียวของอำเภอ และเป็นเจ้าของฟาร์มวัว ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว ต้องทำหลายหน้าที่ ดูแลชาวบ้าน เป็นสัตวบาล ทำคลอด ทำหมันสัตว์ในฟาร์มของชาวบ้านด้วย รวยแต่รวยแบบเงียบๆไม่เว่อร์ เป็นคนร่าเริงแจ่มใส ขยันขันแข็ง และผูกพันกับบ้านเกิดมากเลยเลือกที่จะเป็นสัตวแพทย์ที่บ้านเกิด แทนที่จะทำงานในกรุงเทพฯซึ่งเงินดีกว่า แต่งตัวเซอร์ๆ โดยปกติจะไม่ค่อยเอาเรื่องเอาราวอะไรกับใคร แต่ถ้าถูกรังแกจริงๆก็สู้ไม่ถอย มีปมคือเรื่อง ปรายฟ้า ซึ่งเป็นแม่แท้ๆของน้อยหน่า และเป็นรักแรกที่ไม่เคยลืมของตน มีลูกติด 1 คนคือ น้อยหน่า

อารยา เอ ฮาร์เก็ต (นับดาว ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)นับดาว (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) ไฮโซสาวแสบที่มีแต่เปลือก ฉายาเซเลบคิวทอง มีงานตลอด แต่ต้องปลอมตัวเข้าออกโรงรับจำนำ เพื่อเอาเครื่องเพชรหรือของแบรนด์เนมไปจำนำ แล้วก็เดินสายออกงานอีเว้นต์ เพื่อหาเงินไปไถ่ออกมา พื้นฐานเป็นคนจิตใจดีแต่ด้วยความที่จมไม่ลง แถมต้องรักษาเกียรติยศของวงศ์ตระกูล จึงพยายามทุกวิถีทาง เป็นคนเว่อร์ๆ ขี้โวยวาย เจ้าเล่ห์ เกลียดสิ่งสกปรกทุกชนิด ความสามารถพิเศษคือช็อปปิ้งของลดราคาได้เก่งมาก และเอามาใส่แมทกันจนเหมือนของแบรนด์เพื่อตบตาคนได้ มีจุดอ่อนเรื่องพ่อ เพราะถูกฝังหัวมาตั้งแต่เด็ก ว่าพ่อไม่รัก ทิ้งตนไปตั้งแต่เด็ก

ทูน หิรัญทรัพย์ (ปกป้อง ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)ปกป้อง (ทูน หิรัญทรัพย์) อาของปราบ และเป็นผู้จัดการฟาร์มของปราบ เป็นคนโผงผาง ขี้โวยวาย แต่จิตใจดีรักหลาน ภายนอกจะดูเหมือนดุจนพวกคนงานกลัวกันเป็นแถว แต่ใจจริงเป็นคนซื่อๆ พูดอะไรตรงไปตรงมา มีจุดอ่อนเรื่องผู้หญิง เป็นคนเจ้าชู้มาก





ธัญชนก กู๊ด (น้อยหน่า ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)น้อยหน่า (ธัญชนก กู๊ด) สาวสวยวัยรุ่นน่ารัก ลูกสาวของปราบ เรียนม.ปลาย แก่นเซี้ยวทะโมนเหมือนเด็กผู้ชาย เพราะโตมาในฟาร์ม โดยมีปกป้องคอยให้ท้าย น้อยหน่ารักพ่อมากจนดูเหมือนหวงพ่อตลอดเวลา ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้พ่อ เป็นโดนเล่นงานกลับไปทุกราย





จักริน ภูริพัฒน์ (ตะวัน ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)ตะวัน (จักริน ภูริพัฒน์) หนุ่มน้อยวัยรุ่นลูกชายเจ้าของรีสอร์ทข้างๆ ที่อยู่ติดกับฟาร์มของปราบ เป็นคนห้าวๆลุยๆ แต่กับผู้ใหญ่จะสุภาพอ่อนน้อม เป็นคู่กัดกับน้อยหน่ามาตั้งแต่เด็ก แพ้ทางคนสวยและชอบผู้หญิงมีอายุมากกว่าเป็นเหตุให้หลงรักนับดาวตั้งแต่แรกพบ ทำความไม่พอใจให้น้อยหน่าเป็นอย่างยิ่ง




จินตหรา สุขพัฒน์ (อลิสา ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)อลิสา (จินตหรา สุขพัฒน์) น้าสาวของนับดาว และเป็นคนเลี้ยงนับดาวมาตั้งแต่เด็ก เว่อร์ๆพอกันกับนับดาว ถือเนื้อถือตัวชอบเหยียด และเพราะนิสัยชอบดูถูกคนนี่เอง ทำให้อายุจนป่านนี้ก็ยังไม่มีผู้ชายมาจีบซักคน แต่ตัวเองกลับบอกทุกคนว่าที่ไม่แต่งงานเพราะไม่มีคนที่เหมาะสม





ภูชิสะ ธนพัฒน์ (ชนะชัย ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)ชนะชัย (ภูชิสะ ธนพัฒน์) อาจารย์มหาวิทยาลัยจบปริญญาเอก เป็นพวกไฮโซถังแตก ติดหรู ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่จริงๆ อ่อนแอจนถูกแม่บงการชีวิตตลอดมา เป็นพ่อตัวจริงของน้อยหน่า และเป็นสามีของปรายฟ้า เป็นคนความขี้ขลาดไม่กล้ายอมรับทำให้ปรายฟ้าต้องไปขอความช่วยเหลือกับปราบและทิ้งน้อยหน่าไว้ให้ปราบเลี้ยงดู




เพ็ญพักตร์ ศิริกุล (ชัชฎา ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)ชัชฎา (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) เศรษฐีผู้ดีเก่า แต่ปัจจุบันเหลือแต่เปลือกได้แต่หลอกคนอื่นไปวันๆ เป็นแม่ของชนะชัย เป็นคนปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอของแท้ ดูภายนอกจะเรียบร้อยเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว แต่ตัวจริงทั้งเค็ม งก และคิดจะหลอกเงินนับดาวตลอดเวลา โดยไม่รู้ว่านับดาวก็ถังแตกพอกัน





พิจิตรา กฤติกุล (ปรายฟ้า ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)ปรายฟ้า (พิจิตรา กฤติกุล) แม่ของน้อยหน่าเป็นรักแรกของปราบ แต่เรียนไม่จบต้องออกกลางคันเพราะท้องน้อยหน่า พอคลอดน้อยหน่าก็หายสาบสูญไป ทิ้งน้อยหน่าให้ปราบเลี้ยง โดยที่น้อยหน่าไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย ใจแข็งกว่ารูปลักษณ์ภายนอกมาก รักชนะชัยมากจนยอมมีความสัมพันธ์ด้วย แต่กลับถูกชัชฎาเอาเงินฟาดหัวแล้วส่งชนะชัยไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทำให้ตัวเองต้องหมดอนาคตถึงกับยอมทิ้งลูกไว้กับปราบ แล้วหายสาบสูญไป



อภิษฎา เครือคงคา (เอมี่ ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)เอมี่ (อภิษฎา เครือคงคา) นางแบบดาวรุ่ง และเป็นลูกสาวเจ้าของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ส่งออก รวยมาก เป็นพวกมั่ว ขี้อิจฉา แต่สร้างภาพเก่งมากจนคนอื่นคิดว่าเป็นคนดี ทั้งที่เนื้อในเป็นคนร้ายกาจ






บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ (พี่ฟู่ ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)พี่ฟู่ (บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) เกย์หนุ่มใหญ่ เป็นทั้งเพื่อน ผู้จัดการ เลขาฯ และสารพัดหน้าที่ให้นับดาว จิตใจดี มองโลกในแง่บวก แม้จะติดที่ปากจัดแต่จริงๆเป็นคนใจดี มีข้อเสียตรงที่ชอบหนุ่มหล่อๆจนมักจะเสียท่าถูกหลอกเป็นประจำ





ภัณฑิลา ฟูกลิ่น (เพชรสี ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)เพชรสี (ภัณฑิลา ฟูกลิ่น) ลูกสาวนายอำเภอ เอาแต่ใจ ชอบแอ๊บแบ๊วเป็นคนเรียบร้อย แต่จริงๆแล้วปากจัดชนิดแม่ค้าทั้งตลาดยังต้องผวา หลงรักปราบมาตลอด พยายามให้ท่าอยู่ตลอดแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ช่วงแรกจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับน้อยหน่า แต่พอนับดาวโผล่มาเลยร่วมมือกับน้อยหน่าเพื่อเขี่ยนับดาวออกไป




อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา (ป้ายวง ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)ป้ายวง (อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา) แม่ครัวและคนรับใช้เก่าแก่ของบ้านปราบ เป็นคนใจดี รักและซื่อสัตย์ต่อปราบ ปกป้องมาก สนิทกับพ่อนับดาวสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ พอเจอนับดาวเลยถูกชะตาด้วยทันที






เวนย์ ฟอลโคเนอร์ (นายนิ่ง ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)นายนิ่ง (เวนย์ ฟอลโคเนอร์) พ่อของนับดาว มีอุดมการณ์อยากพัฒนาบ้านเกิดและใช้ความรู้การเกษตรของตนให้เป็นประโยชน์ แต่ไปหลงรักอัญชลีสาวสวยไฮโซแม่ของนับดาว เลยพากันหนีมาอยู่ที่ไร่ด้วยกัน แต่อัญชลีกลับป่วยจนเสียชีวิต นายนิ่งเลยโทษตัวเองและหันมาดื่มเหล้าจนเกิดอุบัติเหตุเกือบเสียชีวิต แต่ได้ปรีดาพ่อของปราบให้สติจนกลับมายืนได้อีกครั้ง เลยทำพินัยกรรมยกไร่ครึ่งนึงให้ปราบเป็นการตอบแทนบุญคุณ และจะได้ป้องกันไม่ให้นับดาวขายไร่ให้คนอื่นหลังจากตนตายด้วย


สมภพ เบญจาธิกุล (นฤทธิ์ ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)นฤทธิ์ (สมภพ เบญจาธิกุล) พ่อของอัญชลีและอลิสา เป็นเศรษฐีไฮโซตระกูลเก่าแก่ แต่เอาทรัพย์สินมาเล่นการเมืองจนหมดตัว พอตนตายก็เลยกลายเป็นภาระให้นับดาวต้องคอยปกปิดสร้างภาพให้ตระกูลต่อไป ทั้งๆที่จริงๆไม่มีเงินแล้ว





ดวงใจ หทัยกาญจน์ (อัญชัญ ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)อัญชัญ (ดวงใจ หทัยกาญจน์) แม่ของอัญชลีและอลิสา เกลียดลูกเขยคือนิ่งมาก เลยฝังหัวนับดาวตั้งแต่เด็กว่าพ่อเป็นคนไม่ดีทำให้แม่ตาย และไม่รักนับดาว






ตฤณ เศรษฐโชค (ปรีดา ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ)ปรีดา (ตฤณ เศรษฐโชค) พ่อของปราบ มีฟาร์มวัวติดกับไร่ของนิ่ง เป็นคนใจเย็น เข้มแข็ง เคยช่วยเหลือนิ่งตอนที่ชีวิตเสียศูนย์จนนิ่งได้คิด แต่อายุสั้น เสียชีวิตหลังจากที่ปราบจบสัตวแพทย์ได้ไม่นาน






อัญชลี (วีรินท์ เชยอรุณ) แม่ของนับดาว เป็นสาวไฮโซของจริง บูชาความรักจนยอมหนีมาครองรักกับนิ่งที่ต่างจังหวัด รักนิ่งมากจนยอมลำบากมาอยู่ในไร่ด้วยกันจนป่วยตายไปในที่สุด


ติดตามเรื่องย่อละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ

ฟังเพลงประกอบละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

ฟังเพลง ชายคนหนึ่ง Peter Corp Dyrendal



เรื่องย่อละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ

พ.ค. 14, 2012


ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ


หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ




เรื่องย่อ หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ



เรื่องย่อ หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ



นับดาว (ชมพู่ อารยา) สาวสวยไฮโซ เซเลบและนางแบบขาวีนชื่อดังแห่งวงสังคม ผู้ซึ่งปรากฏตัวไปงานไหนก็ล้วนเป็นดาวเด่นประจำงาน ด้วยความสวย รวย มีสไตล์ชัดเจนของเธอ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังของนับดาว เป็นไฮโซถังแตก ที่เวลาจะออกงานแต่ละครั้งก็ต้องหาเงินไปไถ่เครื่องเพชรหรือกระเป๋าแบรนด์ออกจากโรงรับจำนำ แล้วพอออกงานเสร็จ ก็ต้องรีบเอากลับไปจำนำต่อทันทีเพราะกลัวจะไม่มีกิน นับดาวต้องกอดเกียรติยศไว้โดยไม่กล้าบอกใคร โดยเฉพาะ ดร.ชนะชัย (ภูชิสะ ธนพัฒน์) แฟนหนุ่มไฮโซของเธอเอง ที่นับดาวแอบหวังว่าการแต่งงานกับชนะชัย จะสามารถกู้ฐานะของเธอเองขึ้นมาได้ โดยไม่รู้เลยว่า ชัชฎา (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) แม่ของชนะชัยก็ถังแตกพอกัน และหวังว่าจะเอาเงินของนับดาวมากู้ฐานะที่เหลือแต่เปลือกของตัวเองเช่นกัน

นับดาวรับงานเป็นเซเล็บมืออาชีพ งานไหนจ้างนับดาวมางานเป็นไม่ผิดหวังเพราะจะเอาคอนเซ็ปไหนเธอได้หมด สร้างความฮือฮาเสมอๆยามเธอปรากฎตัวในงาน โดยมี พี่ฟู่ (บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) ดีไซเนอร์เสื้อผ้าและผู้จัดการส่วนตัวคอยหางานให้ นอกจากนี้ยังรับงานเดินแบบอีกโดยทุกคนเข้าใจว่านับดาวเป็นคนขยันและไม่กล้าปฏิเสธคน เลยรับงานเยอะ แต่ความจริงแล้วที่นับดาวต้องขยันเพราะต้องหาเงินมาพยุงฐานะไว้ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้นับดาวเครียดจนกลายเป็นคนขี้วีน ทะเลาะกับคนในวงการบ่อยๆ โดยเฉพาะ เอมี่ (อภิษฎา เครือคงคา) นางแบบสาวดาวรุ่งที่กำลังมาแรง เอมี่มีนิสัยไม่ดีหลายอย่าง และยังสร้างภาพเก่งมากจนทุกคนสงสาร ทำให้หลายคนไม่ชอบนับดาว จนกระทั่งงานเดินแบบงานหนึ่ง เอมี่แกล้งนับดาวจนไม่ได้สวมชุดฟีนนาเล่ของงาน นับดาวเลยเอาคืนด้วยการแกล้งเหยียบชายกระโปรงที่เอมี่ใส่จนเกาะอกหลุดฮือฮาอื้อฉาวทั้งงาน งานนี้ทำให้เอมี่อับอายคนสุดๆ ขณะเดียวกันนับดาวก็โดนแบนจากวงการจนไม่มีงานทำ

นับดาวเริ่มเข้าตาจนพอดีกับชนะชัยมาขอเธอแต่งงาน นับดาวเลยไม่ปฎิเสธเพราะเป็นทางเดียวที่จะหาเงินมากู้ฐานะอีกทั้งเธอก็มีใจกับเขาด้วย วันหนึ่งขณะที่ อลิสา (จินตหรา สุขพัฒน์) น้าสาวของนับดาวเอาของเข้าโรงรับจำนำให้นับดาวเหมือนเคย เอมี่บังเอิญเห็นเลยไปแอบถ่ายรูปไปป่าวประกาศให้นับดาวเสียหายเป็นการแก้แค้น ทำให้ชัชฎาชักไม่มั่นใจฐานะการเงินของนับดาว เลยแกล้งหลอกให้นับดาวหาเงินมาร่วมลงทุนทำธุรกิจกับตน เพราะหวังจะสูบเงินของนับดาวและพิสูจน์ว่านับดาวมีเงินจริงรึเปล่า? นับดาวกลุ้มใจเพราะตนไม่มีเงิน เลยกลัวว่าความลับจะแตก แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อนับดาวได้มรดกจากพ่อเป็นที่ดินผืนใหญ่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งมีคนมาจ่อคิวขอซื้อทำรีสอร์ทด้วยเงินถึงร้อยล้าน ทำให้นับดาวดีใจสุดขีด แต่ติดที่พ่อใส่ชื่อของนับดาว ร่วมกับ ปราบ (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) ลูกชายของผู้มีพระคุณ และคู่แค้นในวัยเด็กของนับดาว

ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ


นับดาวนึกถึงความแสบในวัยเด็กของปราบที่ขับเคี่ยวกับตนมาตลอดก็หนักใจ แต่เพื่อเงิน นับดาวเลยยอมไปต่างจังหวัดเพื่อหาปราบ และอ้อนวอนให้ปราบขายที่ดินจะได้เอาเงินมาแบ่งกัน แต่ปราบไม่ยอมขาย เลยทำให้เกิดสงครามย่อยๆขึ้นทันที ปราบยังคงรักษาความแสบไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าตอนนี้ปราบจนกลายเป็นทั้งเจ้าของฟาร์มโคนมและสัตวแพทย์คนเดียวของอำเภอไปแล้วก็ตาม! ปราบต้องทำงานทุกวัน ตั้งแต่ดูแลฟาร์ม ไปจนถึงทำหน้าที่สัตวแพทย์กึ่งสัตวบาลของชาวบ้าน ทั้งทำหมันให้หมู เอามือล้วงก้นช้างเพื่อดูริดสีดวง ฯลฯ ซึ่งแต่ละงานล้วนแล้วแต่แปลกๆ ต่างจากสัตวแพทย์เมืองกรุงลิบลับ ที่คอยดูแลแต่น้องหมาน้องแมวน่ารักๆ ทำเอานับดาวที่ไปเห็นเข้าครั้งแรกแทบเป็นลม ปราบเลยได้ที ใช้ให้นับดาวเป็นผู้ช่วยตนเพื่อนับดาวจะได้ทนไม่ได้หนีกลับกรุงเทพ โดยอ้างว่านับดาวจะอยู่เฉยๆไม่ทำงานก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าข้าวให้ตน ด้วยความถังแตก ประกอบกับจะทู่ซี้อยู่ต่อเพื่อกล่อมปราบให้ขายที่ นับดาวเลยจำใจต้องยอมรับข้อเสนอ

ปราบเลยใช้ให้นับดาวทำงานแปลกๆเช่นโกยอึวัว ให้อาหารฟาร์มตัวเงินตัวทองที่ปราบทดลองเลี้ยงอยู่ แต่ละงานเรียกเสียงกรี๊ดด้วยความขยะแขยงให้นับดาวตลอด แต่พอถึงวันที่ขายวัวที่หมดสภาพให้โรงฆ่าสัตว์ นับดาวกลับร้องไห้โฮ ด่าปราบว่าไม่มีจรรยาแพทย์ ฆ่าสัตว์ที่ตนเองเลี้ยงมา ใจทมิฬหินชาติ ปราบพยายามอธิบายว่ามันเป็นงาน แต่นับดาวก็ไม่ฟังและประกาศว่าจะล้างแค้นให้วัวให้ได้ และนับดาวก็ไม่ต้องรอนาน เมื่อแอบได้ยินชาวบ้านมาตามปราบให้ไปช่วยทำคลอดเมียให้หน่อยเพราะหมอที่อนามัยไปประชุมที่กรุงเทพ นับดาวเลยแก้เผ็ดแกล้งปล่อยลมยางรถของปราบ จนปราบขับรถไปกลางทาง ล้อก็แบนหมดทั้งสี่ล้อ ปราบต้องวิ่งข้ามเขาไปกว่าจะไปทำคลอดได้สำเร็จ ทำให้ปราบแค้นใจ และประกาศสงครามที่จะไม่มีวันสงบศึกกับนับดาวเด็ดขาด

การต่อสู้ของทั้งคู่เริ่มรุนแรงหนักขึ้น โดยปราบให้ ปกป้อง (ทูน หิรัญทรัพย์) กับ น้อยหน่า (ธัญชนก กู๊ด) อากับลูกสาวกำลังวัยรุ่นของตนช่วยกันแกล้งนับดาวให้นับดาวต้องลำบากลำบนสารพัด เพื่อให้นับดาวทนไม่ได้แล้วกลับไปกรุงเทพฯ แต่ความงกของนับดาวมีมากกว่า นอกจากจะไม่ยอมกลับแล้ว ยังเอาคืนปราบแบบแสบๆหลายครั้ง ไม่ว่าจะใส่ความปราบ จนสาวๆที่มาติดพันปราบอย่าง เพชรสี (ภัณฑิลา ฟูกลิ่น) ลูกสาวนายอำเภอต้องเสียเซลพ์อกหักกลับไป หรือแกล้งป่วนงานของปราบจนฝูงแพะของชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ของท้องร่วงเกือบตาย ทั้งคู่กัดกันเจ็บๆหลายรอบ จนต่างฝ่ายต่างต้องหาตัวช่วยมาสู้กัน โดยนับดาวโทรตาม อลิสามาช่วยกันป่วนพวกปราบอีกแรง ทำให้อลิสากลายเป็นศัตรูคู่แค้นที่ฟัดเหวี่ยงกับปกป้อง ไปโดยปริยาย

เรื่องย่อละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ


ในขณะที่ปราบก็ยื่นข้อเสนอให้นับดาว สอนมารยาทการออกสังคมต่างๆ ให้กับน้อยหน่าแลกกับการขายที่ ซึ่งตอนนี้น้อยหน่าเป็นวัยรุ่นแล้วแต่ก็ยังแก่นทะโมนเหมือนเด็กผู้ชายไม่มีผิด โดยปราบกะว่าถ้านับดาวจัดการน้อยหน่าอยู่หมัดได้ก็ดี แต่ถ้าทำไม่ได้ก็จะอาศัยน้อยหน่าไล่นับดาวกลับไปนั่นเอง ซึ่งตนมีแต่ได้กับได้ฝ่ายเดียว และทันทีที่เริ่มสอนน้อยหน่าก็แผลงฤทธิ์ทันที แต่นับดาวไม่เพียงแต่แสบกว่า ยังเล่นงานน้อยหน่ากลับจนน้อยหน่าแทบกระอัก ในขณะที่น้อยหน่ามีคู่แค้นอยู่อีกคนคือ ตะวัน (จักริน ภูริพัฒน์) หนุ่มน้อยจอมกวนแห่งรีสอร์ทข้างๆ ทั้งคู่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน ยิ่งตะวันเห็นนับดาวครั้งแรกก็แอบปิ๊งทันที เลยคิดจะข้ามรุ่นจีบผู้ใหญ่ ทำเอานับดาวกระอักกระอ่วน แต่น้อยหน่ากลับรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ ที่คู่กัดของตนมามีใจให้นับดาว ศัตรูหมายเลขหนึ่งของตนเช่นกัน

ระหว่างนั้นเอง ปราบก็พานับดาวไปดูวิธีทำไร่ และสอนให้รู้จักการทำไร่ รวมทั้งวิถีชีวิตของชาวบ้าน อย่างที่นับดาวไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต เช่น การเลี้ยงนกแสกที่ดูน่ากลัว เอาไว้ปราบหนูที่มากัดกินพืชไร่ การทำเกษตรผสมผสาน รวมทั้งการทำไร่โดยปราศจากยาฆ่าแมลงและปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ทำเอานับดาวรู้สึกทึ่งในตัวปราบเป็นครั้งแรก หลังจากที่กัดกันมานาน นับดาวถามปราบว่าทำไมไม่เป็นสัตวแพทย์ที่กรุงเทพฯ เพราะงานสบายกว่าแถมเงินดีกว่าหมอรักษาคนด้วยซ้ำ ปราบเลยบอกว่าเพราะเงินที่ได้จากไร่นาและฟาร์มสัตว์พวกนี้ที่เลี้ยงตน และส่งเสียให้ตนเรียนจนจบ ตนเลยอยากจะตอบแทนคืนกลับไปบ้าง และความรู้ที่ตนเรียนมาก็เป็นประโยชน์กับชาวบ้านมากด้วย

ปราบพานับดาวไปดูฟาร์มเลี้ยงไก่ เป็ด ซึ่งฟาร์มแบบนี้ตอนเกิดไข้หวัดนกระบาดไก่เป็ดตายยกเล้า จนเจ้าของแทบหมดตัว แถมคนในบ้านยังติดโรคจนตายตาม ตนเลยให้ความรู้ชาวบ้าน ด้วยการทำฟาร์มปิด และให้ผสมมะระ ขิง ลงในอาหารสัตว์ ทำให้ไก่ เป็ดมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่อาจจะมีสารพิษตกค้าง นับดาวเลยพึ่งเรียนรู้ ว่ากว่าจะได้อาหารแต่ละอย่างที่ตนกินอยู่ เกษตรกรต้องผ่านความลำบากขนาดไหน ในขณะที่นับดาวเองก็แสดงความสามารถในการออกงานสังคมให้ปราบเห็น สามารถเนรมิตคนงานในไร่ และเปลี่ยนไร่เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกต่างประเทศที่มาขอดูงานในฟาร์มของปราบได้อย่าน่าทึ่ง จนแม้แต่ปราบเองก็ยอมรับความสามารถของนับดาว ที่ตนไม่มีทางจะทำได้ ทั้งคู่เริ่มยอมรับในตัวตนของอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ ผิดจากช่วงแรกๆที่ต่างฝ่ายต่างหมั่นไส้ และดูถูกอีกฝ่ายมาตลอด

หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ


แต่เหตุการณ์เหล่านี้ กลับทำให้น้อยหน่าไม่พอใจเพราะหวงพ่อ เลยร่วมมือกับเพชรสีเพื่อจะกำจัดนับดาวให้ออกไปจากชีวิต แต่เพราะมีตะวันเข้ามาร่วมแจม เลยเกิดผิดแผน ทำให้นับดาวเกิดประสบอุบัติเหตุจนสลบไป นับดาวฟื้นขึ้นมา และแอบได้ยินปราบดุลูกที่ซนจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ซึ่งน้อยหน่าเองก็รู้สึกผิด และยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อชดเชยการกระทำของตน นับดาวเลยฉวยโอกาสนี้ แกล้งทำเป็นความจำเสื่อม โดยร่วมมือกับอลิสาและพี่ฟู่ที่ขึ้นมาเยี่ยมนับดาว ทำให้ปราบรู้สึกผิด และพยายามจะให้ปราบยอมขายที่เพื่อหาเงินมารักษาตน ซึ่งปราบก็เกือบจะหลงกล ยอมขายที่เพื่อให้นับดาวมีเงินไปรักษาตัว แต่ปราบกลับรู้ความจริงเข้าก่อน เลยซ้อนแผนแกล้งเอาคืนนับดาวจนแผนแกล้งทำความจำเสื่อมแตก แถมยังบังคับให้นับดาวทำงานในฟาร์มอีกต่างหาก แต่จากการทำงานครั้งนี้เอง ทำให้นับดาวรู้ความจริงเกี่ยวกับพ่อ ที่นับดาวไม่เคยรู้มาก่อน!

นายนิ่ง (เวนย์ ฟอลโคเนอร์) พ่อของนับดาวก็เป็นชาวไร่ที่มีอุดมการณ์ หลังจากเรียนจบตั้งใจจะเอาความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด แต่พ่อก็หลงรักแม่ อัญชลี (วีรินท์ เชยอรุณ) ซึ่งเป็นสาวไฮโซตระกูลสูงส่ง ท่ามกลางการขัดขวางของตา นฤทธิ์ (สมภพ เบญจาธิกุล) และยาย อัญชัญ (ดวงใจ หทัยกาญจน์) ของนับดาว แต่แม่ก็ฝืนมาอยู่กับพ่อที่ไร่จนได้ แต่ด้วยความลำบากในไร่ ทำให้แม่ของนับดาวล้มป่วยและตายไปในที่สุด ตานฤทธิ์และยายอัญชัญของนับดาวโทษว่าเป็นความผิดของพ่อ และพาตัวนับดาวกลับไปกรุงเทพฯ แถมพูดฝังหัวตลอดเวลาว่าแม่ตายเพราะพ่อ ทำให้นับดาวพลอยโกรธพ่อไปด้วย แม้ว่าตอนช่วงปิดเทอมจะมาอยู่กับพ่อ แต่นับดาวก็แผลงฤทธิ์ไม่ยอมรับพ่อตั้งแต่เด็ก แต่พ่อก็ยังคงรักและเป็นห่วงนับดาวอยู่เสมอ โดยพ่อได้ทิ้งจดหมายเอาไว้มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นจดหมายที่พ่อเขียนถึงนับดาวทั้งนั้นแต่ไม่เคยส่งเพราะกลัวว่าตา ยาย ของนับดาวจะทำลายทิ้ง

นับดาวได้อ่านจดหมายเหล่านั้นทีละฉบับ จนนับดาวเข้าใจพ่อมากขึ้น และรู้ว่าที่แล้วมา ตนก็รักพ่อและโหยหาความรักจากพ่อมาตลอดเช่นกัน แถมนับดาวยังรู้ด้วยว่า หลังจากที่แม่เสีย พ่อก็โทษตัวเองกินเหล้าจนเสียผู้เสียคนเกือบตาย แต่ได้ ปรีดา (ตฤณ เศรษฐโชค) พ่อของปราบช่วยเอาไว้เลยรอดมาได้ แถมยังให้สติจนพ่อของนับดาวลุกขึ้นมาสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่ได้ ตอนที่พ่อนับดาวทำพินัยกรรม เลยระบุชื่อปราบลงในพินัยกรรมด้วยเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของปรีดาที่มาช่วยเขานั่นเอง โดยให้ปราบมีสิทธิในที่ดินครึ่งนึงกับนับดาว และเมื่อตอนยังเด็ก นับดาวเคยมาอยู่ที่ไร่และแผลงฤทธิ์เอาไว้มาก พ่อเลยคิดว่านับดาวต้องขายที่ดินแน่ๆถ้าได้ไป เลยใส่ชื่อไว้กับปราบเพื่อที่จะได้ไม่เอาไปขายคนอื่นนั่นเอง เพราะถ้าจะขาย ปราบก็ต้องยินยอมด้วย อย่างมากที่สุดก็คือนับดาวขายที่ดินส่วนของตนให้ปราบได้เท่านั้น ก็เท่ากับว่าพ่อยังรักษาที่ดินที่ตนรักเอาไว้ได้

เรื่องย่อ หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ


นับดาวรู้ความจริงเรื่องนี้ก็อดเคืองๆพ่อไม่ได้ ที่ให้มรดกทั้งทียังมีลูกเล่นอีก แต่นับดาวก็เข้าใจพ่อว่ารักที่ดินผืนนี้มากแค่ไหน เพราะที่ดินผืนนี้มีความทรงจำของพ่อกับแม่อยู่นั่นเอง นับดาวเริ่มสับสน แต่ด้วยความจำเป็นเรื่องเงิน ทำให้นับดาวบอกกับตัวเอง ว่ายังไงก็ต้องขายที่ดินผืนนี้ให้ได้ ดีกว่าถูกตราหน้าว่ามีแต่นามสกุล แต่ไม่เหลือเงินซักเก๊เดียว ระหว่างที่นับดาวมาใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่เพื่อตามล่าสมบัติของพ่อ เอมี่ก็ได้มีโอกาสเจอชนะชัยตามงานมากขึ้น เอมี่อยากแก้แค้นนับดาว เลยพยายามให้ท่าชนะชัย แต่ชนะชัยไม่ค่อยใส่ใจเอมี่เท่าไหร่ จนกระทั่งชัชฎารู้ว่าที่บ้านเอมี่มีเงิน เป็นเจ้าของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ส่งออกเลยชักสนใจ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นไฮโซชาติตระกูลเก่าแก่ก็ตาม แต่ชนะชัยรู้ว่าเบื้องหลังเอมี่มั่วขนาดไหน ก็เลยไม่อยากยุ่งด้วย และพยายามเร่งรัดให้นับดาวกลับมาหาตน

แต่นับดาวยังไม่ได้เงินจากปราบก็เลยไม่กล้ากลับมาเพราะกลัวชัชฎาจะทวงเงินที่จะร่วมลงทุน เลยยิ่งทำให้ชนะชัยร้อนใจ จนมาตามหานับดาวที่ฟาร์ม และทันทีที่มาถึง ชนะชัยก็อาละวาดจนฟาร์มแทบแตก เพราะเข้าใจว่าพวกปราบกำลังหลอกลวงนับดาว ชนะชัยสร้างความรำคาญให้ทุกคนอย่างมาก โดยเฉพาะน้อยหน่า กับ ตะวัน ที่ร่วมมือกันเป็นครั้งแรก ช่วยกันเล่นงานชนะชัยจนสะบักสะบอม เอมี่กับชัชฎาตามชนะชัยมาที่ไร่ด้วย เลยยิ่งสร้างปัญหาให้นับดาวหนักขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเอมี่ที่แอบปิ๊งปราบ เลยหาทางอ่อยจนโดนน้อยหน่าแกล้งตกบ่อปุ๋ยชีวภาพซะเหม็นเละเทะไปหมด เอมี่ยังไม่ยอมหยุด วางแผนที่จะรวบหัวรวบหางปราบให้ได้ โดยหลอกให้ปราบไปที่กระท่อมร้าง แต่เกิดผิดแผนเลยกลายเป็นว่านับดาวไปพบปราบแทน ทุกคนมาเจอทั้งคู่อยู่ด้วยกัน เลยเกิดความเข้าใจผิด นับดาวกับปราบพยายามอธิบายว่าไม่มีอะไร แต่ก็ไม่ค่อยมีใครเชื่อ ชนะชัยเลยยื่นข้อเสนอให้นับดาวกลับไปกับตนเพื่อจบปัญหาทั้งหมด นับดาวเลยจำต้องกลับไปกับชนะชัย

แต่ความรู้สึกของปราบ และ นับดาว ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งคู่เริ่มรู้สึกผูกพัน และคิดถึงกันตลอดเวลา โดยเฉพาะน้อยหน่า ที่เปิดใจกับนับดาวมากขึ้น และติดต่อกับนับดาวอยู่ตลอด แม้ว่าปราบจะทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็แอบถามน้อยหน่าอยู่บ่อยๆถึงชีวิตความเป็นอยู่ของนับดาว จนกระทั่งปิดเทอม น้อยหน่า ตะวัน เข้ามาเรียนกวดวิชาในกรุงเทพฯ ทั้งคู่จึงมีโอกาสได้เจอกับนับดาวอีกครั้ง นับดาวดูแลน้อยหน่าอย่างดีจนชนะชัยไม่พอใจ แถมตะวันก็ยังไม่ละความพยายามที่จะข้ามรุ่นจีบนับดาวต่อไป ทำให้มีปัญหากับชนะชัยบ่อยๆ นับดาวสังเกตท่าทางของน้อยหน่าที่มักจะหงุดหงิดเวลาตะวันจีบตน ก็เลยเข้าใจว่าน้อยหน่าคิดยังไงกับตะวัน เลยจัดการแปลงโฉมน้อยหน่าเป็นสาวน้อยน่ารัก ลบภาพสาวห้าวประจำฟาร์มไปจนหมด แถมพาออกงานสังคมจนเป็นที่ฮือฮาในหมู่ไฮโซรุ่นเยาว์ ทำให้ตะวันกลับเป็นฝ่ายหงุดหงิดแทน เวลามีหนุ่มๆ ไฮโซมาขายขนมจีบน้อยหน่า

ละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ


แต่การออกงานของน้อยหน่า กลับทำให้ปราบ และ ปกป้องไม่พอใจ เพราะกลัวว่าน้อยหน่าจะเสียคนหลงไหลฟุ้งเฟ้อไปกับแสงสี เลยรีบตามมากรุงเทพฯเพื่อจะเอาตัวน้อยหน่ากลับไป แต่นับดาวไม่ยอมพร้อมชี้ให้เห็นว่าการออกงานพวกนี้ ไม่ใช่การใจแตก แต่เป็นการชี้ให้เด็กเห็นถึงข้อดีข้อเสียของมนุษย์ และฉลาดทันคนไม่ถูกหลอกง่ายๆ ดีกว่าเลี้ยงไว้กับสังคมที่บริสุทธิ์อย่างในฟาร์ม และกลายเป็นคนอ่อนแอไม่ทันโลก ตอนแรกปราบก็ไม่ยอม แต่พอนับดาวพาออกงานด้วยกัน และเห็นข้อเท็จจริงหลายอย่าง ก็เลยเข้าใจและเห็นด้วยกับนับดาวมากขึ้น แต่ฝ่ายที่มีปัญหากลับกลายเป็นชนะชัย ยิ่งเห็นนับดาวใกล้ชิดกับปราบก็ยิ่งกลัวจะเสียนับดาวและเสียผลประโยชน์เรื่องเงินๆทองๆไปด้วย ชนะชัยเลยร่วมมือกับอลิสาเพื่อแกล้งพวกของปราบให้ถอดใจกลับไป แต่น้อยหน่าไม่ยอมแพ้แถมยุพ่อให้จีบนับดาวอีกต่างหาก เลยยิ่งทำให้ชนะชัยเหม็นขี้หน้าน้อยหน่ามากขึ้นทุกที

ในขณะที่อลิสาก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับปกป้อง ทั้งคู่หาเรื่องตีกันบ่อยๆ แต่กลับไม่มีใครคาดคิด ว่าทั้งคู่จะเกิดเมาจนมีอะไรกันโดยไม่คาดหมาย ทำให้อลิสากลายเป็นภรรยาของปกป้อง และทำให้ชนะชัยต้องเสียแนวร่วมไป ชนะชัยยังคงวางแผนไล่ปราบกับพวกกลับไป แต่น้อยหน่าก็คอยขัดขวาง ทำให้ชนะชัยหันไปแกล้งเด็กจนมีเรื่องกับปราบ และทำให้น้อยหน่าบาดเจ็บต้องพาส่งโรงพยาบาล และที่โรงพยาบาลนี่เอง ทำให้ปราบได้เจอกับ ปรายฟ้า (พิจิตรา กฤติกุล) อีกครั้ง ซึ่งปรายฟ้าเป็นแม่แท้ๆของน้อยหน่านั่นเอง โดยปรายฟ้าเป็นรักครั้งแรกของปราบ ซึ่งปราบหลงรักตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่จู่ๆ ปรายฟ้าก็เกิดท้องขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กจนต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยเพราะทนอับอายไม่ได้ ปราบเสียใจมากที่สูญเสียปรายฟ้า แต่ก็ยังช่วยเหลือปรายฟ้ามาตลอด โดยพาปรายฟ้าไปคลอดและรับเป็นพ่อเด็ก แต่ปรายฟ้าก็ทำเจ็บอีกโดยการทิ้งน้อยหน่าไว้กับปราบ แล้วหายสาบสูญไป โดยที่ไม่มีใครรู้ความจริงว่าพ่อแท้ๆของน้อยหน่าคือชนะชัยนั่นเอง !!!

ในตอนนั้นพอชัชฎารู้เรื่องที่ลูกชายตนทำปรายฟ้าท้อง ก็พยายามใช้เงินฟาดหัวปรายฟ้าและขู่จะทำร้ายปรายฟ้ากับลูก ทำให้ปรายฟ้าต้องหนีไปและทิ้งน้อยหน่าให้ปราบเลี้ยงดู เพื่อความปลอดภัยของน้อยหน่านั่นเอง นับดาวรู้ว่าแม่แท้ๆของน้อยหน่าโผล่มาก็เสียใจ เพราะคิดว่าปราบคงกลับไปคืนดีกับปรายฟ้า เลยตัดสินใจประกาศแต่งงานกับชนะชัย ทำให้ปราบอกหัก พาทุกคนกลับฟาร์มไป โดยทั้งชนะชัยและปรายฟ้า ต่างไม่ยอมปริปากเรื่องความลับของพวกตนแม้แต่น้อย ในขณะที่อลิสาอยู่ช่วยงานแต่งของนับดาว และสัญญากับปกป้องว่าจะไปหาปกป้องทันทีที่งานแต่งของนับดาวกับชัยชนะเสร็จสิ้น แต่ในวันแต่งงานนั่นเอง ความจริงเรื่องนับดาวถังแตกกำลังจะถูกยึดบ้านก็ถูกแฉออกมาโดยเอมี่ ทำให้ชัชฎาโกรธมากและสั่งล้มเลิกงานแต่งงานทันที แต่แทนที่นับดาวจะเสียใจ กลับรู้สึกสบายใจโล่งอกอย่างประหลาด ในขณะที่ปราบรู้ข่าวจากหนังสือพิมพ์ก็อดเป็นห่วงนับดาวไม่ได้ และยอมเซ็นขายที่ดินมรดก โดยหวังจะให้นับดาวเคลียร์หนี้กับธนาคาร เพื่อไม่ให้นับดาวต้องถูกยึดบ้าน

นับดาวสามารถขายที่ดินได้ สมกับที่ตนตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก แต่พอคิดถึงความทรงจำดีๆที่เกิดขึ้นในฟาร์มแห่งนี้ รวมถึงความรักของพ่อกับแม่ก็เกิดขึ้นที่นั่น!! นับดาวก็ตัดใจยอมให้ยึดบ้านโดยไม่ขายที่ดิน และย้ายออกไปอยู่อพาร์ทเม้นท์เล็กๆ และเลิกทำตัวเป็นไฮโซ หันมาทำงานจริงๆจังๆที่เธอรักคือโลกของแฟชั่นโดยช่วยพี่ฟู่ทำอีเว้นท์จัดงานแฟชั่นโชว์เพื่อเลี้ยงตัวเองต่อไป ในขณะที่อลิสาสงสารนับดาว เลยรีบไปบอกปกป้องกับปราบ เพื่อหาทางช่วยเหลือนับดาว ส่วนชนะชัยก็ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับเอมี่ เพื่อเอาเงินของเอมี่มาพยุงฐานะ ชนะชัยรู้สึกผิดและดูถูกตัวเองมากขึ้นทุกที ยิ่งรู้ว่าปรายฟ้ายังไม่มีใครและน้อยหน่าเป็นลูกของตน ก็ยิ่งอยากจะกลับไปคืนดีกับปรายฟ้าสุดๆ

เพลงประกอบละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ


ปรายฟ้าไม่ยอมให้อภัยชนะชัย ไม่ว่าชนะชัยจะพยายามง้อเท่าไหร่ก็ตาม ทำให้นับดาวอดที่จะสงสารชนะชัยไม่ได้ นับดาวต้องมาร่วมมือกับปราบหันหน้าเข้าปรึกษากันเพื่อความสุขของน้อยหน่า ด้วยการวางแผนให้ชนะชัยและปรายฟ้าคืนดีกันจนสำเร็จ แต่เรื่องก็ยังไม่ง่ายขนาดนั้น เมื่อชัชฎาตามมาราวีอีกรอบ เพื่อจะแยกชนะชัยกับปรายฟ้าออกจากกัน นับดาว ปราบเลยแท็กทีมกันเล่นงานชัชฎาจนกระเจิง แถมวางแผนให้มีโจรเข้ามาจะทำร้ายปรายฟ้า จนชนะชัยเข้าไปช่วยและถูกยิง ทำให้ชัชฎาตกใจและห่วงความเป็นความตายของลูก จนยอมรับปากว่าต่อไปจะไม่บังคับใจชนะชัยอีก แม้ว่าจะหมดตัวก็ยอมทุกอย่างขอให้ลูกปลอดภัยก็พอ ชนะชัยได้ทีเลยทวงสัญญาจากแม่ และขอแต่งงานกับปรายฟ้าอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ปรายฟ้าก็ยอมให้อภัยเพราะเห็นแก่ลูก และความตั้งใจจริงของชนะชัยนั่นเอง!!!

ส่วนเอมี่ก็สูญเสียทั้งชนะชัย ทั้งปราบไปทำให้เจ็บใจมาก จนเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ไปพาลหาเรื่องกับคนทั่วไปหมด จนถูกแฉถึงพฤติกรรมฉาวโฉ่ของตน แถมยังมีคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานยืนยันอีกต่างหาก จนหมดอนาคตในวงการไปโดยปริยาย ไม่ต่างกับชัชฎาที่ได้รับบทเรียน จนในที่สุดก็ต้องถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด และไปอาศัยลูกชายกับปรายฟ้าอยู่ แม้จะไม่เต็มใจและเกลียดปรายฟ้าแค่ไหนก็ต้องทน ดีกว่าไม่มีที่จะซุกหัวนอน ในขณะที่นับดาว ปราบ ช่วยให้คนอื่นสมหวัง แต่คู่ของตัวเองกลับไม่ไปไหนเพราะฟอร์มจัดกันทั้งคู่ ทุกคนเลยช่วยกันวางแผนให้ทั้งคู่คืนดีกัน โดยปกป้องแกล้งติดต่อไปที่พี่ฟู่ให้นับดาวรับงานโชว์ตัวที่ต่างจังหวัดและหลอกให้ปราบไปเจอนับดาวโดยไม่คาดคิด แต่แทนที่ทั้งคู่จะคุยกันดีๆ กลับตีกันแทน จนทุกคนอ่อนใจ

แต่ช่วงที่ทั้งคู่แยกย้ายกันกลับนั่นเอง ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับรถที่ปราบนั่งไป และหลักฐานบางอย่างของปราบเกิดสลับกับคนอื่น ทำให้มีการเข้าใจผิดว่าปราบตาย นับดาวรู้ข่าวก็เสียใจมาก และรู้ว่าตัวเองแคร์ปราบมากขนาดไหน จนยอมสารภาพความจริงออกมา ปราบที่แอบฟังอยู่ได้ยินก็สารภาพความในใจเช่นกัน นับดาวตกใจที่ปราบไม่ได้เป็นอะไรในอุบัติเหตุ ปราบบอกว่าบังเอิญว่าเขาออกจากรถที่เกิดอุบัติเหตุก่อน ทำให้เขารอดชีวิตมาได้ ทั้งคู่ยอมเปิดใจและอยู่ร่วมกันในฟาร์มซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรักของเขาทั้งสองนั่นเอง


อ่านคาแรคเตอร์ตัวละคร หนุ่มบ้านไร่ กับ หวานใจไฮโซ

ฟังเพลงประกอบละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

ฟังเพลง ชายคนหนึ่ง Peter Corp Dyrendal



คาแรคเตอร์ตัวละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง

พ.ค. 4, 2012


คาแรคเตอร์ตัวละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง




ณเดชน์ คูกิมิยะ ละคร ธรณีนี่นี้ ใครครองณเดชน์ คูกิมิยะ รับบทแสดงในละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง เป็น อาทิจ หนุ่มนักเรียนเกษตรจบมาหมาด ๆอายุราว 20 เมื่อเริ่มเรื่องหล่อมาก คมเข้ม หุ่นงามสมชาย อุดมการณ์ชัดเจน ซื่อ จริงใจ ศักดิ์ศรีในตัวเอง เพียบพร้อม กตัญญู อ่อนน้อมถ่อมตน เข้ากับทุกคนได้ถ้าคนนั้นดีด้วยก็ดีตอบ ถ้าร้ายมาก็ร้ายตอบ เวลางอนหรือน้อยใจแล้วน่าหยิกจริงๆ




อุรัสยา เสปอร์บันด์ ละคร ธรณีนี่นี้ ใครครองอุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบทแสดงในละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง เป็น ดรุณี น้องสาวคนสุดท้องของย่า อายุราว 17 เมื่อเริ่มเรื่องน่ารัก เป็นที่รักของทุกคนเพราะถือว่าตัวเองเป็นรองจากย่าแดง จึงเหมือนไม่ยอมลงให้ใคร ถ้าใครจะมาแซงหน้า เวลาขี้ประจบเอาใจน่ารักมาก แต่เวลาเอาเรื่องก็น่าเขกหัวเหมือนกัน หวานเป็นหญิงไทย แต่ขณะเดียวกันก็ทรนง พร้อมที่จะมีชีวิตเป็นตัวของตัวเอง



ดวงตา ตุงคะมณี ละคร ธรณีนี่นี้ ใครครองดวงตา ตุงคะมณี รับบทแสดงในละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง เป็น ย่าแดง อายุราว 70 ใจดี ฉลาดล้ำ เพราะเห็นโลกมามาก ชีวิตผ่านความลำบากมาไม่น้อย มองโลกในแง่ดี มีความคิดที่ไม่เหมือนใคร มองคนทะลุปรุโปร่ง ชีวิตมีระเบียบแบบแผน ที่ตั้งอยู่บนความเรียบง่าย เป็นที่รักของทุกคน มีอำนจในตัวเองที่ทุกคนต้องเกรงใจ




ดารณีนุช โพธิปิติ ละคร ธรณีนี่นี้ ใครครองดารณีนุช โพธิปิติ รับบทแสดงในละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง เป็น น้าแก้ว แม่บ้านอายุราว 60 เป็นญาติห่าง ๆ ปลายแถวของคุณย่าเหมือนคนใช้ก็เหมือน เหมือนญาติก็ใช่ สาระแน (ในทางสร้างสรรค์) ปากคอเลาะร้าย พอสมควร จริงใจ แน่แน่วอยู่อย่างเดียวคือต้องให้อาทิจ – ดรุณี ลงเอยกันให้ได้ เล่ห์กลของน้าแก้ว แต่ละครั้งที่งัดขึ้นมาใช้จึงดูเหมือนเจ๋งไปทุกทีไป




สาวิตรี สุทธิชานนท์ ละคร ธรณีนี่นี้ ใครครองสาวิตรี สุทธิชานนท์ รับบทแสดงในละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง เป็น ตุลญาณี หรือ ตุ่น เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของ ดรุณี ตุ่นเป็นผู้หญิงสวย อินเทรนด์ น่ารัก พูดจาอ่อนหวาน ช่างคิดช่างฝัน จึงเป็นที่สะดุดตาของบรรดาหนุ่มๆในมหาวิทยาลัยและเป็นที่สะดุดใจของใครทุกคนที่ได้มีโอกาสคุยกับเธอ ใครๆก็ตกหลุมรักเธอไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย เธอจึงมีคุณสมบัติครบถ้วนของการเป็น ดาวมหาวิทยาลัย



วิวิศน์ บวรกีรติขจร ละคร ธรณีนี่นี้ ใครครองวิวิศน์ บวรกีรติขจร รับบทแสดงในละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง เป็น เวทางค์ ลูกพี่ลูกน้องของอาทิจ อ่อนปีกว่าอาทิจ เรียนรัฐศาสตร์ ความที่เป็นลูกผู้ว่าฯ ทำให้รู้จัก แต่การใช้ชีวิตหรูหรา ถือตัว ฟุ่มเฟือย วางอำนาจ ขี้โอ่ ทั้งที่ภายในกลวงโบ๋ แต่ละเดือนเงินแทบจะไม่พอใช้ ต้องคอยไถพ่อแม่เสมอ เวทางค์มาจีบดรุณีเพราะหวังจะได้สมบัติจากคุณย่า เพราะพ่อแม่บอกว่าคุณย่าต้องยกทุกอย่างให้ดรุณีแน่



สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย ละคร ธรณีนี่นี้ ใครครองสุมณทิพย์ เหลืองอุทัย รับบทแสดงในละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง เป็น วิยะดา น้องเวทางค์ อายุพอๆกับดรุณี นิสัยพื้นฐานไม่ต่างจากเวทางค์ พูดมาก ถือตัว ฟุ่มเฟือย นำสมัย จับจรด พ่อแม่ พยายามเชียร์ให้จับอาทิจ แต่วิยะดาไม่เอาเพราะถึงอาทิจจะหล่อยังไง วิยะดาก็ทำใจกับความเป็นหนุ่มบ้านนอกไม่ทะเยอทะยานหรูหราของอาทิจไม่ได้




ประวิทย์ พ่อของอาทิจ อายุราว 50 แก่ขนาดนี้ยังเป็นแค่ปลัดอำเภอเพราะความประจบประแจงไม่เป็น เป็นคนซื่อ ภูมิใจในความเป็นคนของตัวเอง มักน้อย ต่อสู้กับความจนของตัวเองมานาน ลูกมาก 10 คน มองโลกในแง่ดี ทั้งที่มีบาปในใจอยู่ตลอดเวลา ที่ขโมยเงินแม่หนีออกมาสร้างขีวิตใหม่ให้ตัวเอง

พูนทรัพย์ แม่อาทิจ อายุราว 45 เป็นเมียข้าราชการที่เจียมตัว ขยันมาก วัน ๆ ไม่มีเวลาว่างเลย เห็นคุณค่าของทุกอย่างรอบตัว ไม่ทะเยอทะยาน เป็นเมียที่ดี ไมมีคราบความเมียบปลัด(คุณนาย) ช่วยผัวสุดกำลังในการเลี้ยงลูก หาเงินจุนเจือครอบครัว มองโลกแง่ดี ไม่เห็นความลำเค็ญคืออุปสรรคในการดำเนินชีวิต

ทองประศรี สาวชาวบ้าน ใฝ่สูง แร่ด อยากมีผัวหล่อ ปิ๊งอาทิจตั้งแต่แรกพบ ยิ่งรู้ว่าอาทิจเป็นหลานคุณย่า ยิ่งอยากได้เป็นผัว ไม่มีการศึกษา เซ็กส์จัด วันๆไม่ยอมทำอะไร แต่งตัวสวยอย่างเดียว อารมณ์รุนแรง ปากจัด เป็นที่น่ารังเกียจของผู้ชายที่มีสติ


ติดตามเรื่องย่อละคร ธรณีนี่นี้ใครครอง

เพลงประกอบละคร ธรณีนี่นี้ใครครอง

ฟังเพลง ให้รักมันโตในใจ ณเดชน์

ฟังเพลง อาการรัก ญาญ่า

ฟังเพลง คนบนฟ้าต้องการให้รัก อ๊อฟ ปองศักดิ์ & ลิเดีย

เรื่องย่อละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง

พ.ค. 3, 2012


ละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง




ธรณีนี่นี้ ใครครอง บทประพันธ์โดย กาญจนา นาคนันทน์ บทโทรทัศน์โดย ปารดา กันตพัฒนกุล
ธรณีนี่นี้ ใครครองกำกับการแสดงโดย ป้าแจ๋ว ยุทธนา ล.พันธ์ไพบูลย์
ผู้จัดละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง ธิติมา สังขพิทักษ์ โดย บริษัทโนพรอบเล็มจำกัด


เรื่องย่อ ธรณีนี่นี้ ใครครอง



ธรณีนี่นี้ ใครครอง



เมื่อ อาทิจ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) เรียนจบวิทยาลัยเกษตร เขาตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆได้เรียนบ้าง หลังจากที่น้องๆ ได้เสียสละหยุดเรียนเพื่อให้เขาได้เรียนมาแล้ว อาทิจเป็นลูกชายคนโตในครอบครัวของ ประวิทย์ ปลัดอำเภอผู้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และ พูนทรัพย์ แม่ค้าและแม่บ้านที่แสนจะขยันขันแข็ง อาทิจมีน้องเก้าคน เขาจึงมีความจำเป็นต้องหางานทำให้เร็วที่สุด เพื่อจะนำเงินมาส่งเสียน้องๆช่วยพ่อแม่อีกทาง

อาทิจไม่คิดที่จะทำงานราชการอย่างพ่อ เขาใฝ่ฝันที่จะมีที่ดินเป็นของตัวเองสักแปลงเพราะต้องการใช้วิชาความรู้ที่ได้เรียนมาให้เกิดประโยชน์ พ่อตัดสินใจส่งตัวเขากลับไปหาย่าแดง (ดวงตา ตุงคะมณี) เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ในอดีตพ่อ ซึ่งเป็นลูกชายคนโตได้ขโมยเงินย่าแดงหนีออกจากบ้านเพราะไม่ต้องการทำงานหนักในไร่ ย่าแดงยินดีต้อนรับอาทิจ เพราะในจำนวนลูกหลานทั้งหมดต่างก็เป็นหลักเป็นฐานไปหมดแล้ว ไม่มีใครรับช่วงงานในไร่ซึ่งมีมหาศาลทำต่อ อาทิจรับเงื่อนไขของย่าคือต้องทำงานที่สวนโดยไม่ได้รับเงินเดือน แลกกับการที่ย่าจะส่งเสียน้องๆเรียนต่ออย่างเต็มใจ เพราะนอกจากจะได้ทำงานที่ตัวเองรักแล้ว น้องๆยังได้เรียนต่อและที่สำคัญที่สุดคือ เขาต้องการไถ่โทษให้พ่อสำหรับเรื่องในอดีตที่ผ่านมา

อาทิจทำงานที่สวนอย่างขยันขันแข็ง ย่าแดงเห็นว่าอาทิจมีความมุมานะและตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง จึงมอบที่ดินที่ยังไม่ได้บุกเบิกให้อาทิจ ๑ ไร่ เพื่อใช้ปลูกผักตามที่อาทิจต้องการ นั่นทำให้ ดรุณี (อุรัสยา เสปอร์บันด์)ซึ่งเป็นน้องสาวคนสุดท้องของย่าแดง ซึ่งไม่ถูกชะตาและเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอาทิจตลอดเวลาอยู่แล้ว เหม็นขี้หน้าอาทิจหนักขึ้นไปอีก ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะดรุณีมีปมในใจกลัวว่าอาทิจจะมาแย่งความรักจากย่าแดงไป เธอรู้ความจริงว่าเธอเป็นเพียงลูกที่เกิดจากเมียคนสุดท้ายของพ่อย่าแดง และพ่อของย่าแดงก็ไม่ใช่พ่อเธอ เธอจึงไม่ได้มีสายเลือดผูกพันกับย่าแดงเลยแม้แต่น้อย ย่าแดงเอาเธอมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะเพียงเพราะสงสาร ซึ่งต่างจากอาทิจที่เป็นสายเลือดของคุณย่าโดยตรง ดรุณีจึงคอยหาเรื่องอาทิจ ในขณะที่อาทิจเองก็ไม่ยอมลงให้ดรุณีเพราะเห็นว่าดรุณีไม่มีเหตุผล แถมยังเอาแต่ใจตัวเองและชอบทำตัวเป็นเด็ก ทั้งคู่ทะเลาะตอบโต้กันทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ย่าแดงปวดหัวไม่น้อยที่หลานรักทั้งสองไม่ลงรอยกัน

ละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง


อาทิจตั้งใจทำงานพัฒนาสวน และอยากทดลองปลูกผักผลไม้หลายๆอย่างตามประสาเด็กหนุ่มไฟแรง แต่ความที่เป็นคนต่างถิ่นและไม่คุ้นเคยกับพืชพันธุ์บางอย่างทำให้อาทิจไปขุดเอาหน่อกล้วยป่ามาปลูกในไร่ที่บุกเบิกใหม่ ดรุณีและ ไพฑูร (เบญจพล เชยอรุณ) ซึ่งเป็นหลานห่างๆของย่าแดงรู้เรื่องนี้อยู่เต็มอก แต่ไม่มีใครทักท้วงอาทิจแถมยังสั่งห้ามคนงานในไร่บอกความจริงอาทิจ เพราะหวังจะให้อาทิจเสียหน้า อาทิจมารู้ความจริงว่าตัวเองเอากล้วยป่าซึ่งนำไปขายไม่ได้เลยมาปลูก ก็เมื่อเขาปลูกมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกผิดหวัง เสียหน้า และเจ็บใจเหมือนตัวเองผลัดหลงเข้ามาอยู่ในที่ที่มีแต่คนแปลกหน้า จึงหันไประบายกับเหล้า หวังจะให้เหล้าช่วยทำให้ลืมความเจ็บปวดในใจได้บ้าง แต่ทุกอย่างยิ่งเลวร้ายหนักขึ้นไปอีก เมื่อเขาตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองเสียท่า ทองประศรี ลูกสาวเจ้าของร้านขายของชำ ทองประศรีโวยวายว่า อาทิจข่มเหงเธอและขอให้อาทิจรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น

อาทิจป่วยหนัก ย่าแดงจึงลงโทษดรุณีด้วยการให้หญิงสาวดูแลอาทิจเป็นการตอบแทน ด้วยการเช็ดตัว จัดยา ทำกับข้าว กวาดถูบ้านหรือแม้แต่ซักผ้า ดรุณีจำต้องกัดฟันทำทุกอย่างให้ชายหนุ่ม เพราะลึกๆในใจ หญิงสาวก็รู้สึกผิดที่ทำให้อาทิจต้องป่วยหนัก เมื่ออาทิจอาการดีขึ้น ความเก่าก็รุกเข้ามารุมเร้าเขา เมื่อ สิงห์ทอง (ศานติ สันติเวชกุล) คำมา (ศิรินุช เพชรอุไร) ซึ่งเป็นพ่อแม่ของทองประศรีพาหญิงสาวมาเอาเรื่องอาทิจ และบังคับให้อาทิจรับลูกสาวเป็นเมีย อาทิจต้องฝืนใจแต่งงานกับทองประศรีเพราะ วิไลลักษณ์ (รุ้งทอง ร่วมทอง) ที่เป็นภรรยาของ ประเวทย์ (เวนย์ ฟอลโคเนอร์) ซึ่งเป็นผู้ว่าฯและมีศักดิ์เป็นอาของอาทิจ มาเกลี่ยกล่อมให้อาทิจเห็นแก่ย่าแดงและหน้าที่การงานของญาติๆทุกคน ย่าแดงจัดการแต่งงานให้อาทิจกับทองประศรีตามสมควรแก่ฐานะ เข้าทางวิไลลักษณ์ที่ต้องการกำจัดอาทิจออกไปให้พ้นทาง เวทางค์ (วิวิศน์ บวรกีรติขจร) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพราะต้องการให้ลูกชายลงเอยกับดรุณีเพื่อหวังมรดกก้อนโตของย่าแดง

ย่าแดงเสียใจเรื่องอาทิจอย่างที่สุด เพราะเคยหวังไว้ว่าถ้าอาทิจกับดรุณีรักและลงเอยกันได้ ก็จะมีคนสืบทอดอาชีพเกษตรกรและมีคนทำกินบนผืนดินที่ตนเองรักสืบไป แต่เมื่อเรื่องมันไม่เป็นอย่างที่ฝันไว้ ย่าแดงจึงได้แต่ทำใจ ในขณะที่ดรุณีเองก็รู้สึกผิด หญิงสาวรู้ว่าความยุ่งยากทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะเธอคนเดียวแท้ ๆ ที่เป็นต้นเหตุ ทองประศรีย้ายมาอยู่ที่บ้านพักอาทิจ อาทิจตัดปัญหาด้วยการย้ายออกมาอยู่ที่บ้านพักคนงานและตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งานโดยบุกเบิกทำไร่ข้าวโพดและกะหล่ำปลี โดยมีย่าแดงสนับสนุนในเรื่องทุนและลงมาช่วยดูแลอย่างเต็มที่ รวมทั้งดรุณีที่ลงมาช่วยปลูกผักช่วยรดน้ำด้วยตัวเอง อาทิจและดรุณีเริ่มพูดกันดีๆมากขึ้น แต่ก็ยังมีทองประศรีและเวทางค์คอยเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งดรุณีสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้และต้องแยกไปเรียนที่กรุงเทพฯ กับเวทางค์ และวิยะดา (สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย) น้องสาวเวทางค์ ความสัมพันธ์ที่เหมือนจะแน่นแฟ้นขึ้นก็มีอันต้องห่างหายกันไป แต่ก็ไม่ถึงกลับขาดจากกันซะทีเดียวเพราะย่าแดงจะใช้ให้อาทิจคอยเขียนจดหมายและตอบจดหมายดรุณีที่มีมาเสมอ

เรื่องย่อละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง


ถึงเวลาปิดเทอม ดรุณีขึ้นมาที่สวนคุณย่า ก็พบว่าทองประศรีคลอดลูกแล้ว แต่ทุกคนก็รู้กันว่า ไม่น่าจะใช่ลูกอาทิจ เพราะเด็กคลอดตามอายุครรภ์ปกติ ๙ เดือน ในขณะที่อาทิจและทองประศรีเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่ถึง 7 เดือน ดรุณีรู้ความจริงเรื่องนี้ก็ได้แต่สงสารอาทิจ ยิ่งอาทิจไม่พูด ดรุณียิ่งสงสาร หญิงสาวจึงพยายามทำดี พูดดีกับอาทิจเพื่อเป็นการไถ่โทษ การช่วยกันทำงาน การใส่ใจดูแลในเรื่องเล็กๆน้อยๆของดรุณี ทำให้อาทิจรู้สึกประทับใจโดยไม่รู้ตัว แต่เขาก็ต้องตัดความรู้สึกดีๆออกไปจากใจทุกครั้ง เมื่อ เวทางค์ ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างดรุณี

อาทิจขอย่าแดงปลูกข้าว ปีแรกล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเพราะพายุโหมกระหน่ำฝนตกหนักน้ำพัดเข้านาจนนาล่ม อาทิจถึงกับท้อ แต่คนที่ทำให้เขามีกำลังใจสู้ขึ้นมาอีกครั้งก็คือ ย่าแดงย่าหลานช่วยกันสานต่อความฝันเรื่องนาข้าวร่วมกันอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ขึ้นอย่างงดงามสมใจ ในวันที่ข้าวออกรวงงดงาม อาทิจเข้าไปบอกข่าวย่าด้วยความดีใจ ย่าแดงปลื้มใจจนน้ำตาไหลและจากไปด้วยรอยยิ้ม อาทิจรู้สึกเหมือนฟ้าฟาดลงมากลางใจที่จากนี้ไป ไม่มีร่มโพธิ์ร่มไทรอยู่กับเขาแล้ว อาทิจให้ น้าแก้ว (ดารณีนุช โพธิปิติ) คนสนิทของย่าแดง ส่งข่าวให้ดรุณีรู้ ดรุณีรีบกลับมาที่สวนคุณย่า หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญอย่างคนหัวใจสลายเมื่อรู้ว่าคนที่เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งย่าจากไปโดยไม่มีโอกาสได้ร่ำลา อาทิจอยากเข้าไปปลอบดรุณี แต่ก็ไม่มีโอกาสเพราะเวทางค์ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว

ทนายความเข้ามาเปิดพินัยกรรมฉบับแรก ย่าแดงสั่งเสียให้อาทิจเป็นผู้ปกครองดูแลดรุณีจนกว่าจะเรียนจบ แล้วจึงจะให้เปิดพินัยกรรมฉบับที่สอง อาทิจอยู่ที่สวนย่าแดงอย่างเจียมตัวเพราะเข้าใจว่าเมื่อดรุณีเรียนจบ คุณย่าคงยกทุกอย่างให้ดรุณี ในขณะที่ดรุณีก็คิดอยู่ในใจตลอดเวลาว่าคุณย่าต้องยกทุกอย่างให้อาทิจ คำสั่งในพินัยกรรมทำให้อาทิจเข้ามาดูแลดรุณีใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งคู่เกิดความรู้สึกดีๆต่อกันมากมาย แต่ก็ต้องเก็บไว้ในใจเพราะคำว่า “ผู้ปกครอง” กับ “เด็กในความปกครอง”และยิ่งวิไลลักษณ์มาคอยเป่าหูว่า ย่าแดงหมายมั่นจะให้เวทางค์กับดรุณีแต่งงานกันเพื่อดูแลสวนคุณย่าร่วมกัน ยิ่งทำให้อาทิจรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกหนักขึ้นไป

เรื่องย่อละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง


ดรุณีแนะนำให้อาทิจรู้จักเพื่อนสนิทคือตุ่นหรือตุลญาณี (สาวิตรี สุทธิชานนท์) ตุ่นดีใจมากมายเพราะเธอเคยเห็นอาทิจหลายครั้งและเรียกอาทิจว่าผู้ชายในฝัน โดยไม่รู้ว่าอาทิจเป็นคนคนเดียวกับพี่ชายที่ดรุณีคอยเชียร์ให้เธออยู่ตลอดเวลา ตุ่นหลงรักอาทิจอย่างหัวปักหัวปำ หญิงสาวขึ้นมาเที่ยวที่สวนคุณย่าเมื่อเรียนจบตามที่ดรุณีชวน ดรุณีเปิดโอกาสให้ตุ่นใช้เวลาอยู่กับอาทิจอย่างเต็มที่ อาทิจเขินสุดๆที่มีผู้หญิงซึ่งเป็นถึงดาวของมหาวิทยาลัยมาคอยเดินตามและเอาอกเอาใจสารพัด แรกๆชายหนุ่มก็ห่วงความรู้สึกของดรุณี แต่เมื่อดรุณีทำเหมือนอยากอยู่กับเวทางค์ และกันเขาออกไปกับตุ่น อาทิจจึงต้องตัดใจ เพราะคิดว่าดรุณีคงชอบเวทางค์จริงๆ

ดรุณีเองก็รู้สึกแปลกใจทุกครั้งที่เห็นอาทิจออกไปเที่ยวกับตุ่น ทำไมหัวใจตัวเองถึงได้ร้อนวูบวาบนัก แต่ก็พยายามย้ำบอกตัวเองซ้ำๆว่าเธอจะต้องแก้ไขเรื่องในอดีตที่ผ่านมาให้ได้ เธอเคยทำให้อาทิจต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ครั้งนี้เธอจะทำให้เขาสมหวังกับคนที่เขารักและรักเขาให้ได้ ความสัมพันธ์ที่ผิดฝาผิดตัวของทั้งสองคู่ทำให้น้าแก้วอดรนทนไม่ไหว เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าย่าแดงต้องการให้อาทิจกับดรุณีลงเอยกัน น้าแก้วจึงไปขอร้องทองประศรีซึ่งถูกอาทิจจับได้ว่ามีชู้และถูกไล่ออกไปจากบ้านให้กลับมาช่วย ในวันที่อาทิจจะพาตุ่นไปซื้อแหวนหมั้น ทองประศรีก็อุ้มลูกเข้ามาประกาศต่อหน้าตุ่นว่า ตัวเองเป็นเมียของอาทิจและมีลูกด้วยกันแล้ว ขอให้ตุ่นเห็นใจผู้หญิงด้วยกันและเด็กตาดำๆ อย่าพรากพ่อพรากลูกจากกันเลย

ตุ่นเสียใจหนักเพราะความรักครั้งแรกมีอันต้องพังทลายลง หญิงสาวจึงหนีกลับกรุงเทพฯโดยไม่เปิดโอกาสให้อาทิจชี้แจงเรื่องทองประศรี อาทิจเองก็เสียใจไม่แพ้กันที่ตัวเองผิดหวังเรื่องความรักครั้งแล้วครั้งเล่า ดรุณีอาสาเป็นกาวใจให้อาทิจกับตุ่น ทั้งๆที่ตัวเองรู้ซึ้งแก่ใจแล้วว่า รักอาทิจมากมายเพียงใด ดรุณีมาหาตุ่นที่กรุงเทพฯ อธิบายให้ตุ่นเข้าใจเรื่องอาทิจกับทองประศรี ตุ่นเองก็ยังรักและตัดใจจากอาทิจไม่ได้ จึงเปิดโอกาสให้อาทิจมาง้อ ดรุณีกลับมาบอกข่าวดีกับอาทิจ ทั้งคู่เตรียมจะลงไปหาตุ่น แต่แล้วอาทิจก็โดนงูกัดและล้มป่วยลงซะก่อน ดรุณีโทรศัพท์บอกตุ่น ตุ่นเป็นห่วงอาทิจจะตามขึ้นไปดูแล แต่ก็ถูกเวทางค์ขับรถเฉี่ยวจึงไม่ได้ไป ดรุณีจึงต้องดูแลอาทิจแทน อาทิจซาบซึ้งใจที่ดรุณีช่วยชีวิตเขาด้วยการดูดพิษงูให้ และตลอดเวลาที่เขาป่วย หญิงสาวก็ทำงานแทนเขา ดูแลและเอาใจใส่เขา เป็นความรู้สึกดีๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน

เพลงประกอบละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง


ฟากตุ่นก็หงุดหงิดหนักที่ไม่ได้ขึ้นมาดูแลอาทิจ จึงใส่อารมณ์กับคนที่ทำให้เธอนอนเดี้ยงอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งก็คือเวทางค์ไม่ว่างเว้น วิยะดาแปลกใจที่เวทางค์ทนรับอารมณ์ของตุ่นได้ ดรุณีลงมาเยี่ยมตุ่น พยายามจะนัดวันที่อาทิจจะลงมาหาตุ่นให้ได้ ตุ่นบอกไม่ต้องลงมาเพราะเธอจะขึ้นไปขอคำตอบจากเขาเอง เรื่องที่เคยฝันไว้ด้วยกัน เรื่องที่อาทิจได้ทุนไปเรียนต่อที่เมืองนอกและเธอก็จะตามเขาไปเรียนด้วยเช่นกัน ถ้าอาทิจตกลง เธอจะลืมเรื่องในอดีตทั้งหมดและแต่งงานกับเขาทันที ดรุณีแสดงความยินดีกับอาทิจล่วงหน้า และขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่อาทิจสร้างไว้ที่สวนคุณย่า ดรุณีจะสานต่องานทั้งหมดที่อาทิจทำไว้ พร้อมกับอวยพรให้อาทิจมีความสุขกับความรักและครอบครัวอันอบอุ่นกับตุ่น อาทิจรู้สึกหนักใจที่สุดในชีวิต แต่..ชายหนุ่มก็มีคำตอบให้กับชีวิตแล้วเช่นกันสุดท้ายเรื่องราวความรัก ของอาทิจกับดรุณีจะลงเอยกันอย่างไรนั้น ต้องติดตามชมในละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง


ติดตามคาแรคเตอร์ตัวละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง



คาแรคเตอร์ตัวละคร แก้วกลางดง

เม.ย. 18, 2012


คาแรคเตอร์ตัวละคร แก้วกลางดง


ทรงเผ่า ละคร แก้วกลางดงออย ธนา สุทธิกมล รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น ทรงเผ่า ทำงานเป็นช่างภาพอิสระให้กับนิตยสารต่างประเทศเช่นพวก จีโอกราฟฟิค ชอบธรรมชาติ และการเที่ยวป่า






เมียวดี ละคร แก้วกลางดงแก้ว จริญญา ศิริมงคลกุล รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น เมียวดี สาวชาวป่า ลูกสาวพรานใหญ่ ฝีมือดี เชี่ยวชาญเรื่องป่า ล่าสัตว์ เป็นอย่างดีปราดเปรียว คล่องแคล่วเหมือนกระแตป่า รักใครรักจริง จิตใจดี เชื่อฟังคำสั่งของพ่อมาก





หวาน ละคร แก้วกลางดงกระแต ศุภักษร ไชยมงคล รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น หวาน เป็นสาวเมืองที่ทุกคนหมายปอง ด้วยคุณสมบัติที่สุดแสนเพอร์เฟค สาว สวยไฮโซ เป็นคนปากอย่างใจอย่าง แต่งตัวเก่ง เห็นแก่ตัว เหยียดคนที่ต่ำกว่า รักสบาย ทำงานเดินแบบ เป็นงานอดิเรก





อั๋น ละคร แก้วกลางดงเจสัน ยัง รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น อั๋น ตำรวจหนุ่ม เพื่อนรุ่น ๆ เดียวกับทรงเผ่า ถึงจะเป็นตำรวจ แต่ก็เป็นตำรวจที่ชอบสังคม เป็นตำรวจเพราะอาศัยเส้นพ่อจึงไม่ค่อยได้จับโจร สำอางค์ กระล่อน อัธยาศัยดี ชอบเมียวดี





ฟ้าลั่น ละคร แก้วกลางดงอี๊ด โปงลางสะออน รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น ฟ้าลั่น หนุ่ม ชาวเขา อายุ 30 ปี เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเมียวดี พูดมาก ขี้คุย แพ้คนสวย ด้วยความเป็นคนซื่อ จึงโดนเชอรี่หลอก






บัวคลี่ ละคร แก้วกลางดงแวร์ โซว์ รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น บัวคลี่ อายุ 45 ปี ภรรยาใหม่ของพ่อทรงเผ่า เป็นนางงามเก่า จึงแต่งตัวงดงามอยู่เสมอ ขี้หึงนิด ๆ เพราะรู้ดีว่าสามีเจ้าชู้ แต่ก็จิตใจดี เอื้อเฟื้อ






แม่วงศ์ ละคร แก้วกลางดงแตน ราตรี วิทวัส รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น แม่วงศ์ อายุ 45 ปี คุณแม่บ้านของทรงเผ่า คอยดูแลบ้าน เนี๊ยบแต่ชอบบ้าจี้ คอยดูแลเมียวดี เมื่อเข้ามาอยู่ในเมือง






ทรงพล ละคร แก้วกลางดงสมภพ รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น ทรงพล อายุ 65 พ่อของทรงเผ่า อารมย์ดี สบาย ๆ จึงดูหนุ่มกว่าอายุ เป็นข้าราชการตำแหน่งใหญ่มาก่อนเกษียณ เลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจ เป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักโลกดี แต่ไม่เจ้ากี้เจ้าการ แต่ก็เจ้าชู้เงียบ





รำพา ละคร แก้วกลางดงแพร รัชนี ศิระเลิศ รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น รำพาหญิง 55 ปี คุณหญิงแม่ของ หวาน ชอบเล่นไพ่อยากให้ลูกได้คนรวย ๆ เพื่อเป็นได้มีเงิน ให้ตัวเองถลุงเล่น รักสบาย เห็นว่าลูกสาวตัวเองสวยที่สุด ดีที่สุด ขี้เหนียวกับคนใช้





สาทิศ ละคร แก้วกลางดงลิฟท์ สุพจน์ จันทร์เจริญ รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น สาทิศ เป็นเศรฐีใหม่ที่มาชอบหวาน ชอบอวดรวย ใช้เงินจีบน้ำหวานแข่ง กับทรงเผ่าเสมอ เบื้องหลังเป็นพ่อค้าไม้เถื่อนรายใหญ่ ที่ทรงเผ่ากับเมียวเจอตอนอยู่ในป่า





เชอรี่ ละคร แก้วกลางดงนุ่น รมิดา ประภาสโนบล รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น เชอรี่ หญิง อายุ 20 ปี เป็นคนใช้บ้านทรงเผ่า หัวสูง ขี้เกียจทำงาน อยากชอบแต่งตัว เป็นดารา เมื่อฟ้าลั่นเข้ามาอยู่ในบ้าน ก็ชอบหลอกใช้ฟ้าลั่นให้ทำงานแทน จนหักอกฟ้าลั่นในที่สุด





โอโม่ โปงลางสะออน รับบทแสดงในละคร แก้วกลางดง เป็น เหินฟ้า ชาวเขา ลูกชายหัวหน้าหมู่บ้าน ที่มีเมียแล้ว 2 คน แต่ก็ยังอยากได้เมียวดีเป็นเมียอีก คอยหาโอกาสหาเศษหาเลยกับเมียวดีเสมอ พ่อไม่ได้ดังใจก็มักจะไปฟ้องพ่อ


อ่านเรื่องย่อ แก้วกลางดง



เรื่องย่อละคร แก้วกลางดง

เม.ย. 18, 2012


ละคร แก้วกลางดง


แก้วกลางดงเรื่องย่อ แก้วกลางดง




เรื่องย่อ แก้วกลางดง



ทรงเผ่า (ออย ธนา สุทธิกมล) หนุ่มผู้รักป่าเป็นชีวิตจิตใจ ได้เดินทางไปหาพรานจั่นคนสนิทของบิดา ซึ่งมีลูกสาวชื่อเมียวดี (แก้ว จริญญา ศิริมงคลกุล) ทรงเผ่าขอให้พรานจั่นนำทางเข้าป่า ระหว่างการเดินป่าทั้งสองพบกับไอ้ลาย (เสือลายพาดกลอน) เกิดการต่อสู้กันขึ้น พรานจั่นปกป้องทรงเผ่าจนตัวเองเสียชีวิต ก่อนสิ้นใจพรานจั่นได้ฝากเมียวดีไว้กับทรงเผ่า เพราะเธอกำพร้าและไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว

หลังจากพรานจั่นเสียชีวิต ทรงเผ่าและเมียวดีออกตามล่าไอ้ลาย ในการเดินป่าด้วยกัน ทรงเผ่าพบว่าเมียวดีหาใช่สาวชาวป่าที่โง่เขลา แต่เธอมีความฉลาดรอบรู้ผืนป่าเป็นอย่างดี และที่สำคัญเธอเป็นคนซื่อและจริงใจ ในการตามล่าไอ้ลายครั้งนี้ ทรงเผ่าถูกพวกโจรทำร้ายบาดเจ็บ จนถูกส่งเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ เมียวดีเดินทางตามลงมาด้วยความเป็นห่วง

ครอบครัวของทรงเผ่าเกิดเอ็นดูเมียวดีและรับเลี้ยงเป็นลูกพร้อมให้การศึกษา แต่หวาน (กระแต ศุภักษร ไชยมงคล) แฟนของทรงเผ่ากลับตั้งท่ารังเกียจเมียวดี ด้วยความกลัวว่าเมียวดีจะแย่งทรงเผ่าไป ความสวยน่ารักของเมียวดีทำให้อั๋น (เจสัน ยัง) เพื่อนสนิทของทรงเผ่า และแวว ลูกชาย ป้าวงษ์ (แตน ราตรี วิทวัส) เกิดหลงรักเธอ ชีวิตเมืองกรุงไม่เคยให้ความสุขกับเมียวดีเลย เพราะจิตใจของคนที่แวดล้อมเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาโดยเฉพาะหวาน

ฟ้าลั่น (อี๊ด โปงลางสะออน) เพื่อนสนิทเมียวดีเดินทางมากรุงเทพฯและมาขอพักด้วย ฟ้าลั่นหลงรักพุดซ้อนแต่กลับถูกผู้หญิงหลอกใช้ ความใกล้ชิดระหว่างทรงเผ่าและเมียวดี ก่อตัวเป็นความรักแต่ทั้งสองต้องปิดบังเอาไว้ เพราะทรงเผ่ามีคู่หมั้นแล้ว เกิดเรื่องคาดไม่ฝันขึ้น เมื่อเหล่าโจรกลับมาแก้แค้นทรงเผ่า โดยจับตัวทรงเผ่า เมียวดี และหวานไป เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทรงเผ่ารู้ถึงนิสัยแท้จริงของหวาน ว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมาก และซึ้งในน้ำใจของเมียวดีที่หาวิธีช่วยให้ตนกับหวานหลุดออกมาได้สำเร็จ

เมื่อเหตุการณ์ร้ายจบลง ทรงเผ่าขอถอนหมั้นหวานทันที โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่ ยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวเองมากกว่าความรัก ซึ่งสร้างความแค้นเคือง ให้กับรื่นฤทัย มารดาของหวานมาก ถึงกับประกาศตัดความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวทั้งสอง เมียวดีหนีจากกรุงเทพฯกลับบ้านป่าที่เธอรัก ทรงเผ่าตามเมียวดีไปเพื่อขอแต่งงาน แต่ทรงเผ่าก็ผิดหวัง เมื่อรู้ว่าเมียวดีออกไปล่าไอ้ลายที่ฆ่าพ่อเธอ ทรงเผ่าตามไปช่วยเมียวดีและช่วยชีวิตเธอไว้ทัน พร้อมทั้งปราบไอ้ลายได้สำเร็จ ทรงเผ่าได้เคียงคู่กับเมียวดีในที่สุด


คาแรคเตอร์ตัวละคร แก้วกลางดง



เรื่องย่อละคร ธรณีนี่นี้ใครครอง

เม.ย. 12, 2012


ละคร ธรณีนี่นี้ใครครอง


เรื่องย่อละคร ธรณีนี่นี้ใครครอง




เรื่องย่อ ธรณีนี่นี้ใครครอง



เมื่อ อาทิจ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) เรียนจบวิทยาลัยเกษตร เขาตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆได้เรียนบ้าง หลังจากที่น้องๆ ได้เสียสละหยุดเรียนเพื่อให้เขาได้เรียนมาแล้ว อาทิจเป็นลูกชายคนโตในครอบครัวของ ประวิทย์ ปลัดอำเภอผู้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และ พูนทรัพย์ แม่ค้าและแม่บ้านที่แสนจะขยันขันแข็ง อาทิจมีน้องเก้าคน เขาจึงมีความจำเป็นต้องหางานทำให้เร็วที่สุด เพื่อจะนำเงินมาส่งเสียน้องๆช่วยพ่อแม่อีกทาง

อาทิจไม่คิดที่จะทำงานราชการอย่างพ่อ เขาใฝ่ฝันที่จะมีที่ดินเป็นของตัวเองสักแปลงเพราะต้องการใช้วิชาความรู้ที่ได้เรียนมาให้เกิดประโยชน์ พ่อตัดสินใจส่งตัวเขากลับไปหาย่าแดง (ดวงตา ตุงคะมณี) เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ในอดีตพ่อ ซึ่งเป็นลูกชายคนโตได้ขโมยเงินย่าแดงหนีออกจากบ้านเพราะไม่ต้องการทำงานหนักในไร่ ย่าแดงยินดีต้อนรับอาทิจ เพราะในจำนวนลูกหลานทั้งหมดต่างก็เป็นหลักเป็นฐานไปหมดแล้ว ไม่มีใครรับช่วงงานในไร่ซึ่งมีมหาศาลทำต่อ อาทิจรับเงื่อนไขของย่าคือต้องทำงานที่สวนโดยไม่ได้รับเงินเดือน แลกกับการที่ย่าจะส่งเสียน้องๆเรียนต่ออย่างเต็มใจ เพราะนอกจากจะได้ทำงานที่ตัวเองรักแล้ว น้องๆยังได้เรียนต่อและที่สำคัญที่สุดคือ เขาต้องการไถ่โทษให้พ่อสำหรับเรื่องในอดีตที่ผ่านมา

อาทิจทำงานที่สวนอย่างขยันขันแข็ง ย่าแดงเห็นว่าอาทิจมีความมุมานะและตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง จึงมอบที่ดินที่ยังไม่ได้บุกเบิกให้อาทิจ ๑ ไร่ เพื่อใช้ปลูกผักตามที่อาทิจต้องการ นั่นทำให้ ดรุณี (อุรัสยา เสปอร์บันด์) ซึ่งเป็นน้องสาวคนสุดท้องของย่าแดง ซึ่งไม่ถูกชะตาและเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอาทิจตลอดเวลาอยู่แล้ว เหม็นขี้หน้าอาทิจหนักขึ้นไปอีก ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะดรุณีมีปมในใจกลัวว่าอาทิจจะมาแย่งความรักจากย่าแดงไป เธอรู้ความจริงว่าเธอเป็นเพียงลูกที่เกิดจากเมียคนสุดท้ายของพ่อย่าแดง และพ่อของย่าแดงก็ไม่ใช่พ่อเธอ เธอจึงไม่ได้มีสายเลือดผูกพันกับย่าแดงเลยแม้แต่น้อย ย่าแดงเอาเธอมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะเพียงเพราะสงสาร ซึ่งต่างจากอาทิจที่เป็นสายเลือดของคุณย่าโดยตรง ดรุณีจึงคอยหาเรื่องอาทิจ ในขณะที่อาทิจเองก็ไม่ยอมลงให้ดรุณีเพราะเห็นว่าดรุณีไม่มีเหตุผล แถมยังเอาแต่ใจตัวเองและชอบทำตัวเป็นเด็ก ทั้งคู่ทะเลาะตอบโต้กันทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ย่าแดงปวดหัวไม่น้อยที่หลานรักทั้งสองไม่ลงรอยกัน

ละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง


อาทิจตั้งใจทำงานพัฒนาสวน และอยากทดลองปลูกผักผลไม้หลายๆอย่างตามประสาเด็กหนุ่มไฟแรง แต่ความที่เป็นคนต่างถิ่นและไม่คุ้นเคยกับพืชพันธุ์บางอย่างทำให้อาทิจไปขุดเอาหน่อกล้วยป่ามาปลูกในไร่ที่บุกเบิกใหม่ ดรุณีและ ไพฑูร (เบญจพล เชยอรุณ) ซึ่งเป็นหลานห่างๆของย่าแดงรู้เรื่องนี้อยู่เต็มอก แต่ไม่มีใครทักท้วงอาทิจแถมยังสั่งห้ามคนงานในไร่บอกความจริงอาทิจ เพราะหวังจะให้อาทิจเสียหน้า อาทิจมารู้ความจริงว่าตัวเองเอากล้วยป่าซึ่งนำไปขายไม่ได้เลยมาปลูก ก็เมื่อเขาปลูกมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกผิดหวัง เสียหน้า และเจ็บใจเหมือนตัวเองผลัดหลงเข้ามาอยู่ในที่ที่มีแต่คนแปลกหน้า จึงหันไประบายกับเหล้า หวังจะให้เหล้าช่วยทำให้ลืมความเจ็บปวดในใจได้บ้าง แต่ทุกอย่างยิ่งเลวร้ายหนักขึ้นไปอีก เมื่อเขาตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองเสียท่า ทองประศรี ลูกสาวเจ้าของร้านขายของชำ ทองประศรีโวยวายว่า อาทิจข่มเหงเธอและขอให้อาทิจรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น

อาทิจป่วยหนัก ย่าแดงจึงลงโทษดรุณีด้วยการให้หญิงสาวดูแลอาทิจเป็นการตอบแทน ด้วยการเช็ดตัว จัดยา ทำกับข้าว กวาดถูบ้านหรือแม้แต่ซักผ้า ดรุณีจำต้องกัดฟันทำทุกอย่างให้ชายหนุ่ม เพราะลึกๆในใจ หญิงสาวก็รู้สึกผิดที่ทำให้อาทิจต้องป่วยหนัก เมื่ออาทิจอาการดีขึ้น ความเก่าก็รุกเข้ามารุมเร้าเขา เมื่อ สิงห์ทอง (ศานติ สันติเวชกุล) และ คำมา (ศิรินุช เพชรอุไร) ซึ่งเป็นพ่อแม่ของทองประศรีพาหญิงสาวมาเอาเรื่องอาทิจ และบังคับให้อาทิจรับลูกสาวเป็นเมีย อาทิจต้องฝืนใจแต่งงานกับทองประศรีเพราะ วิไลลักษณ์ (รุ้งทอง ร่วมทอง) ที่เป็นภรรยาของ ประเวทย์ (เวนย์ ฟอลโคเนอร์) ซึ่งเป็นผู้ว่าฯและมีศักดิ์เป็นอาของอาทิจ มาเกลี่ยกล่อมให้อาทิจเห็นแก่ย่าแดงและหน้าที่การงานของญาติๆทุกคน ย่าแดงจัดการแต่งงานให้อาทิจกับทองประศรีตามสมควรแก่ฐานะ เข้าทางวิไลลักษณ์ที่ต้องการกำจัดอาทิจออกไปให้พ้นทาง เวทางค์ (วิวิศน์ บวรกีรติขจร) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพราะต้องการให้ลูกชายลงเอยกับดรุณีเพื่อหวังมรดกก้อนโตของย่าแดง

ย่าแดงเสียใจเรื่องอาทิจอย่างที่สุด เพราะเคยหวังไว้ว่าถ้าอาทิจกับดรุณีรักและลงเอยกันได้ ก็จะมีคนสืบทอดอาชีพเกษตรกรและมีคนทำกินบนผืนดินที่ตนเองรักสืบไป แต่เมื่อเรื่องมันไม่เป็นอย่างที่ฝันไว้ ย่าแดงจึงได้แต่ทำใจ ในขณะที่ดรุณีเองก็รู้สึกผิด หญิงสาวรู้ว่าความยุ่งยากทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะเธอคนเดียวแท้ ๆ ที่เป็นต้นเหตุ ทองประศรีย้ายมาอยู่ที่บ้านพักอาทิจ อาทิจตัดปัญหาด้วยการย้ายออกมาอยู่ที่บ้านพักคนงานและตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งานโดยบุกเบิกทำไร่ข้าวโพดและกะหล่ำปลี โดยมีย่าแดงสนับสนุนในเรื่องทุนและลงมาช่วยดูแลอย่างเต็มที่ รวมทั้งดรุณีที่ลงมาช่วยปลูกผักช่วยรดน้ำด้วยตัวเอง อาทิจและดรุณีเริ่มพูดกันดีๆมากขึ้น แต่ก็ยังมีทองประศรีและเวทางค์คอยเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งดรุณีสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้และต้องแยกไปเรียนที่กรุงเทพฯ กับเวทางค์ และวิยะดา (สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย) น้องสาวเวทางค์ ความสัมพันธ์ที่เหมือนจะแน่นแฟ้นขึ้นก็มีอันต้องห่างหายกันไป แต่ก็ไม่ถึงกลับขาดจากกันซะทีเดียวเพราะย่าแดงจะใช้ให้อาทิจคอยเขียนจดหมายและตอบจดหมายดรุณีที่มีมาเสมอ

เรื่องย่อละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง


ถึงเวลาปิดเทอม ดรุณีขึ้นมาที่สวนคุณย่า ก็พบว่าทองประศรีคลอดลูกแล้ว แต่ทุกคนก็รู้กันว่า ไม่น่าจะใช่ลูกอาทิจ เพราะเด็กคลอดตามอายุครรภ์ปกติ ๙ เดือน ในขณะที่อาทิจและทองประศรีเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่ถึง 7 เดือน ดรุณีรู้ความจริงเรื่องนี้ก็ได้แต่สงสารอาทิจ ยิ่งอาทิจไม่พูด ดรุณียิ่งสงสาร หญิงสาวจึงพยายามทำดี พูดดีกับอาทิจเพื่อเป็นการไถ่โทษ การช่วยกันทำงาน การใส่ใจดูแลในเรื่องเล็กๆน้อยๆของดรุณี ทำให้อาทิจรู้สึกประทับใจโดยไม่รู้ตัว แต่เขาก็ต้องตัดความรู้สึกดีๆออกไปจากใจทุกครั้ง เมื่อ เวทางค์ ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างดรุณี

อาทิจขอย่าแดงปลูกข้าว ปีแรกล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเพราะพายุโหมกระหน่ำฝนตกหนักน้ำพัดเข้านาจนนาล่ม อาทิจถึงกับท้อ แต่คนที่ทำให้เขามีกำลังใจสู้ขึ้นมาอีกครั้งก็คือ ย่าแดงย่าหลานช่วยกันสานต่อความฝันเรื่องนาข้าวร่วมกันอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ขึ้นอย่างงดงามสมใจ ในวันที่ข้าวออกรวงงดงาม อาทิจเข้าไปบอกข่าวย่าด้วยความดีใจ ย่าแดงปลื้มใจจนน้ำตาไหลและจากไปด้วยรอยยิ้ม อาทิจรู้สึกเหมือนฟ้าฟาดลงมากลางใจที่จากนี้ไป ไม่มีร่มโพธิ์ร่มไทรอยู่กับเขาแล้ว อาทิจให้ น้าแก้ว (ดารณีนุช โพธิปิติ) คนสนิทของย่าแดง ส่งข่าวให้ดรุณีรู้ ดรุณีรีบกลับมาที่สวนคุณย่า หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญอย่างคนหัวใจสลายเมื่อรู้ว่าคนที่เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งย่าจากไปโดยไม่มีโอกาสได้ร่ำลา อาทิจอยากเข้าไปปลอบดรุณี แต่ก็ไม่มีโอกาสเพราะเวทางค์ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว

ทนายความเข้ามาเปิดพินัยกรรมฉบับแรก ย่าแดงสั่งเสียให้อาทิจเป็นผู้ปกครองดูแลดรุณีจนกว่าจะเรียนจบ แล้วจึงจะให้เปิดพินัยกรรมฉบับที่สอง อาทิจอยู่ที่สวนย่าแดงอย่างเจียมตัวเพราะเข้าใจว่าเมื่อดรุณีเรียนจบ คุณย่าคงยกทุกอย่างให้ดรุณี ในขณะที่ดรุณีก็คิดอยู่ในใจตลอดเวลาว่าคุณย่าต้องยกทุกอย่างให้อาทิจ คำสั่งในพินัยกรรมทำให้อาทิจเข้ามาดูแลดรุณีใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งคู่เกิดความรู้สึกดีๆต่อกันมากมาย แต่ก็ต้องเก็บไว้ในใจเพราะคำว่า “ผู้ปกครอง” กับ “เด็กในความปกครอง”และยิ่งวิไลลักษณ์มาคอยเป่าหูว่า ย่าแดงหมายมั่นจะให้เวทางค์กับดรุณีแต่งงานกันเพื่อดูแลสวนคุณย่าร่วมกัน ยิ่งทำให้อาทิจรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกหนักขึ้นไป

เรื่องย่อละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง


ดรุณีแนะนำให้อาทิจรู้จักเพื่อนสนิทคือตุ่นหรือตุลญาณี (สาวิตรี สุทธิชานนท์) ตุ่นดีใจมากมายเพราะเธอเคยเห็นอาทิจหลายครั้งและเรียกอาทิจว่าผู้ชายในฝัน โดยไม่รู้ว่าอาทิจเป็นคนคนเดียวกับพี่ชายที่ดรุณีคอยเชียร์ให้เธออยู่ตลอดเวลา ตุ่นหลงรักอาทิจอย่างหัวปักหัวปำ หญิงสาวขึ้นมาเที่ยวที่สวนคุณย่าเมื่อเรียนจบตามที่ดรุณีชวน ดรุณีเปิดโอกาสให้ตุ่นใช้เวลาอยู่กับอาทิจอย่างเต็มที่ อาทิจเขินสุดๆที่มีผู้หญิงซึ่งเป็นถึงดาวของมหาวิทยาลัยมาคอยเดินตามและเอาอกเอาใจสารพัด แรกๆชายหนุ่มก็ห่วงความรู้สึกของดรุณี แต่เมื่อดรุณีทำเหมือนอยากอยู่กับเวทางค์ และกันเขาออกไปกับตุ่น อาทิจจึงต้องตัดใจ เพราะคิดว่าดรุณีคงชอบเวทางค์จริงๆ

ดรุณีเองก็รู้สึกแปลกใจทุกครั้งที่เห็นอาทิจออกไปเที่ยวกับตุ่น ทำไมหัวใจตัวเองถึงได้ร้อนวูบวาบนัก แต่ก็พยายามย้ำบอกตัวเองซ้ำๆว่าเธอจะต้องแก้ไขเรื่องในอดีตที่ผ่านมาให้ได้ เธอเคยทำให้อาทิจต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ครั้งนี้เธอจะทำให้เขาสมหวังกับคนที่เขารักและรักเขาให้ได้ ความสัมพันธ์ที่ผิดฝาผิดตัวของทั้งสองคู่ทำให้น้าแก้วอดรนทนไม่ไหว เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าย่าแดงต้องการให้อาทิจกับดรุณีลงเอยกัน น้าแก้วจึงไปขอร้องทองประศรีซึ่งถูกอาทิจจับได้ว่ามีชู้และถูกไล่ออกไปจากบ้านให้กลับมาช่วย ในวันที่อาทิจจะพาตุ่นไปซื้อแหวนหมั้น ทองประศรีก็อุ้มลูกเข้ามาประกาศต่อหน้าตุ่นว่า ตัวเองเป็นเมียของอาทิจและมีลูกด้วยกันแล้ว ขอให้ตุ่นเห็นใจผู้หญิงด้วยกันและเด็กตาดำๆ อย่าพรากพ่อพรากลูกจากกันเลย

ตุ่นเสียใจหนักเพราะความรักครั้งแรกมีอันต้องพังทลายลง หญิงสาวจึงหนีกลับกรุงเทพฯโดยไม่เปิดโอกาสให้อาทิจชี้แจงเรื่องทองประศรี อาทิจเองก็เสียใจไม่แพ้กันที่ตัวเองผิดหวังเรื่องความรักครั้งแล้วครั้งเล่า ดรุณีอาสาเป็นกาวใจให้อาทิจกับตุ่น ทั้งๆที่ตัวเองรู้ซึ้งแก่ใจแล้วว่า รักอาทิจมากมายเพียงใด ดรุณีมาหาตุ่นที่กรุงเทพฯ อธิบายให้ตุ่นเข้าใจเรื่องอาทิจกับทองประศรี ตุ่นเองก็ยังรักและตัดใจจากอาทิจไม่ได้ จึงเปิดโอกาสให้อาทิจมาง้อ ดรุณีกลับมาบอกข่าวดีกับอาทิจ ทั้งคู่เตรียมจะลงไปหาตุ่น แต่แล้วอาทิจก็โดนงูกัดและล้มป่วยลงซะก่อน ดรุณีโทรศัพท์บอกตุ่น ตุ่นเป็นห่วงอาทิจจะตามขึ้นไปดูแล แต่ก็ถูกเวทางค์ขับรถเฉี่ยวจึงไม่ได้ไป ดรุณีจึงต้องดูแลอาทิจแทน อาทิจซาบซึ้งใจที่ดรุณีช่วยชีวิตเขาด้วยการดูดพิษงูให้ และตลอดเวลาที่เขาป่วย หญิงสาวก็ทำงานแทนเขา ดูแลและเอาใจใส่เขา เป็นความรู้สึกดีๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน

เพลงประกอบละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง


ฟากตุ่นก็หงุดหงิดหนักที่ไม่ได้ขึ้นมาดูแลอาทิจ จึงใส่อารมณ์กับคนที่ทำให้เธอนอนเดี้ยงอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งก็คือเวทางค์ไม่ว่างเว้น วิยะดาแปลกใจที่เวทางค์ทนรับอารมณ์ของตุ่นได้ ดรุณีลงมาเยี่ยมตุ่น พยายามจะนัดวันที่อาทิจจะลงมาหาตุ่นให้ได้ ตุ่นบอกไม่ต้องลงมาเพราะเธอจะขึ้นไปขอคำตอบจากเขาเอง เรื่องที่เคยฝันไว้ด้วยกัน เรื่องที่อาทิจได้ทุนไปเรียนต่อที่เมืองนอกและเธอก็จะตามเขาไปเรียนด้วยเช่นกัน ถ้าอาทิจตกลง เธอจะลืมเรื่องในอดีตทั้งหมดและแต่งงานกับเขาทันที ดรุณีแสดงความยินดีกับอาทิจล่วงหน้า และขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่อาทิจสร้างไว้ที่สวนคุณย่า ดรุณีจะสานต่องานทั้งหมดที่อาทิจทำไว้ พร้อมกับอวยพรให้อาทิจมีความสุขกับความรักและครอบครัวอันอบอุ่นกับตุ่น อาทิจรู้สึกหนักใจที่สุดในชีวิต แต่..ชายหนุ่มก็มีคำตอบให้กับชีวิตแล้วเช่นกันสุดท้ายเรื่องราวความรัก ของอาทิจกับดรุณีจะลงเอยกันอย่างไรนั้น ต้องติดตามชมในละคร ธรณีนี่นี้ ใครครอง


คาแรคเตอร์ตัวละคร ธรณีนี่นี้ใครครอง

เพลงประกอบละคร ธรณีนี่นี้ใครครอง

ฟังเพลง ให้รักมันโตในใจ ณเดชน์

ฟังเพลง อาการรัก ญาญ่า

ฟังเพลง คนบนฟ้าต้องการให้รัก อ๊อฟ ปองศักดิ์ & ลิเดีย

เรื่องย่อละคร บ่วง

เม.ย. 4, 2012


ละคร บ่วง


เรื่องย่อละคร บ่วง



เรื่องย่อ บ่วง


“ศามน” หนุ่มวัยทำงาน ตำแหน่งหน้าที่การงานดี เป็นถึงหัวหน้าฝ่ายบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาทั้งๆที่ยังอายุไม่มาก เขาเกิดที่เมืองไทยแต่ไปเติบโตที่อเมริกา เพราะต้องติดตามพ่อที่ทำงานเป็นทูตอยู่ที่นั่น ศามนเกิดมาพร้อมด้วยรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติอย่างที่สาวๆ หลายคนพึงพอใจ แต่เขาเลือกแต่งงานกับ “รัมภา” สาวสวยที่เคยเป็นเด็กกำพร้ามาก่อน แต่มีคนใจบุญรับเธอมาอุปการะเลี้ยงดูเป็นอย่างดีรัมภาเป็นคนเพียบพร้อมทั้งกิริยามารยาทคู่ควรกับศามนสองคนพบรักกันที่อเมริกาและตัดสินใจแต่งงานกันจนมีลูกฝาแฝดชาย-หญิงที่น่ารักวัย 4 ขวบชื่อ “ศรุท (รัตตี้)” และ “ศรัย (ไลล่า)”ครอบครัวนี้ถือว่าเป็นครอบครัวรุ่นใหม่ที่อบอุ่นและคอยเติมเต็มให้กันอย่างมีความสุขวันหนึ่งศามนได้รับการติดต่อจากญาติให้เดินทางกลับกรุงเทพฯโดยด่วนเพื่อมาร่วมงานศพคุณยายทวดและมารับมรดกตกทอดของตระกูลที่บ้านสวนเก่าหลังใหญ่แถบชานเมืองซึ่งมีเนื้อที่เกือบห้าไร่เขาตัดสินใจย้ายครอบครัวกลับมาตั้งรกรากที่นี่และทำเรื่องย้ายงานจากบริษัทแม่ที่อเมริกามาประจำสาขาในไทยเพื่อมาอยู่ที่บ้านสวนหลังนี้กับครอบครัวโดยให้รัมภาเป็นแม่บ้านอยู่บ้านคอยดูแลลูกๆที่บ้านสวนแห่งนี้คนภายนอกมองว่าบรรยากาศน่ากลัวเพราะต้นไม้รกครึ้มไม่มีใครพักอาศัยอยู่เลย นอกจาก “ตาหล้า” “ยายคำ” และ “บุญสืบ”ลูกชายจอมทะเล้น ข้าเก่าของคุณทวดที่คอยดูแลทำความสะอาดบ้านศามนไม่รู้สึกกลัวที่นี่เหมือนคนอื่น เพราะเขาเคยวิ่งเล่นมาตั้งแต่เล็กๆแต่สำหรับรัมภาความรู้สึกแวบแรกตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาที่บ้านสวนแห่งนี้เธอรู้สึกว่าที่นี่ดูวังเวงและชวนขนลุกอย่างบอกไม่ถูกที่เพิ่มความน่ากลัวเข้าไปอีกคือ หลังจากที่คุณทวดเสียชีวิตลงศพของท่านยังคงบรรจุใส่โลงตั้งเอาไว้บนเรือนหลังใหญ่เพื่อรอการเผารัมภามองรูปหน้าศพรู้สึกว่าคุณทวดมีแววตาแข็งกร้าว ดุดันแต่เมื่อมองนานๆ เหมือนอุปทานว่าเห็นรอยยิ้มผุดขึ้นจากมุมปากของท่าน

เมื่อมาถึงที่นี่ในคืนแรกมีเหตุการณ์ลึกลับที่ทำให้รัมภาต้องอกสั่นขวัญหายเกิดขึ้นลูกแฝดของเธอหายตัวไปจากห้องนอนที่เรือนใหญ่อย่างไร้เงื่อนงำคนทั้งบ้านช่วยกันตามหาตัวเท่าไหร่ก็หาไม่เจอยายคำคนดูแลบ้านบอกศามนและรัมภาว่า เด็กๆ คงถูกผีลักซ่อนยายคำเลยให้ทั้งคู่ไปทำพิธีจุดธูปกำใหญ่หน้าโลงศพคุณทวดเพื่อให้ท่านช่วยดลใจให้เจอเด็กๆยายคำเชื่อว่าเด็กแฝดทั้งสองเป็นหลานแท้ๆ ของท่านท่านคงไม่น่ามาหยอกล้อแบบนี้ เมื่อปักธูปเสร็จทุกคนจึงได้ยินเสียงเด็กๆ และเจอตัวเด็กๆ เมื่อตอนใกล้เช้าในที่สุดไม่เพียงเท่านั้น รัมภามักหูแว่วได้ยินเสียงเพลงกล่อมเด็กอันเยือกเย็นในขณะที่ศามนกลับหูแว่วได้ยินเสียงท่องมนต์ดำขลังและศักดิ์สิทธิ์ของหญิงคนหนึ่งที่คุ้นหูทั้งสองต่างเก็บนิมิตเสียงอันแตกต่างเหล่านี้ไว้ไม่บอกกันและกันรัตตี้และไลล่าเล่าให้พ่อกับแม่ฟังว่า ทั้งสองคนออกไปหาขุมทรัพย์มาซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาถูกใครคนหนึ่งปลุกให้ตื่นขึ้นกลางดึกและสะกดให้เดินออกจากห้องนอนไปที่เรือนหลังเล็กท้ายสวนระหว่างทางได้พบกับลูกหมาสีดำตัวหนึ่ง เด็กๆเหมือนถูกสะกดให้เดินตามลูกหมาตัวนั้นไปมันนำทางให้ทั้งคู่เดินออกมาที่ศาลาท่าน้ำ ลูกหมาตัวนั้นค่อยๆตะกายลงไปในน้ำและจมหายไปต่อหน้าต่อตาทั้งสองคนในตอนนั้นเด็กแฝดได้ยินเสียงหญิงชราคนหนึ่งกระซิบข้างหูให้ลงไปในน้ำเพื่อช่วยลูกหมาแต่ที่ริมน้ำฝั่งตรงข้ามพวกเขากลับเห็นหญิงชราหน้าตาใจดีอีกคนโบกมือห้ามไม่ให้ลงไปเด็กๆ เล่าว่าในตอนนั้น พวกเขาได้ยินเสียงที่ผู้ใหญ่ตะโกนตามหาจึงไม่คิดลงน้ำตามลูกหมาตัวนั้นไปแต่ไม่รู้ทำไมพวกเขาถึงไม่สามารถขานตอบได้ตาหล้าและยายคำบอกศามนและรัมภาว่าคุณทวดคงคิดพาโหลนออกไปเที่ยวจึงดลใจให้ผู้ใหญ่มองไม่เห็นตัวเด็กๆหลังจากที่คุณทวดเสียชีวิตลงตาหล้าและยายคำเคยเห็นร่างคุณทวดมานั่งเล่นที่ชานบ้านบ่อยๆแต่ท่านมาดีเหมือนมาช่วยปกปักรักษาที่นี่

เมื่อทุกคนคุยเรื่องคุณทวดทีไรมักได้กลิ่นธูปหอมลอยมาเสมอหลังจากที่ศามนและรัมภาพบลูกแฝดแล้วรัมภาเหมือนหูแว่วได้ยินเสียงหญิงชราหัวเราะเย้ยหยันเรื่องที่ลูกๆของเธอหายตัวไปจนเกือบจะจมน้ำตายเธอรู้สึกกลัวมากแต่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟังศามนไปทำงานรับตำแหน่งผู้จัดการในบริษัทคอมพิวเตอร์ข้ามชาติ โดยมี“อนุกูล” เป็นรองผู้จัดการ มี “วรรณศิกา” เป็นเลขา และมี “พัชนี”พนักงานใหม่เข้ามาเป็นผู้ช่วยวรรณศิกา อนุกูลเป็นเพลย์บอยหนุ่มรูปงามท่าทางกรุ้มกริ่มกับสาวๆ จนถูกพัชนีเตือนให้รู้โทษของการผิดศีลห้านั่นทำให้อนุกูลรู้สึกขำขันกับพนักงานใหม่สาวสวยแต่ชอบทำตัวเป็นแม่ชีอย่างพัชนีจนต้องคอยยั่วโมโหและแกล้งพัชนีอยู่บ่อยๆวันนั้น อนุกูล วรรณศิกา และพัชนีติดตามศามนเข้ามาเยี่ยมรัมภาที่บ้านเพื่อช่วยเหลือในฐานะเพื่อนร่วมงานที่ดีพัชนีมีกล้องติดมือมาด้วยจึงถ่ายภาพบ้านของศามนตามมุมต่างๆ  ไว้เมื่อพัชนีกลับบ้านเอาให้ “ลุงช่วง” ดูลุงช่วงนั่งทางในพบว่าบ้านหลังใหญ่นั้นมีบ้านหลังเล็กแทรกตัวอยู่ห่างกันแค่คลองเล็กๆ คั่น ลุงช่วงรีบบอกให้พัชนีติดต่อศามนอย่าให้ใครไปเปิดบ้านหลังเล็ก มิฉะนั้นมนต์ดำของวิญญาณร้ายจะออกมาแต่ไม่ทันกาลเสียแล้ว ศามนออกไปสำรวจท้ายสวนตามทางที่เด็กๆ บอกจนไปเจอเรือนหลังเล็กสกปรกรกร้างริมน้ำและถูกล็อกกุญแจแน่นหนา ศามนงัดกุญแจที่มีผ้ายันต์ปิดอยู่ออก ศามนเข้าไปข้างใน เสียงมนต์ดำเสียงโซ่ที่ถูกลากไปตามพื้นและเสียงกรีดร้องอย่างทรมานดังไปทั่วจนศามนเป็นลมล้มลงก่อนจะตื่นขึ้นมากลายเป็นศามนคนใหม่ที่เฉยชาและขี้หงุดหงิด ศามนสงสัยว่าทำไมห้องที่เรือนหลังเล็กต้องมีลูกกรงแน่นหนาจนมารู้ทีหลังว่าที่นี่เป็นเรือนที่คุณทวดหวงมากไม่อยากให้ใครเข้าไปยุ่งศามนชอบบรรยากาศที่เรือนหลังเล็กมาก ขณะที่รัมภารู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่ที่นี่

ศามนไม่คิดนอนที่เรือนใหญ่ที่ตั้งศพคุณทวดอยู่ตั้งแต่แรกเขาจึงสั่งตาหล้าให้ซ่อมแซมและปรับปรุงเรือนหลังนี้เสียใหม่เพื่อทำเป็นที่พักแทนจากเรือนรกร้างเมื่อตกแต่งใหม่ก็กลายเป็นเรือนหลังเล็กสีขาวน่าอยู่รัมภาลงทุนทำสระว่ายน้ำเล็กๆ เพื่อให้เด็กๆ ว่ายน้ำเล่นกันเพราะไม่อยากให้เด็กๆ ลงไปเล่นน้ำที่บึงน้ำหลังบ้านเมื่อครอบครัวของศามนย้ายมาอยู่เรือนหลังเล็กรัมภาไม่เคยนอนหลับสนิทสักคืนเธอได้ยินแต่เสียงหัวเราะเย้ยหยันของหญิงคนหนึ่งแว่วเข้าหูตลอดคืนอีกทั้งมักฝันเห็นผู้หญิงนุ่งโจงกระเบนสีดำสวมเสื้อคอกว้างแขนกุดเสมอไหล่ ผมยาวระต้นคอรุ่มร่ามดูเหมือนผู้หญิงในฝันจะยิ้ม แต่รอยยิ้มแฝงไว้ด้วยความน่ากลัวความฝันซ้ำๆ ซากๆ ถึงหญิงชราคนนี้ทำให้เธอผวาตื่นยามดึกอยู่บ่อยๆเธอตัดสินใจบอกเรื่องนี้กับศามนและขอย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นแต่ศามนกลับคิดว่าเธอหูฝาดและคิดมากไปเองรัมภาจึงนำความฝันประหลาดนี้ไปเล่าให้ยายคำฟังเพราะเธอนึกว่าผู้หญิงที่ฝันเห็นเป็นคุณทวดยายคำกลับบอกว่าลักษณะแบบนั้นตามที่เธอเล่าให้ฟังไม่ใช่คุณทวดอย่างแน่นอนเพราะคุณทวดไม่เคยไว้ผมยาวรุ่มร่าม ท่านจะตัดผมทรงพุ่มๆและเกล้ามวยเท่านั้น กลายเป็นความสงสัยของรัมภาว่าคนที่เธอฝันเจอคือใครจริงๆ แล้วทั้งเรือนหลังใหญ่และหลังเล็กแห่งนี้ต่างมีความหลังแต่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปเพราะคนเก่าแก่ของที่นี่เสียชีวิตไปหมดแล้วคนที่พอจะรู้ข้อมูลของบ้านสวนแห่งนี้เห็นจะมีเพียง “ยายเพ็ญ”หญิงชราวัยเก้าสิบกว่าๆ เพื่อนบ้านที่หลงๆ ลืมๆ เลอะเลือนยายเพ็ญอาศัยอยู่ละแวกนี้มานานเคยเข้ามาที่เรือนหลังใหญ่เพื่อคอยรับใช้คุณทวดบ่อยๆยายเพ็ญมีหลานสาวเปรี้ยวจี๊ดแต่งตัวจัด หน้าตาคมขำชื่อ “เดือนแรม” หรือ“คุณนายเดือน” ตามที่คนละแวกนี้นิยมเรียก เธออายุมากกว่ารัมภา 2 ปีแต่มีนิสัยแตกต่างจากรัมภาโดยสิ้นเชิงคุณนายเดือนนับเป็นเศรษฐีนีในละแวกนี้เพราะเธอได้รับมรดกมากมายจากการขายตึกแถวหลังจากที่แม่ของเธอเสียชีวิตลงเดือนแรมเป็นหญิงหม้ายสามีทิ้งผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตเธอรักเงินมากกว่าตัวเธอคบกันได้ไม่นานก็ทิ้งเธอไปหมด

ปัจจุบันจึงมีแต่สาวใช้จอมกระแดะปัญญาน้อยนิดชื่อ “ทองดี” เป็นผู้ติดตามด้วยความเป็นคนอยากรู้อยากเห็นของเดือนแรมเมื่อมีเพื่อนบ้านมาอยู่ใหม่อย่างครอบครัวของศามนและรัมภาเธอก็อดไม่ได้ที่จะแวะมาเยี่ยมเยียนเพื่อทำความรู้จักและเล่าเรื่องราวต่างๆนานาตามที่เคยได้ยินมาจากยายเพ็ญเกี่ยวกับบ้านสวนแห่งนี้ให้รัมภาฟังแรกๆ รัมภาก็รู้สึกดีที่มีเพื่อนคุย แต่บ่อยๆ เข้าเธอก็เริ่มรำคาญเพราะเดือนแรมเป็นคนพูดมากและไม่มีกาลเทศะเดือนแรมเล่าให้รัมภาฟังว่าเคยได้ยินมาว่าในอดีตเรือนหลังเล็กแห่งนี้เคยมีคนบ้าถูกขังอยู่รัมภาจึงให้เดือนแรมพาไปหายายเพ็ญ เพราะอยากรู้ที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้เดือนแรมเข้ามาพัวพันกับครอบครัวนี้บ่อยๆ จนเริ่มคุ้นเคยวันหนึ่งรัมภาฝากให้เดือนแรมเฝ้าบ้านให้เดือนแรมเผลอนอนกลางวันและเคลิ้มเห็นผู้หญิงคนเดียวกับที่รัมภาเคยฝันเห็นคือหญิงสาวคมขำ ผมประบ่าเหน็บหูเรียบร้อย สวมเสื้อคอกลมแขนกุดนุ่งผ้าโจงสีสวยงาม ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้เดือนแรมและกระซิบข้างหูเธอซ้ำๆ ว่า “จำเอาไว้ ฉันจะช่วยแก”ในฝันจากภาพหญิงคมขำ ผมประบ่าที่เห็นตอนแรก ค่อยๆกลายเป็นผู้หญิงผมรุ่ยร่าย ผ้าโจงกลายเป็นสีดำ แววตาน่ากลัวเหมือนคนบ้าเธอจึงสะดุ้งตื่นเพราะนึกว่าโดนผีอำ และเล่าเรื่องนี้ให้รัมภาฟัง
รัมภาตกใจที่เดือนแรมฝันเห็นผู้หญิงคนเดียวกับที่เธอเคยฝันเธอเล่าเรื่องนี้ให้ศามนฟังอีกครั้งเขายังคงเชื่อว่าเธอคิดมากไปเองเหมือนเดิมเดือนแรมไปมาหาสู่ที่นี่บ่อยครั้ง จนวันหนึ่งศามนเลิกงานเร็วกว่าปกติเขาได้มาเจอเดือนแรมที่มาช่วยเฝ้าบ้านให้โดยบังเอิญครั้งแรกที่เดือนแรมเจอเขา เธอรู้สึกพึงพอใจในตัวศามนส่วนศามนไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับเดือนแรมแต่ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เดือนแรม เขามักได้ยินเสียงท่องมนต์ของใครคนหนึ่งและมักเห็นเงาหญิงสวย แววตายั่วยวนคนหนึ่งซ้อนอยู่ในตัวเดือนแรมคืนหนึ่งรัมภาเคลิ้มฝัน เห็นผู้หญิงคมขำผมประบ่าคนเดิมท่าทางเกรี้ยวกราดดุดันชะโงกหน้ามาหา และเอานิ้วจิ้มหน้าผากเธอสักพักเธอพบว่าตัวเองลอยละลิ่วไปยืนกลางสะพานหน้าบ้านและเห็นผู้หญิงอีกคนที่มีใบหน้าเศร้าและกลายเป็นรูปคุณทวดหน้าศพท่าทางเกรี้ยวกราดวิ่งตามทำท่าจะตะครุบตัวเธอ และร่างนั้นก็หายวับไปรัมภาสะดุ้งตื่นเล่าความฝันให้ศามนฟังเขาก็รับฟังแต่รู้สึกเอือมระอาและหนักใจที่รัมภามีอาการจิตหลอนมากขึ้นทุกวันศามนสังเกตว่าตั้งแต่ครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ที่นี่รัมภามีอาการผิดไปจากครั้งที่อยู่ด้วยกันที่เมืองนอกเธอมักหวาดผวากับบางสิ่งบางอย่าง แม้แต่เมื่อเขาไปยืนใกล้ๆ

เธอยังตกใจสะดุ้งจนตัวลอย ศามนอยากพาเธอหลบพ้นจากบรรยากาศที่บ้านสวนจึงให้วรรณศิกาช่วยเป็นธุระพารัมภาพาลูกๆ ไปพักผ่อนจิตใจที่หัวหินเพื่อให้เธอสบายใจขึ้น ส่วนตัวเขาเองติดงานไม่สามารถไปกับครอบครัวได้รัมภาเล่าความฝันให้วรรณศิกาฟัง วรรณศิกาเชื่อตามที่รัมภาเล่าและพาเธอไปรู้จักกับลุงช่วง ลุงของพัชนีที่เป็นคนธรรมะธรรมโมนั่งสมาธิมานานสามารถนั่งทางในเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปไม่อาจเห็นได้ลุงช่วงบอกความจริงที่น่ากลัวกับรัมภาว่าบ้านสวนของเธอทั้งเรือนใหญ่และเรือนเล็กต่างมีวิญญาณเป็นหญิงแก่สองคนสิงสถิตอยู่ที่เรือนหลังใหญ่วิญญาณดีวนเวียนอยู่ไม่ยอมไปเกิดใหม่เพราะเป็นห่วงลูกหลานแต่ที่เรือนหลังเล็กมีวิญญาณร้ายวนเวียนอยู่เพราะต้องการจองเวรรัมภาวิญญาณร้ายเป็นโอปปาติกะที่มีความพยาบาทอาฆาตแรงมากจนเป็นบ่วงร้อยรัดเธอไว้ไม่ยอมไปผุดไปเกิดแต่ลุงช่วงไม่สามารถติดต่อกับวิญญาณร้ายได้จึงไม่รู้ว่าเธอต้องการจองเวรรัมภาเรื่องอะไรลุงช่วงบอกว่าพลังของวิญญาณร้ายไม่ยอมรับบุญกุศลหรือคำแผ่เมตตาที่รัมภาส่งไปให้เธอไม่ยอมอโหสิกรรมและไม่ยอมพ้นจากบ่วงกรรมที่เคยแค้นไว้แต่ชาติปางก่อนลุงช่วงแนะนำให้รัมภาหมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทั้งแก่วิญญาณทั้งสองบ้านเพื่อให้เลิกจองเวรจองกรรมต่อกัน เพราะกรรมของใครก็ของคนนั้นคนอื่นช่วยไม่ได้นอกจากต้องพยายามหาทางช่วยตัวเองรัมภาจึงนิมนต์เจ้าอาวาสวัดใกล้บ้านมาทำพิธีบังสุกุลที่เรือนหลังใหญ่แต่ก็ไม่เป็นผล เธอยังคงฝันร้าย และพบกับสิ่งลี้ลับแปลกๆที่บ้านสวนแห่งนี้ตลอดหลังๆ เดือนแรมเริ่มเข้ามาตีสนิทและพยายามให้ท่าศามนอยู่บ่อยๆในขณะเดียวกันรัมภาเริ่มมีอาการหวาดผวาหนัก ไม่สามารถหลับนอนกับศามนและเริ่มติดยากล่อมประสาท ศามนยิ่งเครียดและเริ่มหวั่นไหวต่อเดือนแรมอนุกูลรู้สึกสงสารรัมภา เขาพาตัวเองเข้ามาแทนที่ศามนเป็นเพื่อนสนิทรัมภา และทำตัวทดแทนพ่อให้เด็กแฝด โดยแอบหวังว่าจะทำให้ศามนหึงและกลับมาเป็นครอบครัว แต่ผลออกมาตรงกันข้ามศามนยิ่งรังเกียจรัมภาจนถึงขั้นทะเลาะกันและยังทำให้ความสัมพันธ์ของอนุกูลเองและพัชนีที่เพิ่งเริ่มต้น ง่อนแง่นระส่ำระสายในที่สุดศามนอดใจไม่ไหวแอบมีอะไรกับเดือนแรม เมื่อวันที่รัมภาและลูกๆ
อยู่หัวหินกับวรรณศิกาเดือนแรมร้อนแรงและมีเสน่ห์ดึงดูดให้เขาสามารถลืมเมียและลูกได้ทุกครั้งที่เขามีอะไรกับเธอ เขาจะรู้สึกว่าทั้งตัวเขาและเธอไม่ใช่ตัวเองแต่กลายเป็นคนอื่น โดยเฉพาะเมื่อเขาอยู่ใกล้เดือนแรมเขามักได้กลิ่นแป้งร่ำน้ำอบไทยจากตัวของเธอเสมอเมื่ออยู่กันสองต่อสองที่เรือนเล็ก

ศามนมักได้ยินเสียงกระซิบแว่วข้างหูเรียกเขาว่า “คุณพระ”เสียงนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนมีใครอีกคนแทรกอยู่ในตัวเองและเมื่อเขาแวบนึกถึงลูกเมียความรู้สึกนั้นจะเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังลูกเมียในทันทีเขารู้สึกเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์ของอำนาจอย่างใดอย่างหนึ่งแต่ถ้าศามนกลับไปที่เรือนใหญ่หรืออยู่ต่อหน้ารูปคุณทวดเขาจะรู้สึกประหลาดเหมือนกับตัวเองจะแยกเป็นสองร่าง อึดอัดจนอยากเป็นลมแต่สำหรับเดือนแรม ทุกครั้งที่ได้มานอนที่เรือนหลังเล็กเธอมักรู้สึกเคลิ้มเห็นผู้หญิงกระโจงหม่นคนเดิมมายืนข้างเตียงเสมอพร้อมเสียงแว่วว่าให้เธออยู่ที่นี่เพื่อช่วยแก้แค้นเหมือนเดิมวรรณศิกา อนุกูล และพัชนีเข้ามาช่วยรัมภาโดยวางแผนให้ศามนดื่มน้ำมนต์ที่ลุงช่วงนำมาให้ ศามนเป็นลมทันทีและกลับมาเป็นศามนคนเดิม มีท่าทีเมินเฉยกับเดือนแรมคืนนั้นครอบครัวศามนได้ยินเสียงกรีดร้องดังต่อเนื่องเหมือนสัตว์ถูกทำร้าย ดังทั่วเรือนเล็กวิญญาณร้ายไม่หยุดเพียงแค่นั้นเสียงกระซิบยามค่ำคืนขณะฝันพาเดือนแรมไปพบกับหมอผีคนหนึ่ง ชื่อ“อาจารย์ชู” อาจารย์ชูจัดการทำเสน่ห์ให้ศามนและเดือนแรมกลับมารักกันอีกครั้งคราวนี้ศามนดูกราดเกรี้ยวถึงกับดุและรำคาญลูกแฝดของตนอนุกูลจึงพาเด็กแฝดไปอยู่บ้านวรรณศิกา ไลล่าทำใจไม่ได้ด้วยความคิดถึงพ่อจึงชวนรัสตี้หนีออกจากบ้านวรรณศิกาในที่สุดเด็กแฝดหลงทาง หายไปนอนเร่ร่อนอยู่ริมถนนโชคดีที่พัชนีและอนุกูลไปพบก่อนจะได้รับอันตรายลุงช่วงเห็นว่าไม่ได้การจึงมาที่บ้านสวนเพื่อค้นหาคุณไสยที่แอบซ่อนอยู่แต่เมื่อลุงช่วงเข้าไปในเรือนเล็กก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันลุงช่วงเกิดลื่นหกล้มเหมือนมีใครผลักลุงช่วงขาหักต้องไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่สามารถมาช่วยรัมภาได้อีกความหลงในมนต์ดำของเดือนแรมมีแต่ฉุดให้ศามนเปลี่ยนเป็นคนละคนและทำตัวตกต่ำลงเขาถึงกับขอเลิกกับรัมภา และทิ้งลูกๆ ไปเพราะแรงยุของเดือนแรมเขามัวแต่ขลุกอยู่กับเดือนแรมจนไม่สนใจการงาน และโดนไล่ออกในที่สุดเพียงแค่ไม่กี่เดือนที่ศามนได้รู้จักกับเดือนแรมเขาได้ตกลงไปในห้วงเหวของราคะที่กลายเป็นบ่วงคล้องเขาเอาไว้มโนธรรมและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขาถูกฝังให้จมหายไปและถูกกลบเอาไว้อย่างแน่นหนาด้วยกิเลสราคะที่เดือนแรมก่อขึ้นเมื่อรัมภารู้ความจริงว่าศามนแอบคบกับเดือนแรมเธอเสียใจมากถึงกับขนของย้ายออกมาจากเรือนหลังเล็กและพาลูกแฝดไปฝากวรรณศิกาเลี้ยง

ในขณะที่เดือนแรมขนของเข้าไปอยู่ที่เรือนหลังเล็กแทนที่เรียบร้อยรัมภาเสียใจและเครียดมาก อนุกูลดูแลรัมภาและเด็กทั้งสองความผูกพันใกล้ชิดทำให้อนุกูลเริ่มอ่อนไหวกับรัมภาด้วยใจจริงไม่ใช่แกล้งทำให้พัชนีเสียใจมากคิดตัดใจจากอนุกูลเมื่อนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลรัมภาเคยฝันว่าตัวเองมาอยู่ที่เรือนหลังใหญ่เธอได้ยินเสียงและสัมผัสพลังเร้นลับที่บอกเธอว่า “อย่ายอมแพ้ให้สู้กับมันให้ได้” แต่บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกอำนาจลึกลับบางอย่างคุกคามอยู่ตลอดเวลา ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวฝันร้าย บางทีเธอไม่ยอมนอนหลับเพราะกลัวความฝันจนหมอต้องให้กินยากล่อมประสาทให้เธอได้นอนหลับเพื่อลืมทุกอย่างเมื่อเธอมารักษาตัวที่โรงพยาบาล ศามนมัวแต่กกกอดเดือนแรมไม่เคยสนใจมาเยี่ยมเธอสักครั้ง
วรรณศิกาปรึกษากับลุงช่วงว่า จะพารัมภาไปนั่งสมาธิกับ “แม่ชีนวล”ที่วัดประจำตระกูล เพื่อให้เธอฝึกนั่งสมาธิเพื่อมองเห็นกรรมในอดีตรัมภาได้รับคำแนะนำจากแม่ชีนวลว่า ให้หมั่นตั้งสมาธิ สร้างบุญกุศลแผ่เมตตา แล้วจะพบเห็นหญิงชรา 2 คนที่ฝันเห็นเพื่อจะได้รู้ความต้องการของหญิงชราทั้งสองเธอปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อเอาชนะตัวเองและปฏิบัติธรรมอย่างรู้แจ้งตามจนได้รู้ความจริงในอดีตว่า……..ด้วยบ่วงกรรมที่เคยผูกพันกันมาแต่ชาติก่อน รัมภาเคยเกิดเป็น“คุณชื่นกลิ่น” ลูกสาวของ “คุณหญิงอบเชย”ซึ่งเป็นคุณทวดเจ้าของบ้านสวนแห่งนี้ ส่วนศามนสามีของเธอเคยเกิดเป็น“คุณพระภักดีบทมาลย์” คุณพระภักดีบทมาลย์และคุณชื่นกลิ่นรักใคร่ชอบพอกันจนผู้ใหญ่จัดพิธีแต่งงานให้ และอยู่กินกันมาอย่างมีความสุขจนมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ “ชิดศรี” ซึ่งก็คือยายของศามนในชาติปัจจุบันคุณชื่นกลิ่นเป็นลูกคนมียศถาบรรดาศักดิ์ จึงมีต้นห้องคอยดูแลรับใช้ชื่อ“นางแพง” แพงอายุไล่เลี่ยกันกับคุณชื่นกลิ่น แต่มีนิสัยทะเยอทะยานเธอคอยอิจฉาคุณชื่นกลิ่นที่ได้ดีกว่าตัวเองในทุกเรื่องแพงแอบหลงรักคุณพระภักดีบทมาลย์ตั้งแต่ตอนที่คุณพระมาดูตัวคุณชื่นกลิ่นในครั้งแรก “นางพึ่ง”แม่ของแพงพยายามทัดทาน แพงก็ไม่ฟัง แพงพยายามขอความช่วยเหลือจาก“นายกล้า” คนสนิทผู้ติดตามคุณพระ นายกล้าเป็นคนจิตใจดีรักแพงด้วยความจริงใจ นายกล้าไม่ยอมช่วยแพงและยังพยายามใช้ความรักของตนเอาชนะความทะเยอทะยานของแพงในที่สุดนายกล้าเอ่ยปากขอแพงจากคุณหญิง แต่แพงกลับปฏิเสธเพราะหวังว่าตนจะได้เป็นเมียคุณพระ ไม่ใช่เมียคนรับใช้อย่างนายกล้าแพงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้คุณพระสนใจ แต่คุณพระกลับไม่เล่นด้วยจนในวันที่คุณชื่นกลิ่นต้องไปนอนคลอดลูกที่โรงพยาบาลคุณพระไปราชการเมากลับมา แพงจึงได้โอกาสจับคุณพระและยอมเป็นของคุณพระในคืนนั้นเมื่อคุณชื่นกลิ่นคลอดลูกเสร็จก็กลับมาอยู่ที่เรือนใหญ่คุณพระกลับไม่สนใจแพงเหมือนเดิมเพราะในใจยังรักภักดีต่อคุณชื่นกลิ่นเพียงคนเดียวแพงต้องกลายเป็นภรรยาลับๆของคุณพระที่ไม่ได้เอาออกหน้าออกตาเหมือนคุณชื่นกลิ่นเมียแต่งแพงแค้นใจคุณชื่นกลิ่นมาก

ตอนหลังแพงตั้งท้องและอยากให้คุณพระสนใจเธอคนเดียวเธอจึงไปหาหมอผีทำคุณไสยใส่คุณพระ ทำให้คุณพระหลงเธอหัวปักหัวปำจนไม่สนใจคุณชื่นกลิ่นและลูก คุณชื่นกลิ่นต้องตรอมใจทนเลี้ยงลูกตามลำพังท่ามกลางความสงสารของคุณหญิงอบเชยผู้เป็นแม่เรื่องที่แพงทำเสน่ห์รู้ถึงหูคุณหญิงอบเชย คุณหญิงต้องพาคุณพระไปหา“ท่านเจ้าคุณ” พระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์เพื่อช่วยแก้คุณไสยที่คุณพระโดนกระทำมาหลวงพ่อเอาน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์มาให้คุณพระอาบและกินเมื่อน้ำมนต์จากผู้ทรงศีลที่ถ่ายทอดความบริสุทธิ์ลงไปบวกกับพระพุทธคาถาในพระสูตรก่อให้เกิดพลังอำนาจที่ช่วยขจัดมนต์ดำและความชั่วร้ายต่างๆออกจากตัวคุณพระการแก้มนต์ดำในตัวคุณพระทำให้ร่างกายของคุณพระปั่นป่วนจนล้มป่วยและค่อยๆ ทรุดลง จนเมื่อวันที่คุณพระป่วยหนักเจียนตายวาระสุดท้ายก่อนตายคุณพระมีสติคิดได้ ขอให้คุณชื่นกลิ่นอโหสิกรรมให้และสาบานว่าขอเกิดเป็นคู่กับคุณชื่นกลิ่นไปทุกๆ ชาติเมื่อคุณพระเสียชีวิตลงของทำเสน่ห์ที่แพงไปทำมานั้นกลับวกกลับเข้าตัวเธอทำให้เธอกลายเป็นคนเสียสติ คุณหญิงอบเชยโกรธแค้นแทนลูกสาวจึงสั่งคนใช้ให้สร้างเรือนหลังเล็กขึ้นมาเพื่อขังแพงที่กลายเป็นคนบ้าไว้ไม่ให้ออกมาสู่โลกภายนอกคุณหญิงทรมานแพงโดยการเฆี่ยนตีให้หลาบจำจนแพงถึงแก่ความตายก่อนตายแพงอาฆาตกับทุกๆ คนว่าจะไม่ขอไปผุดไปเกิด จะอยู่ที่นี่และคอยจองเวรคุณชื่นกลิ่นให้พรากจากคนรักไปทุกๆ ชาติในชาติปัจจุบันแพงจึงกลายเป็นวิญญาณร้ายที่คอยทำร้ายและอาฆาตจองเวรรัมภาเรื่อยมาวิญญาณของแพงที่อยู่ในเรือนหลังเล็กยังคงวนเวียนอยู่กับความแค้นเพราะเธอตายร้ายหรือตายในขณะที่มีความอาฆาตพยาบาทมากอุปทานแห่งความอาฆาตพยาบาททำให้เกิดพลังที่แข็งกล้าพลังชั่วร้ายของแพงยังคงไม่ไปไหน และวนเวียนอยู่ในที่ๆ เธอเสียชีวิตพลังนั้นพร้อมที่จะส่งเสริมความชั่วและต่อต้านความดีแพงจึงใช้ร่างเดือนแรมเป็นสื่อเข้าถึงตัวศามนเพราะรู้ว่าเขาคือคุณพระกลับชาติมาเกิดเมื่อใดที่เดือนแรมมาอยู่ที่เรือนหลังเล็กเธอจึงทำความเลวได้ขึ้นเพราะพลังร้ายช่วยส่งเสริมไม่ว่าเดือนแรมจะพูดหรือทำอะไรศามนก็เชื่อไปหมดเพราะมีความร้ายกาจของวิญญาณแพงสนับสนุนอยู่

แพงครอบคลุมเดือนแรมให้ใช้เนื้อหนังมังสายั่วยวนให้ศามนหลงใหลและช่วยให้เดือนแรมใช้ความชั่วร้ายครอบงำศามนไว้ไม่ให้สนใจรัมภาตามความต้องการของตนส่วนคุณหญิงอบเชย หรือคุณทวดของศามน เมื่อเธอเสียชีวิตลงคุณทวดรู้ว่ารัมภาคือลูกของตนในภพอดีตวิญญาณคุณทวดจึงคอยช่วยรัมภาให้รอดพ้นจากวิญญาณแพงคุณทวดไม่ยอมไปเกิดใหม่เพราะห่วงรัมภาวิญญาณของคนแก่สองคนในบ้านสวนแห่งนี้ ถึงแม้ว่าร่างกายจะสลายไปแล้วแต่ยังมีอุปาทานว่าตนยังไม่ตายจิตจึงเกิดเป็นโอปปาติกะวนเวียนอยู่ในภพปัจจุบันที่มีทั้งความอาฆาตและความห่วงเป็นบ่วงร้อยรัดทุกคนเข้ามาเกี่ยวข้องในที่สุดรัมภานั่งสมาธิจนรู้ความจริงทั้งหมดเธอใช้จิตติดต่อกับคุณทวดให้เลิกจองเวรแพง และอย่าให้ท่านห่วงทางนี้อีกเพื่อจะได้ไม่เป็นบ่วงร้อยรัดท่านต่อไป รัมภายอมรับในวิบากกรรมของตัวเองเพราะกรรมของแต่ละคนมีที่มาเหมือนลูกโซ่ร้อยเป็นห่วงติดต่อกันไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าไม่ตัดมันมันจะกลายเป็นห่วงยืดยาวต่อไปไม่รู้จบคุณทวดจึงยอมให้รัมภาทำพิธีเผาท่านเพื่อไปเกิดในภพใหม่รัมภาหมั่นสร้างกุศลมากขึ้น และแผ่ส่วนกุศลไปสู่วิญญาณของแพงด้วยเมื่อวิญญาณของแพงได้รับบุญกุศลที่รัมภาส่งไปอย่างต่อเนื่องที่สำคัญที่สุดคือเธอได้รับกาอโหสิกรรมจากคุณทวดและรัมภาเธอจึงเลิกอาฆาตจองเวรและยอมไปเกิดใหม่ในที่สุดความดีที่รัมภาสั่งสมจากการปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิเธอขอผลบุญทั้งหมดปลดปล่อยศามนให้เป็นอิสระจากบ่วงแห่งความหลงและให้สติสัมปชัญญะของเขากลับคืนมาความดีของเธอยังกลายเป็นเกราะป้องกันให้ความเลวร้ายทั้งหมดสะท้อนกลับผู้ก่อกรรมกุศลกรรมของรัมภาช่วยสร้างเกราะแก้วคุ้มครองศามนทำให้เขาไม่ต้องพบจุดจบอย่างคุณพระในอดีต

เมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลายศามนเริ่มมีอาการเหมือนมีใครคนหนึ่งเตือนให้เขานึกถึงภรรยาและลูกเมื่อความชั่วร้ายไม่สามารถเข้าถึงตัวศามนมันจึงสะท้อนกลับมาที่คนทำชั่วอย่างเดือนแรมเดือนแรมรู้สึกว่าพลังพิเศษที่เคยช่วยให้เธอมีอำนาจเหนือจิตใจศามนขณะนี้มันเริ่มเสื่อมลงเธอเริ่มหวาดระแวงว่าจะสูญเสียศามนไปส่วนศามนเริ่มเฉื่อยชาต่อเธอ ในใจของศามนเหมือนมีอำนาจสองอย่างต่อสู้กันทำให้เขารู้สึกสับสนและว้าวุ่น เมื่อเดือนแรมรู้ว่าศามนเปลี่ยนไปเธอรับไม่ได้จนเกิดอาการประสาทหลอนจนเสียสติเหมือนกับที่รัมภาเคยเป็นเมื่อสมัยอยู่ที่เรือนหลังเล็กและโดนศามนทิ้งศามนรู้สึกอับอายผู้คนที่เดือนแรมมีอาการแบบนี้เขาจึงส่งตัวเดือนแรมให้ไปอยู่ที่โรงพยาบาลโรคจิตอนุกูลเห็นโทษของตัณหาราคะจากเรื่องของศามนอนุกูลยินดีที่รัมภาผู้น่าสงสารกลับมามีครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนเดิมเขาตัดใจจากรัมภาและรู้ใจตนเองว่ารักพัชนีเขาหยุดชีวิตเพลย์บอยที่ติดอยู่ในตัณหาราคะเพื่อแต่งงานและเริ่มต้นครอบครัวที่สมบูรณ์กับพัชนีที่เรือนหลังใหญ่ หลังจากเรื่องร้ายๆ ผ่านไป ศามนสำนึกผิดเขากลับขึ้นไปไหว้ศพคุณทวดอีกครั้งเพื่อขอให้คุณทวดช่วยให้เขากลับมาเป็นคนเดิม และดลใจให้รัมภาและลูกๆอภัยให้เขาด้วย หลังจากเผาศพคุณทวดเสร็จสิ้นศามนตัดสินใจไปบวชเพื่อชำระจิตใจให้สะอาดเขายอมตัดขาดจากทางโลกเพื่อให้ทุกคนอโหสิกรรมให้และหมั่นสร้างกุศลแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรในอดีตเพื่อให้เรื่องต่างๆ คลี่คลายในทางที่ดี รัมภาพาลูกๆ ไปใส่บาตรทุกวันเธอพร้อมให้อภัย และรอคอยวันที่ศามนในชุดผ้าเหลืองจะสึกออกมาเพื่อใช้ชีวิตเป็นครอบครัวที่อบอุ่นที่บ้านสวนแห่งนี้เหมือนเดิม

จบแล้วนะค่ะสำหรับเรื่องย่อละครบ่วง ติดตามบนจอแก้วกันไดัเลย

คาแรคเตอร์ตัวละคร ขุนเดช

เม.ย. 3, 2012


คาแรคเตอร์ตัวละคร ขุนเดช



วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รับบทแสดงเป็น ขุนเดช อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล รับบทแสดงเป็น บัวทอง ในละคร ขุนเดชวีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รับบทแสดงเป็น ขุนเดช ชายอายุประมาณ 30 ปี หัวหน้าคนงานขุดแต่งโบราณสถาน เป็นคนขรึมแต่อารมณ์ดี และรักความถูกต้อง สมัยเด็กๆเห็นพ่อถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาโดยการฟันคอ จากพวกโจร ลักลอบขุดกรุพระ จึงสะสมความแค้น เมื่อโตขึ้นมาจึงเกลียดพวกโจรลักลอบขโมยวัตถุโบราณหากผู้ใดกระทำความผิดก็จะตั้งศาลเตี้ยแล้วฆ่าพวกโจร ด้วยไม้ตะพดของพ่อที่ดัดแปลงเป็นดาบจนถูกขนานนามว่า วีรบุรุษบาป

อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล รับบทแสดงเป็น บัวทอง หญิงสาวอายุ 19 ปี เป็นหญิงสาวร่าเริง อัธยาศัยดี ขยันขันแข็ง เป็นลูกสาวของคำปันที่เลี้ยงดูขุนเดชสมัยเด็กๆ บัวทองแอบหลงรักขุนเดช และคอยช่วยเหลือขุนเดชอยู่ตลอด อยู่ในบ้านเกาะน้อย อำเภอศรีสัชนาลัย


ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบทแสดงเป็น ร.ต.ท.ยงยุทธ อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบทแสดงเป็น อาจารย์ดารา ในละคร ขุนเดชศุกลวัฒน์ คณารศ รับบทแสดงเป็น ร.ต.ท.ยงยุทธ (หมวดยงยุทธ) อายุประมาณ 30 ปี เป็นนายตำรวจตงฉิน และเป็นเพื่อนกับขุนเดช เมื่อสมัยที่ขุนเดชมาอาศัยอยู่ที่วัดในกรุงเทพฯ ถึงจะเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน แต่ก็สงสัยในพฤติกรรมของขุนเดช ว่าเป็นคนที่ฆ่าพวกโจรที่แอบมาขโมยพระจึงเฝ้าคอยจับตาดูขุนเดช และคิดว่าขุนเดชเป็นวีรบุรษบาปเพราะตั้งศาลเตี้ยขึ้นมาเอง หมวดยงยุทธย้ายมาประจำการที่ศรีสัชฯเพราะอยากอยู่ใกล้ชิดอาจารย์ดาราที่หลงรักตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน

อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบทแสดงเป็น อาจารย์ดารา หญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี เป็นอาจารย์สอนเกี่ยวกับโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร สุภาพเรียบร้อย ฉลาดและมีน้ำอดน้ำทน พานักศึกษามาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องโบราณสถาน เคยเป็นเพื่อนกับขุนเดชและหมวดยงยุทธ สมัยก่อนแอบชอบขุนเดช แต่รู้ว่าขุนเดชไม่มีใจให้เลยยอมเปิดใจคบหากับหมวดยงยุทธ

วินัย ไกรบุตร รับบทแสดงเป็น นายเดื่อง แก่นหลวง รชยา รักษ์กสิกรณ์ รับบทแสดงเป็น คำปัน (แม่บัวทอง) ในละคร ขุนเดชวินัย ไกรบุตร รับบทแสดงเป็น นายเดื่อง แก่นหลวง (พ่อขุนเดช) ผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี พ่อของขุนเดช รักและหวงแหนสมบัติของแผ่นดิน ทำงานเป็นหัวหน้าคนงานขุดแต่งโบราณสถาน มีอาวุธเป็นไม้ตะพด แต่ต้องมาจบชีวิตเพราะพวกโจรขโมยพระ เพราะไปนอนเฝ้าองค์พระโจรบุกเข้ามาแล้วใช้มีดฟันคอฆ่าตายต่อหน้าขุนเดช

รชยา รักษ์กสิกรณ์ รับบทแสดงเป็น คำปัน (แม่บัวทอง) ผู้หญิงอายุประมาณ 45 ปี แม่ของบัวทอง สมัยสาวๆชอบนายเดื่อง จึงช่วยเลี้ยงดูขุนเดชตอนเด็กในเวลาที่นายเดื่องออกไปทำงาน ขุนเดชจึงเคารพเหมือนน้า แต่พอนายเดื่องเสียชีวิต ขุนเดชหายสาปสูญ คำปันจึงย้ายจากศรีสัชฯ เพราะกลัวอิทธิพลโจร แล้วแต่งงานมีครอบครัวและมีลูกเป็นบัวทอง แต่ปัจจุบันสามีตายจึงเป็นแม่หม้ายใช้ชีวิตอยู่กับบัวทอง


สุรวุฑ ไหมกัน รับบทแสดงเป็น กำนันบุญ สุโขทัย อุษณีย์ วัฒฐานะ รับบทแสดงเป็น คำผกา ในละคร ขุนเดชสุรวุฑ ไหมกัน รับบทแสดงเป็น กำนันบุญ สุโขทัย ผู้ชายอายุประมาณ 60-65 ปี เป็นคนขี้โกงและทุจริต ชอบลักลอบซื้อขายวัตถุโบราณ ให้พวกพ่อค้า พวกต่างชาติ จ้างวานให้คนอื่นขุดและขโมยมาให้ตามใบสั่งและเป็นผู้สั่งฆ่าพ่อของขุนเดช เมื่อ 20 ปีก่อน พอขุนเดชโตขึ้นมาก็พยายามกำจัดขุนเดช เพราะขุนเดชชอบมาขัดขวางการลักลอบขโมยวัตถุโบราณ

อุษณีย์ วัฒฐานะ รับบทแสดงเป็น คำผกา หญิงสาวอายุประมาณ 24 เป็นนักร้องในบาร์แต่ไม่ได้ขายเสียงอย่างเดียว ยังขายตัว อีกด้วย ชอบสะสมเงินทอง บ้าสมบัติ ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน และใช้เสน่ห์ความสวยของ ตัวเองเป็นเหยื่อล่อผู้ชายให้ลุ่มหลง เป็นคู่ขาของประดับก่อนจะยอมเป็นเมียอีกคนของ กำนันบุญ เพราะอยากได้สมบัติของกำนัน



ตฤณ เศรษฐโชค รับบทแสดงเป็น อาหมอน้อย น้ำทิพย์ เสียมทอง รับบทแสดงเป็น มะลิ ในละคร ขุนเดชตฤณ เศรษฐโชค รับบทแสดงเป็น อาหมอน้อย ผู้ชายอายุประมาณ 60 ปี เป็นผู้มีจิตใจดี ทำคุณความดีโดยการบริจาคที่ดินให้กับทางการเพื่อทำการขุดและรักษาวัตถุโบราณในที่ดินของตนเอง เป็นผู้รู้จักขุนเดชดีและรู้ว่าขุนเดชกำลังทำอะไรอยู่ รู้ว่าการกระทำของขุนเดชเจตนาดีและคอยสนับสนุนขุนเดช

น้ำทิพย์ เสียมทอง รับบทแสดงเป็น มะลิ ผู้หญิงอายุประมาณ 33 ปี เมียของหมอน้อย มีลูกให้หมอน้อย 1 คน รักและเทิดทูน หมอน้อย เป็นคนจิตใจดี คอยเตือนหมอน้อยให้ระวังพวกมีอิทธิพลอย่างกำนันบุญ ที่จะมาปล้นวัตถุโบราณในที่ดิน






เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์ รับบทแสดงเป็น ท่านรัฐมนตรีปราชญ์ ภารดี อยู่ผาสุข รับบทแสดงเป็น คุณหญิง ขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์ รับบทแสดงเป็น ปารมี ในละคร ขุนเดช


เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์ รับบทแสดงเป็น ท่านรัฐมนตรีปราชญ์ ผู้ชายอายุประมาณ 55 ปี บุคลิกน่าเกรงขาม บ้าอำนาจ เป็นผู้สั่งการ อยู่เบื้องหลังบงการกำนันบุญให้ขโมยวัตถุโบราณเพื่อไปให้พวกต่างชาติ และพวกผู้มีอิทธิพล

ภารดี อยู่ผาสุข รับบทแสดงเป็น คุณหญิง ผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี ภรรยาของท่านรัฐมนตรี ชอบทำตัวเป็นใหญ่เหนือสามี บ้าวัตถุนิยม ใช้ทุกวิธีเพื่อให้สามีได้เลื่อนตำแหน่งและมีหน้ามีตาในสังคม

ขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์ รับบทแสดงเป็น ปารมี ผู้หญิงอายุประมาณ 16 ปี ลูกสาวของท่านรัฐมนตรี ที่เพิ่งจะมีลูกตอนมีอายุมาก ทั้งคุณหญิงและท่านรัฐมนตรีจึงทั้งรักและหวง และตามใจจนเสียคนกลายเป็นเด็กสาวเอาแต่ใจตัวเอง อยากรู้อยากเห็น ชอบแต่งตัววับๆแวมๆ และเค้าสังคม ชอบดูถูกผู้อื่น ทำตัวไม่มี ประโยชน์ ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยไปวันๆ จนกลายเป็นเป้าให้ประดับหลอกเพื่อใช้เป็นทาง สู่ตำแหน่งเขยรัฐมนตรี

ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบทแสดงเป็น ประดับ ในละคร ขุนเดชณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบทแสดงเป็น ประดับ ผู้ชายอายุประมาณ 30 ปี เป็นพวกตีสองหน้า กะล่อนและเจ้าเล่ห์ ตอนเป็นวัยรุ่นเคยมีเรื่องกับขุนเดชเพราะตัวเองเป็นลูกนายพลจึงกร่างเล่นงานขุนเดช แถมยังหาเรื่องเล่นงานพ่อดารา แต่พอเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐบาลทหาร เลยต้องหนีไปอยู่เมืองนอก เมื่อพ่อตายก็ได้กลับมาทำงานเป็นเลขาฯของท่านรัฐมนตรีปราชญ์ ทำงานรับใช้ท่านรัฐมนตรีและครอบครัว คอยรับคำสั่งจากท่านรัฐมนตรีและไปสั่งต่อกำนันบุญอีกที แต่ประดับก็มักใหญ่ใฝ่สูง วางแผนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา อยากเป็นเขยรัฐมนตรีเพื่อปูทางสู่อำนาจ



พิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบทแสดงเป็น สัมฤทธิ์ ในละคร ขุนเดชพิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบทแสดงเป็น สัมฤทธิ์ (ลูกชายของกำนันบุญ) ผู้ชายอายุประมาณ 30 ปี มีนิสัยเหมือนพ่อ ขึ้โกงและชอบเก็บสะสมของวัตถุโบราณ โดยเฉพาะพระเครื่องและพระที่อยู่ในกรุ แอบชอบบัวทอง จึงพยายามจะฉุดแต่ถูกตำรวจไล่จับ จึงหนีไปอยู่กับเสือเพิกและประพฤติตัวแบบเสือเพิกปล้นฆ่าชาวบ้าน จนเป็นที่ต้องการตัวของทางการ






วีระชัย หัตถโกวิท รับบทแสดงเป็น จ่าแท่น ในละคร ขุนเดชวีระชัย หัตถโกวิท รับบทแสดงเป็น จ่าแท่น ผู้ชายอายุประมาณ 45 ปี เป็นลุงของบัวทอง และเคยเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อขุนเดช จึงรักและเอ็นดูขุนเดชเหมือนลูก เป็นตำรวจที่คอยช่วยเหลือขุนเดช และพยายามให้หมวดยงยุทธมองขุนเดชในแง่ดี







ปริษา ทนาวิวัฒน์ รับบทแสดงเป็น รำพัน ในละคร ขุนเดชปริษา ทนาวิวัฒน์ รับบทแสดงเป็น รำพัน ผู้หญิงอายุประมาณ 35 ปี เป็นเมียคนล่าสุดของกำนันบุญ เป็นคนเก็บกด ต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่กับกำนันบุญ เพราะไม่ชอบในพฤติกรรมของกำนันบุญที่ประพฤติชั่ว ชอบกดขี่ข่มเหงตนเองและลูกสาวปัญญาอ่อน







พิพัฒน์พล โกมารทัต รับบทแสดงเป็น อาฮวด ในละคร ขุนเดชพิพัฒน์พล โกมารทัต รับบทแสดงเป็น อาฮวด ผู้ชายอายุประมาณ 60 ปี มีเชื้อชาติจีน เป็นเจ้าของร้านกาแฟในตลาดมักจะมีคนมานั่งกินกาแฟที่ร้านและพูดคุยกันทำให้รู้เรื่องราวต่างๆ และเป็นปากเป็นเสียงให้ชาวบ้าน รักความสงบยุติธรรม อยู่มาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อของขุนเดช







ประถมาภรณ์ รัตนภักดี รับบทแสดงเป็น สาลี่ ในละคร ขุนเดชประถมาภรณ์ รัตนภักดี รับบทแสดงเป็น สาลี่ ผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี เป็นเมียของอาฮวด ชอบเล่นการพนัน และชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน สอดรู้สอดเห็นแต่ไม่มีพิษไม่มีภัย ปากร้ายแต่ใจดี








วันชัย เผ่าวิบูลย์ รับบทแสดงเป็น อาจารย์ประทีป ในละคร ขุนเดชวันชัย เผ่าวิบูลย์ รับบทแสดงเป็น อาจารย์ประทีป ผู้ชายอายุประมาณ 55-60 ปี เป็นอาจารย์และนักอนุรักษ์โบราณสถาน มุ่งมั่นและมี อุดมการณ์ พ่อของขุนเดชเคยทำงานด้วยสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นคนไปพบขุนเดชอีกครั้งหลังจากที่หายสาปสูญไปเป็น 10 ปี เป็นคนที่ขุนเดชให้ความเคารพ และช่วยให้ขุนเดชได้ทำงานเป็นหัวหน้าคนงานขุดแต่งโบราณสถาน






ธีรยุทธ ปรัชญาบำรุง รับบทแสดงเป็น หลวงพ่อสุข ในละคร ขุนเดชธีรยุทธ ปรัชญาบำรุง รับบทแสดงเป็น หลวงพ่อสุข ผู้ชายอายุประมาณ 50 ปี เป็นพระเป็นพระที่ธุดงค์มาปักกลดอยู่บริเวณเขาหลวง สามารถ เห็นนิมิตรภาพเหตุการณ์ในอนาคตได้ หลังจากที่นายเดื่องตายก็ได้เก็บรักษาดาบนิลของนายเดื่องไว้ แล้วพาขุนเดชมาอาศัยอยู่ด้วยส่งเสียขุนเดชจนเรียนในระดับมหาวิทยาลัยหลังจากนั้นก็ได้มรณภาพ






ยอดชาย เมฆสุวรรณ รับบทแสดงเป็น หลวงลุง ในละคร ขุนเดชยอดชาย เมฆสุวรรณ รับบทแสดงเป็น หลวงลุง ผู้ชายอายุประมาณ 60 ปี เป็นพระประจำวัดเกาะน้อย รู้จักกับหลวงพ่อสุขเป็นอย่างดี จึงอนุญาติให้ขุนเดชมาอาศัยกุฏิอยู่ หลวงลุงไม่รู้เรื่องที่ขุนเดชเที่ยวออกไล่ล่าฆ่าคนชั่ว แต่ก็พอจะรู้ว่าขุนเดชนั้นมีกรรมที่ต้องชำระหนักหนา จึงพยายามตักเตือนขุนเดชเสมอๆ







ณปภัช วรพฤทธานนท์ รับบทแสดงเป็น ทิพย์ เด็กผู้หญิงอายุประมาณ 12 ปี เป็นลูกสาวของกำนันบุญที่เกิดจากรำพันเมีย แต่สติไม่สมประกอบ ปัญญาอ่อน ชอบรำละคร ทำให้กำนันบุญไม่ค่อยรักลูกคนนี้

ฆนัท นาคถนอมทรัพย์ รับบทแสดงเป็น อาจารย์ดำรง ผู้ชายอายุประมาณ 45 หนึ่งในคณะอาจารย์ที่นำนักศึกษามาศึกษาโบราณคดีที่ ศรีสัชนาลัย ใจดีและเป็นกันเองกับนักศึกษา

ชญานี ธิติ รับบทแสดงเป็น กบ (หญิง), ธัชพร วาจา รับบทแสดงเป็น หยิน (หญิง), พชร กระต่ายทอง รับบทแสดงเป็น เปี๊ยะ (ชาย) กลุ่มนักศึกษาที่มาฝึกงานเรียนรู้เกี่ยวกับโบราณสถาน เป็นตัวแทนของวัยรุ่นที่ รักและหวงแหนในโบราณวัตถุ รักและเคารพขุนเดชชอบฟังขุนเดชเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ในตำราไม่มี

ธนา สินประสาธน์ รับบทแสดงเป็น ลุงเถิน พ่อของอาจารย์ดารา เป็นชายอายุประมาณ 45 เมื่อก่อนเคยเป็นนักเลงดาบ ชอบ เรื่องตีรันฟันแทง และได้ฝีมือการตีเหล็กตีดาบนิลมาจากปู่ซึ่งเป็นคนสุโขทัย แต่เลิกเป็น นักเลงแล้วหันมาเป็นช่างหล่อเพราะ ไม่อยากใช้ดาบนิลผิดทางที่บรรพบุรุษสั่งไว้ว่า ดาบนิลต้องใช่เพื่อปกป้องแผ่นดินเท่านั้น ใจเย็น สุขุม เก่งเชิงหมัดมวยด้วยจึงเป็นอาจารย์ ถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้ขุนเดช

ณรัฐ พัฒนาพงศ์ชัย รับบทแสดงเป็น ลูกน้องประดับ, เนรัญ ศรีสันต์ รับบทแสดงเป็น ลูกน้องกำนันบุญ, ชมวิชัย เมฆสุวรรณ รับบทแสดงเป็น ลูกน้องสัมฤทธิ์ ชายฉกรรจ์อายุประมาณ 30-35 ปี บรรดาลูกน้อง เป็นนักเลงหัวไม้ ทำงานตามคำสั่งเจ้านาย

จิรกิตติ์ สุวรรณภาพ รับบทแสดงเป็น เถร ผู้ชายอายุประมาณ 25 ปี ชอบลักเล็กขโมยน้อย แอบขุดเจาะองค์พระ ลักตัดเศียรพระ เคยติดคุกติดตะราง พ่อแม่พามาฝากไว้กับขุนเดชเพื่อให้มีงานทำ แต่สันดานโจรเลิกไม่ได้ รับงานจากกำนันบุญให้มาขโมยกรุพระ ขุนเดชจับได้จึงให้สารภาพผิด แต่ก็ยังโกหก ขุนเดชจึงให้สาบานแล้วหลอกให้เอามือล้วงไปในข้องที่มีงูเห่าอยู่ จึงถูกงูเห่ากัดตาย ก่อนตาย ได้แอบขโมยองค์พระพุทธรูปไปซ่อนไว้ที่บ้าน

ธนัช ศรีบรรจง รับบทแสดงเป็น ตากล้ำ (พ่อเถร), พจนี ใยละออ รับบทแสดงเป็น ยายแช่ม (แม่เถร) ผู้ชายและผู้หญิงอายุประมาณ 60 ปี ชาวบ้านยากจน จับปลาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวันๆ แต่ได้ลูกไม่ดีจึงมีกรรม ถูกลูกน้องของกำนันบุญ ฆ่าตายเพราะต้องการองค์พระพุทธรูป ที่ไอ้เถรขโมยมาจากกรุแล้วมาซ่อนไว้


ยุพข่าน ดัสกร รับบทแสดงเป็น เสือแชน ผู้ชายอายุประมาณ 50-55 ปี ลูกน้องของกำนันบุญ มีสันดานโจร ไม่ชอบสะสม วัตถุโบราณ แต่จะชอบสะสมอาวุธเช่น หอก ดาบ โล่ คอยทำงานรับใช้กำนันบุญ และเป็นผู้ลงมือฆ่าพ่อของขุนเดช ตามคำสั่งของกำนันบุญเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเป็นเสือและทำผิด กฎหมายแต่ก็ยังคอยรับงานตามคำสั่งของกำนันบุญอยู่ แต่ก็ถูกขุนเดชล้างแค้นด้วยงูจงอาจ และคมดาบ


ณรงค์ เจนครองธรรม รับบทแสดงเป็น เสือชิด ผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี คู่หูกับเสือแชน มีสันดานโจร ทำงานให้กับกำนันบุญ เป็นผู้ร่วมมือกันฆ่าพ่อของขุนเดช และถูกขุนเดชจัดการพร้อมกับเสือแชน

เวนซ์ ฟอลโคเนอร์ รับบทแสดงเป็น เปรื่อง อยุธยา (เปรื่อง เสียงแปล่ง) ผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี เป็นโจรมืออาชีพลักลอบขุด เจาะขโมยพระ ทำมาทั่วทุกสารทิศ มีลักษณะเป็นคนพูดเน้อเสียงแปล่งๆ และพิการเดินไม่ค่อยถนัดตัวเอียงข้างนึง รับงานจากกำนันบุญ ให้มาขโมยองค์พระใหญ่ จึงเข้ามาหาข้อมูลที่ร้านกาแฟอาฮวด แต่มา เจอขุนเดชกับจ่าแท่น ขุนเดชจับพิรุธได้ จึงแอบเฝ้าไปตอนที่เปรื่อง กำลังขโมยเศียรพระ ขุนเดชกับเปรื่องต่อสู้กันจนเศียรพระตกลงมาทับร่างเปรื่องเสียชีวิต

พงศนารถ วินศิริ รับบทแสดงเป็น ผู้ใหญ่น่วม ผู้ชายอายุประมาณ 50 ปี เลว คบโจร โกงพนัน รับขุดพระขุดเจดีย์

จิณณะ จอมขันเงิน รับบทแสดงเป็น น้ำ (ลูกชายผู้ใหญ่น่วม) ผู้ชายอายุประมาณ 30 ปี นักเลงอันธพาล ฉุดผู้หญิง รับขุดพระ ขุดเจดีย์ สองพ่อลูก ไปขโมยตัดเศียรพระ และระเบิดเจดีย์ จึงถูกขุนเดชตามฆ่า โดยใช้เชือก รัดคอโหนกับต้นไม้ แล้วนำศพมาประจาน

รอน สมูเรนเบิร์ก รับบทแสดงเป็น แจ๊ค ผู้ชายอายุประมาณ 35 ปี ฝรั่งพูดไทยคล่อง เป็นพ่อค้าวัตถุโบราณ อยู่ในกรุงเทพฯ ชอบลักลอบขโมยวัตถุโบราณ มีเส้นสายใหญ่ถึงท่านรัฐมนตรีปราชญ์ จึงกล้าทำความผิด โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย แต่ก็หนีความผิดไม่พ้นถูกขุนเดชจับแขวนคอตายหน้าเจดีย์

โอลิเวอร์ บีเวอร์ รับบทแสดงเป็น วงศ์ ผู้ชายอายุประมาณ 48 ปี เจ้าของบ่อนการพนัน คอยสนับสนุนและทำงานให้กำนัน เป็นพวกโลภมาก ไปรู้มาว่ามีสมบัติฝั่งอยู่ก็แอบไปขุดกับเมีย ไปขุดเจอสมบัติดาบทองคำก็รีบนำกลับบ้าน พอรุ่งเช้าวงศ์ถูกเจ้าของสมบัติมาเข้าสิง ไล่ฟันเมียตนเอง เมียจึงป้องกันตัวเองเอามีดฟันวงศ์จนตาย

ปวารา อภิพูนลาภ รับบทแสดงเป็น หวาด ผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปี เมียของวงศ์ โลภมากคอยช่วยผัวทำผิด หลังจากฆ่าวงศ์ ก็เป็นบ้า เอาดาบทองคำกับกำไลทองหนีไป แต่หนีเวรกรรมไม่พ้น ถูกสัมฤทธิ์ยิงตาย

ณรงค์ฤทธิ์ ป้อมภู่ รับบทแสดงเป็น จำเริญ ผู้ชายอายุประมาณ 28 ปี คนงานเก่าของขุนเดช เป็นคนกตัญญูรักแม่และน้อง แต่ทางบ้านยากจน จึงไปขโมยพระในกรุไปขายเพราะอยากได้เงินไปรักษาแม่ที่ป่วย และเริ่มเดินทางผิดหันไปร่วมมือกับสัมฤทธิ์ฉุดบัวทอง แต่กลับใจไปบวชทดแทนบุญคุณให้แม่ ขุนเดชจึงไม่ฆ่าและอโหสิกรรมให้ทั้งหมด

สุรพันธุ์ ศรีวิลัย รับบทแสดงเป็น เสือเพิก ผู้ชายอายุประมาณ 50 ปี เพื่อนเก่าของกำนันบุญ เป็นโจรปล้นฆ่าชาวบ้าน ทำเลวทุกรูปแบบ ได้ช่วยเหลือสัมฤทธิ์จากการถูกตำรวจไล่ล่า และพาสัมฤทธิ์ไปอยู่ในซุ่มโจรด้วยกัน พาออกปล้นฆ่าชาวบ้าน แต่ถูกสัมฤทธิ์หักหลังฆ่าตายและขโมยพระที่ห้อยคอไป

นิมิตร ทยานุวัฒน์ รับบทแสดงเป็น จีนเปีย ผู้ชายอายุประมาณ 45 ปี มีเชื้อสายจีน ไว้ผมเปียยาว มีอาวุธมีดเล็กซ่อนไว้ที่ผมเปีย ทำอาชีพขายของเด็กเล่นบังหน้า แต่พอกลางคืนก็แอบขโมยพระมาซ่อนไว้บนเรือ แต่พอทางการสืบรู้จึงสามารถจับกุมตัวไว้ได้ แต่จีนเปียก็ใช้มีดเล็กฆ่าปาดคอตำรวจ แล้วแหกคุกออกมา ขุนเดชจึงต้องมาจัดการฆ่าจีนเปียด้วยตนเอง

อิทธิกร สาธุกรรม รับบทแสดงเป็น ซ้อน เขาพนมเพลิง ชายอายุประมาณ 45 ลูกน้องเก่าที่กำนันบุญส่งสัมฤทธิ์ให้มาหลบ ซ่อนตัวจากตำรวจ แต่หันมาเป็นคนดีหลังจากที่หมอน้อยเคย ช่วยรักษาอาการป่วยจนหาย เป็นคนส่งข่าวเรื่อง สมฤทธิ์ให้ขุนเดชรู้

โชคดี พักภู่ รับบทแสดงเป็น นายชื่น ผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี คนงานดูแลที่ดินให้หมอน้อย ป้องกันพวกโจรที่มาแอบขุดหาวัตถุโบราณจากที่ดินของหมอน้อย เป็นคนซื่อสัตย์ และจงรักภักดีต่อหมอน้อย


อ่านเรื่องย่อละคร ขุนเดช



เรื่องย่อละคร ขุนเดช

เม.ย. 3, 2012


ละคร ขุนเดช


เรื่องย่อละคร ขุนเดช



ผลิตโดย บริษัท พอดีคำ จำกัด กำกับโดย สยาม น่วมเศรษฐี บทประพันธ์โดย สุจิตต์ วงศ์เทศ
ดัดแปลงเป็นบทโทรทัศน์โดย ศุภชัย สิทธิอำพรพรรณ ออกอากาศทางโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7



เรื่องย่อ ขุนเดช



นายเดื่อง (วินัย ไกรบุตร) หัวหน้าคนงานขุดแต่งโบราณสถานรับปาก อาจารย์ประทีป (วันชัย เผ่าวิบูลย์) หัวหน้าคณะศึกษาโบราณคดีของกรมศิลป์ว่าจะปักหลักเฝ้าพระศิลา พระพุทธรูปที่ถูกค้นพบในถ้ำศิลาบนเขาหลวงสุโขทัย ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกโจรใจบาปที่จ้องจะมา ลักตัดเศียรพระศิลา โดยเฉพาะกับ กำนันบุญ สุโขทัย (สุรวุฑ ไหมกัน) ซึ่งมีนิสัยขี้โกงชอบสะสมและลักลอบซื้อขายวัตถุโบราณ เมื่อกำนันบุญรู้เรื่องพระศิลาที่ถูกค้นพบ เลยอยากมาได้ไว้ในครอบครองจึงเดินทางจากสุโขทัย มาศรีสัชนาลัยบ้านของนายเดื่อง เพื่อขอให้นายเดื่องเปิดทางให้เข้าไปลักตัดเศียรพระ แต่กำนันบุญถูกนายเดื่องปฏิเสธและไล่ตะเพิดอย่างไม่เกรงกลัวอิทธิพล นายเดื่องเป็นห่วงพระศิลาเลยจำเป็นต้องฝาก ขุนเดช (วีรภาพ สุภาพไพบูลย์) ลูกชายวัย 10 ขวบไว้กับ คำปัน (รชยา รักษ์กสิกรณ์) หญิงสาวที่แอบชอบพ่อของขุนเดช และคอยช่วยเลี้ยงดูขุนเดชเหมือนลูกแท้ๆ แต่ความอยากรู้อยากเห็นของขุนเดชที่มีใจรักและสนใจในศิลปะโบราณซึ่งถูกถ่ายทอดมาจากพ่อ ทำให้ขุนเดชแอบขึ้นรถของอาจารย์ประทีปตามไปหา พ่อที่ถ้ำศิลา อาจารย์ประทีปกลัวภัยจะเกิดกับนายเดื่องจึงให้ปืนไว้เพื่อป้องกันตัว แต่นายเดื่องปฏิเสธยืนยันว่าจะใช้แค่ดาบนิลอาวุธคู่กายสมบัติเก่าแก่ที่นายเดื่องได้รับตกทอดจากบรรพบุรุษ ดาบนิลเป็นดาบเหล็กเนื้อดีที่มีสีดำปลอดตั้งแต่ด้ามและตัวปลอก ซึ่งทำจากเขาควายตายฟ้าผ่า ส่วนเนื้อเหล็กนั้นเป็นเหล็กกล้าชั้นดีผ่านการตีจากช่างยอดฝีมือในศรีสัชนาลัย ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถตีดาบให้ออกมาเป็นสีดำถึงเนื้อในเหล็กได้ ดาบนิลจึงมีความคมกริบและเป็นสมบัติหายาก นายเดื่องรักษาไว้อย่างดีเพราะคำสั่งเสียของบรรพบุรุษที่สั่งไว้สืบต่อกันมา ว่าต้องใช้ดาบนิลเพื่อปกป้องแผ่นดินเท่านั้น ฟากกำนันบุญที่โกรธแค้นนายเดื่องมาก จึงสั่งให้ เสือแชน (ยุพข่าน ดัสกร) กับ เสือชิด (ณรงค์ เจนครองธรรม) ลูกน้องคนสนิทพาพวกบุกไปที่ถ้ำศิลาเพื่อจัดการกับนายเดื่องและเอาเศียรพระศิลามาให้ได้

ขุนเดชที่แอบตามอาจารย์ประทีปมาหาพ่อที่เขาหลวงแต่เกิดพลัดหลงอยู่ในป่า หาทางไปหาพ่อที่ถ้ำศิลาไม่ได้ โชคดีที่เจอ หลวงพ่อสุข (ธีรยุทธ ปรัชญาบำรุง) พระธุดงค์ที่มาปักกลดอยู่ในบริเวณเขาหลวง หลวงพ่อสุขเคยเจอกับนายเดื่องที่บริเวณถ้ำศิลาจึงพาขุนเดชไปหาพ่อ นายเดื่องโกรธลูกชายมากที่แอบหนีมาจะลงมือตี แต่หลวงพ่อสุขห้ามไว้บอกพรุ่งนี้เช้าจะเป็นคนพาขุนเดชกลับไปที่ศรีสัชฯเอง คืนนั้นนายเดื่องจึงจำเป็นต้องให้ขุนเดชนอนค้างอยู่ในถ้ำ ขุนเดชนอนฟังพ่อเล่าเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับเขาหลวงให้ฟังว่า เขาหลวงแห่งนี้ก็คือ พระขพุงผีเทวดาที่สถิตย์อยู่ที่นี่ยิ่งใหญ่กว่าเทวดาในเมืองสุโขทัย หากผู้ครองเมืองสุโขทัยจะเป็นผู้ใดก็ตามรู้จักนบไหว้และทำพิธีเซ่นสรวงถูกต้องแล้ว เมืองสุโขทัยย่อมตั้งมั่นถาวรยั่งยืน แต่หากไม่รู้จักนบไหว้ไม่มีการพลีบูชาตามแบบแผนแล้ว ผีในเขาหลวงจะไม่คุ้มไม่เกรงเมืองสุโขทัยก็จะล่มจม เพราะเหตุนี้นายเดื่องจึงต้องมาเฝ้าพระศิลาเอาไว้จากพวกคนใจบาป ขุนเดชเองก็รับปากพ่อว่าเมื่อโตขึ้นจะใช้ดาบนิลทำหน้าที่รักษาสมบัติของชาติแบบพ่อ แต่ระหว่างนั้นพวกเสือแชนเสือชิดก็บุกเข้ามา นายเดื่องเป็นห่วงลูกชายจึงสั่งให้ขุนเดชไปหลบซ่อนตัว แล้วใช้ดาบนิลเข้าต่อสู้กับพวกเสือแชนเสือชิด แต่สุดท้ายนายเดื่องก็สู้พวกมันไม่ได้เพราะในระหว่างการต่อสู้ ดาบนิลเกิดหักเพราะความเก่าแก่ของดาบนิลที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน นายเดื่อง ถูกพวกมันฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหดทารุณต่อหน้าต่อตาขุนเดชแล้วตัดเอาเศียรพระศิลาไป เสือชิดได้ยินเสียงของขุนเดชที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ จึงคิดจะจัดการลูกชายนายเดื่องด้วย อีกคนแต่ขุนเดชก็คว้าเอาดาบนิลที่บัดนี้เป็นเพียงแค่ดาบหักมาเป็นอาวุธป้องกันตัว และหนีพวกมันเข้าหายไปในป่าเขาหลวง

กลางดึกคืนนั้นขณะที่หลวงพ่อสุขกำลังนั่งเจริญสมาธิอยู่ในกลด หลวงพ่อสุขได้เห็นนิมิตรบางอย่างที่น่าตกใจ ในนิมิตรนั้นหลวงพ่อเห็นความเสื่อมทรามของผู้คนที่ไม่ เคารพต่อพระพุทธศาสนา ศิลปะโบราณวัตถุถูกย่ำยีกลายเป็นเครื่องประดับข้างฝาบ้าน พระพุทธรูปต้องอยู่หลังกรงขังกั้นไม่ให้ผู้มีจิตศรัทธากราบไหว้ บางองค์ก็ถูกรุมขัดถูเพื่อขอหวยมัวเมาในกิเลศ พระพุทธรูปที่งดงามตามโบราณสถานก็ถูกตัดเศียรเรียงรายจนน่าเวทนา หลวงพ่อสุขสะดุ้งตื่นจากนิมิตรพร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากขุนเดชที่กำลังถูกพวกเสือแชนเสือชิดไล่ตามล่า และคิดว่าขุนเดชตกหน้าผาตายไปแล้วจึงพากันกลับไป แต่ที่จริงแล้วขุนเดชหลบซ่อนตัวอยู่ในซอกหินด้วยความตื่นกลัวและตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก ภาพของพ่อที่ถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหดต่อหน้าต่อตา ภาพของพระศิลาที่ถูกตัดเศียรทำให้ขุนเดชกลัวจนช็อคหมดสติ

หลวงพ่อสุขไปพบนายเดื่องถูกฆ่าตายที่ถ้ำศิลา จึงออกตามหาขุนเดชด้วยความเป็นห่วงและได้พบขุนเดชสลบอยู่ที่ซอกหินจึงปลุกขุนเดชให้ตื่น แต่ขุนเดชกลับลุกขึ้น มาแสดงอาการเกรี้ยวกราดดุดัน ใช้ดาลนิลหักที่กำไว้แน่นไล่ทำร้ายหลวงพ่อเหมือนกับสัตว์ร้ายตัวหนึ่ง หลวงพ่อรู้ว่าที่ขุนเดชเป็นอย่างนี้เพราะอาการช็อคตกใจกลัวจนเสียสติควบคุมตัวเองไม่ได้ หลวงพ่อนั่งนิ่งและแผ่เมตตาให้ขุนเดชใจสงบ ซึ่งก็ได้ผลขุนเดชสงบนิ่งไปและเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายน่าเวทนา หลวงพ่อสุขจำเป็นต้องเป่ากะหม่อมขุนเดชให้หลับอย่างสงบ ข่าวการตายของนายเดื่องและการหายตัวไปของขุนเดชลูกชายนายเดื่องเป็นที่โจษจันไปทั่วสุโขทัยว่าเป็นฝีมือของพวกโจรใจบาป จ่าแท่น (วีระชัย หัตถโกวิท) ซึ่งรักและเคารพนายเดื่องเหมือนพี่ชาย คิดว่าขุนเดชน่าจะยังมีชีวิตอยู่ จึงชวนคำปันซึ่งเป็นน้องสาวออกตามหาขุนเดช แต่ทั้งคู่ก็ไม่พบร่องรอยของขุนเดช คำปันร้องไห้เสียใจทำใจไม่ได้ว่าขุนเดชจะตาย ชาวบ้านที่เชื่อเรื่องผีๆสางๆพากันพูดกันปากต่อปากว่า พระขผุงคงเอาตัวขุนเดชไปอยู่ด้วยที่เขาหลวง

10 ปีต่อมา หลวงพ่อสุขซึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้เลี้ยงดูขุนเดชจนเติบโตเป็นหนุ่มหน้าตาดีมีความฉลาดเฉลียว โดยสามารถสอบเข้าเรียนเป็น นักศึกษาในคณะโบราณคดีด้วยคะแนนสูงสุด แต่ขุนเดชจำเรื่องราวเมื่อ 10 ปีก่อนไม่ได้ เพราะผลจากการตกใจกลัวจนช็อค ส่วนดาบนิลหักของนายเดื่องที่ติดตัวขุนเดชมา หลวงพ่อสุขก็เก็บรักษาเอาไว้ในกุฎิไม่เคยนำมาให้ขุนเดชเห็น เพราะเกรงว่าถ้าขุนเดชจับดาบนิลนี้อีกครั้ง ความโกรธแค้นเกรี้ยวกราดราวกับสัตว์ร้ายที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของขุนเดชอย่างที่หลวงพ่อเจอในอดีตจะกลับมาสิงสู่ในร่างของขุนเดชอีกครั้ง แต่หลวงพ่อก็ไม่เคยรู้ว่าหลายต่อหลายคืนขุนเดชมักจะฝันร้ายเห็นภาพเศียรพระศิลาถูกตัด ซึ่งขุนเดชก็ไม่กล้าเล่าให้หลวงพ่อฟังเพราะกลัวว่าจะทำให้อาการอาพาธของหลวงพ่อที่ไม่ค่อยดีอยู่จะทรุดหนักขึ้น

ใกล้ๆวัดที่ขุนเดชอาศัยอยู่เป็นโรงหล่อพระของ ลุงเถิน (ธนา สินประสาธน์) ที่เอ็นดูขุนเดช เพราะเป็นเด็กหนุ่มเอาการเอางานมักมาช่วยงานลุงเถินเสมอๆ แถมขุนเดชยังช่วยติวหนังสือให้ ดารา (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) ลูกสาวคนสวยของลุงเถินที่อยากจะสอบเข้าเรียนในคณะโบราณคดีเหมือนอย่างขุนเดช ดารามักจะค่อนขอดและงอนพ่อบ่อยๆหาว่าพ่อรักขุนเดชเหมือนลูกชาย ที่เป็นอย่างนั้นเพราะลุงเถินมักจะชวนขุนเดชให้อยู่คุยเรื่องในอดีต เมื่อครั้งที่ลุงเถินเคยเป็นนักเลงเพลงดาบ โดยได้ฝีมือตีเหล็กตีดาบมาจากปู่ที่เป็นคนสุโขทัย ลุงเถินให้ขุนเดชดูดาบที่ลุงเถินกับพ่อช่วยกันตีตอนเป็นหนุ่ม มันคือดาบสีดำปลอดที่ด้ามและตัวปลอกทำจากเขาควายตายฟ้าผ่าซึ่งเรียกว่าดาบนิล ที่ตอนนี้หาช่างตีอีกไม่ได้แล้ว เมื่อตอนลุงเถินเป็นหนุ่มๆเคยใช้ดาบนิลออกไปมีเรื่องมีราวตามประสาวัยรุ่นเลือดร้อน ทั้งๆที่บรรพบุรุษเคยสั่งไว้ว่าดาบนิลตีขึ้นเพื่อปกป้องแผ่นดินเท่านั้น ผลก็เลยทำให้ลุงเถินชีวิตไม่เจริญก้าวหน้าจนเกือบตายหลายครั้ง ลุงเถินจึงเลิกเป็นนักเลงดาบ หันมาใช้วิชาความรู้มาหล่อพระแทนเพราะไม่อยากทำบาปอีก ส่วนดาบนิลก็เก็บรักษาไว้อย่างดี ลุงเถินกลัวว่าถ้าตัวเองตายไปจะถ่ายทอดวิชาพวกนี้ให้ลูกสาวไม่ได้ จึงสอนให้ขุนเดชทั้งวิชาเชิงดาบเชิงมวยคาดเชือกและการตีดาบไว้เป็นความรู้ติดตัว เพราะเชื่อในความเป็นคนดีของขุนเดชว่าจะไม่ใช่ในทางที่ผิด

เวลาที่ขุนเดชไปไหนมาไหนกับดารา ใครๆมักจะคิดว่าสองคนเป็นคนรักกัน แม้แต่ ย้ง หรือ ยงยุทธ (ศุกลวัฒน์ คณารศ) เพื่อนสนิทของขุนเดชที่กำลังสอบเข้าเรียนตำรวจก็คิดอย่างนั้น ขุนเดชอ่านใจของเพื่อนได้ว่าย้งเองก็แอบชอบดาราแต่ไม่กล้าแสดงออก เลยคิดจะช่วยให้ย้งได้มีโอกาสตามลำพังกับดารา ขุนเดชชักชวนไปเที่ยวอยุธยากันเพื่อชมโบราณสถาน แต่ดารารู้ตัวว่าขุนเดชทำเพื่อย้ง ดาราเลยน้อยใจเพราะตัวเองก็แอบชอบขุนเดชอยู่ ดาราจะนั่งรถบัสกลับกรุงเทพฯ เองคนเดียว แต่ระหว่างทางไปเจอกับ ประดับ (ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ลูกชายนายทหารนิสัยเกกมะเหรกเกเร เพราะมีพ่อเป็นนายทหารยศใหญ่โตจึงกร่างไม่กลัวใคร ประดับกับเพื่อนฝูงพยายามที่จะชวนดาราให้ขึ้นรถไปด้วยกัน ขุนเดชกับย้งตามมาเจอเข้าเลยมีเรื่องกับประดับและเข้าตาจนถูกพวกประดับล้อมกรอบ โชคดีที่อาจารย์ประทีปและคณะศึกษาโบราณคดีขับรถผ่านมาพบเข้า พวกประดับจึงต้องล่าถอยไปแต่ก็เก็บสมุดจดบันทึกของดาราได้ ทำให้ประดับรู้ว่าดาราเป็นใครและเรียนอยู่ที่ไหน อาจารย์ประทีปอาสาพาพวกขุนเดชไปส่งที่กรุงเทพฯเพราะกำลังไปที่นั่นเหมือนกัน และอาจารย์ประทีปก็สะดุดชื่อของขุนเดชเป็นอย่างมาก ยิ่งได้รู้ว่าขุนเดชเป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่ในวัดและเป็นนักศึกษาโบราณคดี ที่มีความรู้เกี่ยวกับสุโขทัยจนหาตัวจับได้ยากก็ยิ่งสนใจ

ขุนเดชกลับมาที่วัดก็ทราบข่าวร้ายว่าหลวงพ่อสุขอาพาธหนักแต่ไม่ยอมไปโรงพยาบาล เพราะคิดว่าเมื่อถึงเวลาต้องละสังขารก็ขอให้เป็นไปตามกรรม ส่วนอาจารย์ ประทีปด้วยความสงสัยว่าทำไมหลวงพ่อสุขถึงตั้งชื่อเด็กที่เอามาเลี้ยงว่าขุนเดช จึงขอเข้าไปมนัสการกราบหลวงพ่อและก็จำได้ว่าหลวงพ่อสุขคือพระธุดงค์องค์เดียวกันกับที่เคยเจอที่เขาหลวงเมื่อ 10 ปีก่อน เลยยิ่งมั่นใจว่าต้องเกี่ยวข้องกับขุนเดชลูกชายนายเดื่องที่หาศพไม่พบจนทุกวันนี้ หลวงพ่อเลยเล่าให้อาจารย์ประทีปฟังถึงสาเหตุที่ต้องพาขุนเดชมาอยู่ที่วัดและเลี้ยงดูขุนเดช เพราะขุนเดชเห็นภาพพ่อตัวเองถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาจึงช็อคและจำความไม่ได้ หลวงพ่อกลัวว่าถ้าโจรพวกนั้นรู้ว่าขุนเดชยังมีชีวิตอยู่จะเป็นอันตรายจึงพาขุนเดชมาที่กรุงเทพฯ แต่ขุนเดชก็ยังคงมีจิตวิญญาณของคนศรีสัชนาลัย เพียงแค่ภาพโบราณสถานของสุโขทัยจากในหนังสือ ขุนเดชก็สามารถจดจำรายละเอียดที่มาได้หมด หลวงพ่อสุขเอาดาบนิลหักของนายเดื่องออกมาให้อาจารย์ประทีปดูเพื่อยืนยันว่าเป็นขุนเดชลูกชายนายเดื่องจริงๆ หลวงพ่ออยากให้อาจารย์ประทีปรับปากว่าจะคืนดาบนิลอันนี้ให้ขุนเดช ก็ต่อเมื่อจิตใจของขุนเดชนิ่งสงบพอและรู้จักคำว่าอโหสิ เพราะถ้าขุนเดชยังมีจิตที่ไม่นิ่ง แม้ดาบนิลนี้จะเป็นเพียงแค่ดาบหักและมีแต่รอยบิ่น แต่ความกราดเกรี้ยวของขุนเดชจะทำให้ดาบหักกลับมามีความคมยิ่งกว่าเก่าไม่ต่างอะไรกับคมดาบในมือของทหารพระร่วง

ประดับตามมาหาดาราถึงที่โรงหล่อพระแต่ถูกลุงเถินกับขุนเดชไล่ตะเพิดเพราะดันมาลองดีกับเถินนักเลงเก่า ประดับเจ็บแค้นที่ถูกด่าสาดเสียเทเสียจึงใช้อิทธิพลของ พ่อพาทหารบุกไปโรงหล่อพระ แจ้งข้อหาเท็จกับนายเถินว่าซ่องสุมอาวุธสงครามเพื่อเป็นประโยชน์ให้พวกกบฏ เถินปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม และไม่สนใจการเมือง ประดับจึงสั่งให้พรรคพวกบุกทุบทำลายพระพุทรูปที่หล่อเสร็จแล้วต่อหน้าต่อตาดาราและนายเถิน ที่แทบหัวใจสลายที่เห็นพระพุทธรูปถูกทำลาย ประดับเอาปืนที่นำมายัดไว้ในองค์พระเพื่อเป็นหลักฐานเล่นงานนายเถินให้ถูกจับกุม

ขุนเดชต้องพาดาราให้ไปพักอยู่กับย้งที่บ้านเพื่อความปลอดภัย ไม่ให้ถูกประดับตามมารังควาญอีก ย้งกับดารารู้สึกกลัวแววตาของขุนเดชที่บอกว่าจะจัดการทุกอย่างให้ เมื่อย้งถามว่าขุนเดชคิดจะทำอะไร ขุนเดชก็ไม่ปริปากพูดสักคำ ขุนเดชไปที่โรงหล่อพระที่เหลือแต่เศษซากของพระพุทธรูปที่ถูกทำลาย เศียรพระที่ถูกทุบทำลายจนหลุดจากบ่าทำให้ภาพอดีตในวัยเด็กของขุนเดชผุดเข้ามาสร้างความเจ็บปวดให้ขุนเดชอีก แต่ขุนเดชก็ยังไม่รู้ว่าภาพเหล่านั้นคืออะไรและเกี่ยวข้องกับตัวเองยังไง ขุนเดชรู้ว่าดาบนิลของลุงเถินที่เคยใช้เมื่อวัยหนุ่มเก็บซ่อนไว้ที่ไหน ขุนเดชนำมันออกมาแล้วมุ่งหน้าไปหาประดับที่กำลังดื่มกินอยู่ในบาร์ คืนนั้นเองที่อาการอาพาธของหลวงพ่อสุขกำเริบหนัก หลวงพ่อสุขถามหาขุนเดชแต่ไม่มีใครรู้ว่าขุนเดชอยู่ที่ไหน ดาบนิลหักตกลงมาจากชั้นวางนิมิตรที่หลวงพ่อเคยเห็นเมื่อ 10 ปีก่อนกลับมาอีกครั้ง เศษซากปรักหักพังของโบราณสถานถูกทำลาย เศียรพระเป็นเพียงเครื่องประดับข้างฝาบ้าน ภาพพระพุทธองค์กลายเป็นภาพประดับข้างฝาห้องน้ำของฝรั่งต่างชาติ หลวงพ่อสุขหายใจรวยรินพูดเป็นคำสุดท้ายก่อนมรณภาพว่า จากนี้ไปไม่มีใครหยุดขุนเดชได้อีกแล้ว

ขุนเดชควงดาบนิลของลุงเถินบุกเข้าไปเล่นงานพวกประดับจนเกิดการต่อสู้โรมรันพันตู แต่ด้วยดาบเพียงเล่มเดียวขุนเดชเลยพลาดท่าถูกพวกประดับจับตัวได้ พวกมัน ซ้อมขุนเดชทั้งเตะทั้งอัดจนสบักสะบอม ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่โดนทำร้ายกระตุ้นให้ภาพในอดีตของขุนเดชกลับคืนมาอีกครั้ง คราวนี้ขุนเดชเริ่มประติประต่อเรื่องราวเมื่อ10 ปีที่ผ่านมาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ขุนเดชจำได้ว่าเขาคือลูกชายนายเดื่องผู้ที่สาบานว่าจะถวายชีวิตปกป้องสมบัติของพระร่วงไม่ให้ใครย่ำยี ขุนเดชเองก็สาบานกับพ่อว่าจะถวายชีวิตเป็นทหารของพระร่วงแห่งศรีสัชนาลัย พวกประดับเห็นขุนเดชนิ่งไปก็นึกว่าหมดสภาพแล้ว แต่ขุนเดชกลับลุกขึ้นมาด้วยแววตากราดเกรี้ยวน่ากลัวราวกับว่ามีสัตว์ร้ายเข้ามาสิงสู่ ขุนเดชคว้าดาบนิลได้และเกือบจะสังหารประดับด้วยการบั่นคอ แต่ขุนเดชก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีกลุ่มทหารเข้ามายุติการก่อเหตุวิวาท ประดับนึกว่าคนของพ่อมาช่วยแต่ประดับคิดผิด เพราะทหารที่บุกเข้ามายุติเหตุการณ์เป็นทหารฝ่ายปฏิวัติ เพราะเวลานี้รัฐบาลทหาร (จอมพล ป.) ถูกคณะปฏิวัติ (จอมพลสฤษดิ์) เข้ายึดอำนาจหลังเกิดการเลือกตั้งสกปรก และรัฐบาลได้รับการคัดค้านจากประชาชนอย่างหนัก

ประดับและครอบครัวต้องหลบหนีภัยการเมืองออกนอกประเทศ ลุงเถินถูกปล่อยตัวออกจากคุกให้เป็นอิสระ ส่วนขุนเดชกลับมาไม่ทันได้กราบหลวงพ่อสุขที่มรณภาพไปในคืนนั้น ในงานศพของหลวงพ่อสุข ขุนเดชบอกอาจารย์ประทีปว่าตนเองจำความได้แล้วว่าเป็นลูกชายนายเดื่องที่หลวงพ่อช่วยชีวิตเอาไว้ เวลานี้เมื่อสิ้นบุญหลวง พ่อแล้วก็ถึงเวลาที่เขาควรจะกลับไปยังบ้านเกิดที่ศรีสัชนาลัย แต่อาจารย์ประทีปทักท้วงอยากให้ขุนเดชได้เรียนโบราณคดีต่อให้จบจะได้บรรจุเข้ารับราชการ ขุนเดชปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าอยากจะสานต่องานที่พ่อทำเพราะรับปากพ่อไว้ก่อนตาย อาจารย์ประทีปไม่สามารถเปลี่ยนความตั้งใจของขุนเดช จึงรับปากว่าจะช่วยให้ขุนเดชทำงานขุดแต่งโบราณสถานที่ศรีสัชนาลัยซึ่งกำลังขาดคนอยู่ ขุนเดชกราบขอบคุณอาจารย์ประทีปและพร้อมจะเดินทางกลับบ้านเกิดทันที อาจารย์ประทีปตามไปที่กุฏิหลวงพ่อสุขถามหาดาบนิลที่หลวงพ่อเก็บเอาไว้ แต่ลูกศิษย์วัดบอกว่าขุนเดชได้มาเอาดาบนิลนั้นไปแล้ว อาจารย์ประทีปรู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อนึกถึงคำพูดของหลวงพ่อสุขที่กำชับไว้ว่า อย่าคืนดาบนิลหักนี้ให้ขุนเดชจนกว่าจิตใจของขุนเดชจะนิ่งสงบพอและรู้จักคำว่าอโหสิ เพราะถ้าขุนเดชยังมีจิตที่ไม่นิ่งแม้ดาบนิลนี้จะเป็นเพียงแค่ดาบหักและมีแต่รอยบิ่น แต่ความกราดเกรี้ยวของขุนเดชจะทำให้ดาบหักกลับมามีความคมยิ่งกว่าเก่า ไม่ต่างอะไรกับคมดาบในมือของทหารพระร่วง

ขุนเดชจากไปอย่างเงียบๆ แม้แต่ย้งกับดาราก็ไม่รู้ว่าขุนเดชหายไปไหน เพราะขุนเดชไม่ยอมบอกใครถึงอดีตของตัวเอง คงมีแต่ลุงเถินคนเดียวที่ได้พบขุนเดชเป็นคนสุดท้าย ขุนเดชเอาดาบนิลของลุงเถินมาคืนและให้ลุงเถินดูดาบนิลหักของพ่อ รวมถึงได้เล่าเรื่องราวในอดีตของตัวเองให้ฟัง ลุงเถินดีใจและคิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ชีวิตขุนเดชจะกลับมาวนเวียนกับดาบนิลอีกครั้ง เพราะเพราะขุนเดชคือลูกหลานสุโขทัยสืบเชื้อสายจากทหารของพระร่วงที่มีดาบนิลเป็นอาวุธ ลุงเถินจึงไม่รับดาบนิลของตัวเองคืน และมอบให้กับขุนเดชเก็บเอาไว้เพื่อเตือนสติตัวเองว่า ถึงดาบจะเป็นอาวุธที่อันตราย แต่สิ่งที่อันตรายกว่าคมดาบก็คือใจ ขอให้ขุนเดชใช้ดาบนิลเพื่อปกป้องแผ่นดิน

10 ปีผ่านไป ศรีสัชนาลัยงดงามและมีมนต์ขลังด้วยศิลปะโบราณวัตถุอันทรงคุณค่า ขุนเดชทำงานเป็นหัวหน้าคนงานขุดแต่งโบราณสถานให้กับอาจารย์ประทีป และตั้งหน้าตั้งตาทำนุบำรุงโบราณสถานที่ตัวเองรักยิ่งชีวิต หลังจากที่ขุนเดชทำงานเสร็จจึงมาเดินเที่ยวชมวัด และได้เข้าไปไหว้พระอจนะที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชุม ในขณะที่กำลังไหว้พระอยู่ก็ได้ยินเสียงเสี่ยงเซียมซี จึงหันไปตามเสียงที่ได้ยินและได้พบกับ บัวทอง (อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล) เด็กสาวสวยวัยเพิ่งจะ 19 กำลังเขย่ากระบอกเซียมซีเสียงดัง และอธิษฐานขอพรขมุบขมิบตามประสาเด็กสาววัยรุ่น ขุนเดชรู้สึกขำท่าทีของเด็กสาวจึงแกล้งพูดแหย่เล่นด้วยความเอ็นดู บัวทองไม่พอใจจึงลุกเดินหนีไป ขุนเดชเดินตามบัวทองจึงรีบวิ่งไปหาแม่ ขุนเดชเห็นแม่ของบัวทองจึงจำได้ว่าเป็นน้าคำปัน ที่เคยเลี้ยงดูขุนเดชตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ขุนเดชดีใจที่ได้เจอน้าคำปันที่นี่อีกครั้ง เพราะไม่ได้เจอกันตั้งแต่คราวที่พ่อถูกฆ่าตายเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ได้กลับมาที่ศรีสัชนาลัยก็ได้ ข่าวว่าน้าคำปันกับจ่าแท่นพากันย้ายจากศรีสัชฯไปตั้งรกรากที่อื่น น้าคำปันกอดขุนเดชด้วยน้ำตาว่าเพิ่งจะรู้เรื่องขุนเดชเมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง เพราะตอนที่ย้ายจากศรีสัชฯไปเป็นการย้ายเพราะกลัวพวกโจรที่ฆ่าพ่อขุนเดชจะย้อนมาทำร้าย ส่วนจ่าแท่นก็โดนย้ายตามเจ้านาย แต่ตอนนี้สามีของน้าคำปันเพิ่งเสียและจ่าแท่นก็เพิ่งจะได้ย้ายกลับมาที่ศรีสัชฯแล้ว น้าคำปันแนะนำให้ขุนเดชรู้จักกับบัวทองลูกสาวของน้าคำปัน ขุนเดชยิ้มให้บัวทองอย่างเอ็นดูและชมว่าสวยเหมือนน้าสมัยสาวๆ แต่บัวทองกลับแลบลิ้นใส่ขุนเดชเพราะรู้สึกหมั่นไส้ที่ทำเป็นอวดเก่ง อวดภูมิความรู้เรื่องโบราณสถานและทำมาเป็นสั่งสอน คำปันต้องปรามลูกสาวที่แก่นแก้วเป็นม้าดีดกะโหลก ขุนเดชไม่ติดใจอะไรบอกเด็กก็คงเป็นเด็ก บัวทองสวนขุนเดชกลับทันทีว่าปีนี้อายุ 19 ไม่ใช่เด็กอีกแล้ว น้าคำปันอ่อนอกอ่อนใจฝากขุนเดชช่วยดูแลน้องด้วย ขุนเดชรับปากอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

ที่วัดพระพายหลวงสุโขทัย ขณะที่ขุนเดชกำลังยืนแจกชะแลงและเครื่องมือให้กับคนงานอยู่ แต่มีคนงานคนหนึ่งซึ่งมีท่าทีแปลกๆมันชื่อ ไอ้เถร (จิรกิตติ์ สุวรรณภาพ) พ่อแม่ของมันพามาฝากให้ทำงานกับขุนเดชเพราะฐานะทางบ้านยากจน ขุนเดชจึงรับไว้ให้มาทำงานเป็นคนงานขุดแต่งโบราณสถาน ไอ้เถรมีนิสัยชอบลักเล็กขโมยน้อยและชอบขโมยพระในกรุ ขุนเดชสงสัยในท่าทางมีพิรุธแต่ไม่ได้ติดใจอะไรปล่อยในทำงานปกติ พอตกกลางคืนเถรแอบใช้ชะแลงที่ขุนเดชแจกให้ทำงานเข้าไปขุดกรุขโมยพระเพื่อไปขายให้กับกำนันบุญ พอรุ่งเช้าขุนเดชมาเจอร่อยรอยการขโมยพระ และเห็นรอยชะแลงที่หน้าดินซึ่งชะแลงแต่ละอันขุนเดชจะทำรอยตำหนิเอาไว้ ทำให้ขุนเดชรู้ว่าใครเป็นคนขุด ตกดึกขุนเดชจึงไปลากตัวเถรและเอาชะแลงของเถรมาที่กรุพระ แล้วให้เถรนำชะแลงไปเทียบกับรอยดินว่าเป็นชะแลงอันเดียวกันรึป่าว แต่เถรขัดขืนจึงต่อสู้กัน จนเถรยอมเอาชะแลงไปเทียบกับรอยดิน พบว่าเป็นรอยเดียวกันเถรรีบปฏิเสธ แล้วบอกว่าอาจจะมีคนขโมยชะแลงของตนเองไปทำความผิดก็ได้ ขุนเดชจึงให้เถรสาบานโดยการเอามือล้วงเข้าไปในข้องปลา พร้อมทั้งสาบานว่าหากเอามือล้วงไปแล้วไม่เกิดอะไรขึ้นแสดงว่าไม่ได้ทำความผิด ซึ่งในข้องนั้นขุนเดชได้แอบเอางูเห่าใส่ไว้อยู่ พอเถรล้วงลงไปจึงโดนงูกัดแต่เถรแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขุนเดชจึงปล่อยตัวเถรไประหว่างทางพิษของงูออกฤทธิ์ เถรจึงหมดลมเสียชีวิตเพราะพิษงู รุ่งเช้าที่ร้านของคู่ผัวเมีย นายฮวด (พิพัฒน์พล โกมารทัต) กับ สาลี่ (ประถมาภรณ์ รัตนภักดี) ร้านกาแฟประจำหมู่บ้าน พวกชาวบ้านต่างพากันโจษจันพูดคุยกันถึงเรื่องการตายของไอ้เถร นายฮวดถามจ่าแท่นที่เป็นลูกค้าประจำของที่ร้าน เพราะชอบมาฟังพวกชาวบ้านคุยกันว่าคิดยังไงกับการตายของไอ้เถรซึ่งขุนเดชก็นั่งฟังอยู่ จ่าแท่นบอกเพียงแต่ว่าเถรถูกงูเห่ากัดตาย ขุนเดชบอกสมควรแล้วที่เป็นแบบนั้น ขุนเดชจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วจะไปทำงานต่อ แต่จ่าแท่นรีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพเจ้านายคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาประจำที่โรงพักของศรีสัชฯ จ่าแท่นแนะนำ ร.ต.ท.ยงยุทธ หรือหมวดยงยุทธที่เพิ่งย้ายมาประจำอยู่ที่ศรีสัชฯให้ทุกคนได้รู้จัก ขุนเดชกับหมวดยงยุทธพบหน้ากันก็จำได้ดีว่าเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันนั่นเอง

วันคืนเก่าๆของหมวดยงยุทธกับขุนเดชกลายมาเป็นเรื่องคุยกันที่บ้านพักของหมวดยงยุทธ ขุนเดชถามหมวดถึงดาราเพราะไม่ได้ข่าวเลยตั้งแต่ขุนเดชย้ายมาอยู่ที่ศรีสัชฯ ผู้หมวดอ้ำๆอึ้งๆหนักใจที่จะพูดถึงดารา บอกขุนเดชเพียงแต่ว่าดาราเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะโบราณคดีอย่างที่ฝันไว้ และตัวเองก็ไม่ได้เจอกันนานแล้วเพราะต้องย้ายไปทำงานหลายจังหวัด ยงยุทธชวนขุนเดชวกกลับมาคุยเรื่องการตายของไอ้เถร เพราะเกิดความสงสัยว่าไม่น่าจะเกิดจากงูกัดจนเสียชีวิตเพียงอย่างเดียว เนื่องจากตอนไปชัณสูตรศพเห็นร่อยรอยการถูกตีด้วยของแข็งตามร่างกายแต่ไม่รู้ว่าของแข็งนั้นคืออะไร จ่าแท่นสงสัยถามย้อนว่าหมวดคิดว่านี่เป็นคดีฆาตกรรม หมวดยงยุทธตอบว่าค่อนข้างแน่ใจแต่จ่าแท่นไม่คล้อยตามข้อสันนิษฐานของหมวดคิดว่าในศรีสัชฯไม่มีฆาตกร เพราะชื่อศรีสัชนาลัยหมายความว่าเป็นเมืองของคนดี ขุนเดชได้แต่ฟัง เงียบๆในขณะที่หมวดยงยุทธสนใจดาบที่ขุนเดชพกอยู่ ขุนเดชบอกเพียงแต่ว่าเป็นดาบของพ่อที่ทิ้งไว้ให้ก่อนตาย หมวดยงยุทธอยากจะขอดู ขุนเดชว่ามันเป็นเพียงแค่ดาบหักที่มีแต่สนิมใช้ขุดหญ้าดายหญ้ายังไม่ได้เลย

ต่อมาไม่นานได้มีคณะอาจารย์และนิสิตนักศึกษาจากกรุงเทพฯมาเรียนรู้และดูงานเกี่ยวกับเรื่องโบราณสถาน อาจารย์ประทีปแนะนำให้ขุนเดชรู้จักกับอาจารย์ดารา เมื่อทั้งคู่ได้พบกันขุนเดชจึงนึกได้ว่าท่าทีอ้ำๆอึ้งๆของหมวดยงยุทธมีความหมายซ่อนเร้น แท้จริงก็คือทุกวันนี้หมวดยงยุทธก็ยังพยายามตามจีบดาราอยู่ เพราะเป็นผู้ชายตรงๆจีบผู้หญิงไม่เป็นทำให้ตลอด 10 ปีที่ผ่านมายังไม่สามารถเอาชนะใจดาราได้ เมื่อสบโอกาสรู้ว่าอาจารย์ดาราจะมาปักหลักทำงานที่ศรีสัชฯจึงทำเรื่องขอย้ายตามมา เพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆนั่นเอง ขุนเดชถามอาจารย์ดาราถึงลุงเถิน ดาราบอกพ่อเสียไปเมื่อ 3 ปีก่อน ขุนเดชรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ไปเคารพศพ ดาราชวนจึงชวนขุนเดชไปทำบุญ ทำสังฆทานให้พ่อด้วยกัน แต่ระหว่างที่ทำบุญด้วยกันที่วัดอาจารย์ดาราได้เจอบัวทอง ดาราสังเกตเห็นท่าทีของบัวทองที่สนิทสนมกับขุนเดชก็พอจะเดาออกว่าขุนเดชกับบัวทองน่าจะมีใจให้กัน และทำใจยอมรับว่าขุนเดชไม่เคยมองเธอในฐานะคนรักเลยสักครั้ง อาจารย์ดาราจึงยับยั่งชั่งใจและเริ่มเปิดใจให้กับหมวดยงยุทธ

ระหว่างนั้นกำนันบุญและลูกชายชื่อ สัมฤทธิ์ (พิชยดนย์ พึ่งพันธ์) ซึ่งมีนิสัยไม่ต่างจากพ่อทั้งขี้โกงเจ้าชู้และชอบเก็บสะสมวัตถุโบราณโดยเฉพาะพระเครื่องพระผงที่อยู่ในกรุเจดีย์ สองพ่อลูกคิดแผนชั่วจะขโมยวัตถุโบราณและตัดเศียรพระ แต่หาคนฝีมือดีไม่ได้เพราะลูกน้องที่ใช้ให้ไปทำก็ถูกขุนเดชจัดการจนเกือบหมด จึงนึกถึงนายเปรื่อง อยุธยา (เวนซ์ ฟอลโคเนอร์) หรือฉายา เปรื่อง เสียงแปล่ง โจรมืออาชีพลักลอบขุดเจาะขโมยพระทำมาทั่วทุกสารทิศ เปรื่องเข้ามาหาข้อมูลเกี่ยวกับพระองค์ใหญ่ที่ร้านกาแฟนายฮวด ขุนเดชรู้สึกสงสัยในตัวเปรื่องจึงแอบตามไป พบเปรื่องกำลังขโมยตัดเศียรพระองค์ใหญ่ขุนเดชจึงเข้าไปจัดการเปรื่อง ทั้งคู่ต่อสู้กันเปรื่องล้มไปใส่องค์พระ เศียรพระที่เปรื่องเจาะไว้จึงตกลงมาทับร่างเปรื่องเสียชีวิต

แต่กระนั้นโจรชั่วหนักแผ่นดินก็ยังไม่หมดไป ยังมีสองพ่อลูก ผู้ใหญ่น่วม (พงศนารถ วินศิริ) กับ ลูกชายชื่อ น้ำ (จิณณะ จอมขันเงิน) ที่มีนิสัยนักเลงอันธพาลคบโจรโกงการพนันฉุดผู้หญิงชอบขโมยขุดพระขุดเจดีย์ รู้มาว่าเจดีย์บนเขามีสมบัติและกรุพระเก่าอยู่ จึงขึ้นเขาไประเบิดเจดีย์เพื่อขโมยพระในกรุ แต่ก็ถูกขุนเดชตามฆ่าโดยใช้ดาบนิลของลุงเถินที่เหมือนกับดาบนิลของพ่อซึ่งใช้การไม่ได้มาเป็นอาวุธ ต่อสู้กับพวกคนเลวทั้งสองคน ขุนเดชใช้เชือกรัดคอน้ำโหนกับต้นไม้ตายแล้วนำศพมาประจาน

เหตุการณ์ของโจรขโมยพระที่ถูกฆ่าตายหลายคน ทำให้หมวดยงยุทธสงสัยและเริ่มตามสืบหาฝีมือของฆาตกรรายนี้ แต่หมวดยงยุทธก็จนปัญญาจนเมื่อผลการพิสูจน์หลักฐานแน่ชัดว่าของแข็งที่ใช้ทำร้ายพวกคนร้าย มีลักษณะตรงกับปลอกดาบที่ขุนเดชพกติดตัวทุกประการ หมวดยงยุทธจึงมั่นใจว่าเป็นฝีมือของขุนเดช ซึ่งตั้งศาลเตี้ยลงทัณฑ์พวกโจรใจบาปโดยไม่สนใจกฎหมาย ทำให้หมวดยงยุทธไม่พอใจขุนเดชและคอยจับผิดว่าขุนเดชจะต้องมีดาบเล่มอื่นอีกที่ไม่ใช่แค่ดาบนิลหักของพ่อ ซึ่งพกไว้ตบตาคนอื่น หมวดยงยุทธพยายามพูดกับจ่าแท่นให้เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นฝีมือของขุนเดชและกล่าวว่าขุนเดชเป็นวีรบุรุษบาป ให้จ่าแท่นช่วยกันหาหลักฐานมามัดตัวขุนเดชให้ได้ แม้ว่าขุนเดชจะเป็นเพื่อนเก่าแต่กฏหมายก็ต้องศักดิ์สิทธิ์เมื่ออยู่ในมือผู้พิทักสันติราษฎร์

หลังจากที่กำนันบุญทำงานไม่สำเร็จ ไม่มีสมบัติโบราณส่งไปให้ตามใบสั่งจากกรุงเทพฯ เพราะถูกขัดขวางจากขุนเดชตลอด ทำให้ ท่านรัฐมนตรีปราชญ์ (เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์) ผู้ชื่นชอบในวัตถุโบราณและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังใบสั่งที่ส่งไปให้กำนันบุญจัดหามาให้เริ่มแสดงอาการไม่พอใจ แต่ด้วยความที่เป็นถึงรัฐมนตรีจึงไม่สามารถออกหน้าได้ รัฐมนตรีปราชญ์จึงเรียกประดับทนายความและเลขาประจำตัวมาจัดการทุกอย่างให้ได้ตามประสงค์ เมื่อ 10 ปีที่แล้วหลังจากที่ประดับหนีภัยการเมืองไปอยู่เมืองนอก ประดับเรียนจบทางด้านกฏหมายและเดินทางกลับมาทำงานเป็นทนายและเลขาส่วนตัวให้กับท่านรัฐมนตรี เพราะมีจุดประสงค์ที่อยากจะก้าวขึ้นสู่อำนาจอีกครั้งหลังจากที่พ่อต้องตายอยู่ที่เมืองนอก ประดับจึงจำยอมให้ท่านรัฐมนตรีโขกสับต่างๆนาๆ โดยในระหว่างนั้นก็วางแผนตีสนิทกับ ปารมี (ขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์) ลูกสาวคนสวยวัยเพียง 16 ของท่านรัฐมนตรีเพื่อใช้เป็นสะพานให้ตัวเองยกฐานะเป็นลูกเขยท่าน ซึ่งแผนการของประดับก็ดูจะสดใสเพราะปารมีเป็นเด็กสาวแก่แดดชอบช้อบปิ้งและชอบหนุ่มหล่อๆ ซึ่งประดับก็เรียกความสนใจได้ไม่น้อยทีเดียว แต่ประดับต้องทำอย่างลับๆไม่ให้ท่านรัฐมนตรีรู้แผนการและไม่ให้ปารมีรู้ด้วยว่าประดับมีคู่ขาเป็น คำผกา (อุษณีย์ วัฒฐานะ) นักร้องในบาร์ที่นอกจากจะขายเสียงแล้วยังขายร่างกายเพื่อแลกกับเงินและยอมทำตามทุกอย่างที่ประดับเรียกใช้ เพราะหวังว่าเมื่อวันที่ประดับขึ้นมามีอำนาจยิ่งใหญ่เธอก็จะได้อานิสสงค์จากประดับ

ท่านรัฐมนตรีมีใบสั่งที่ให้ประดับไปจัดการหามาให้ได้ ประดับรู้จักกับ แจ็ค (รอน สมูเรนเบิร์ก) ฝรั่งพูดไทยคล่องเป็นพ่อค้าวัตถุโบราณที่กรุงเทพฯเดินทางมาขโมยวัตถุโบราณด้วยตนเอง โดยให้กำนันบุญคอยช่วยเหลือ แจ๊คระเบิดเจดีย์แล้วใช้รถพังวัตถุโบราณต่างๆพังเป็นหน้ากอง โดยไม่เกรงกลัวความผิดเพราะถือว่ามีเส้นสายใหญ่เป็นถึงรัฐมนตรี ขุนเดชรู้เรื่องจึงไปจัดการฆ่าโดยการแขวนคอแจ๊คหน้าเจดีย์ การตายของแจ็คทำให้ประดับต้องโดนท่านรัฐมนตรีเรียกไปด่า ประดับจึงต้องอาศัยอำนาจของท่านรัฐมนตรีมากดดันตำรวจในพื้นที่ให้เร่งมือจัดการตามล่าตัวฆาตรที่กำลังลอยนวลอยู่นั่นเองที่ทำให้ประดับได้เจอกับหมวดยงยุทธ ดาราและขุนเดช ประดับแสดงท่าทางเจ้าชู้กับดาราเหมือนเมื่อก่อน แต่คราวนี้ประดับโดนหมวดยงยุทธขู่จะเล่นงานถ้ามายุ่งกับดาราอีก ประดับเลยขู่หมวดยงยุทธว่าจะอยู่ในหน้าที่ตำรวจได้อีกไม่นาน เมื่อไหร่ที่เขามีอำนาจทั้งสามคนต้องโดนแก้แค้นชนิดหาแผ่นดินยืนไม่มี แต่ประดับก็อยู่ในสุโขทัยได้ไม่นานต้องรีบกลับกรุงเทพฯ เพราะท่านรัฐมนตรีเรียกตัวให้กลับด่วน แต่ประดับต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของพวกขุนเดชอริเก่า และประดับก็ไม่ค่อยไว้ใจพวกกำนันบุญอยู่เป็นทุนเดิม จึงสั่งให้คำผกาย้ายเข้ามาอยู่ที่ศรีสัชฯเพื่อเป็นหูเป็นตาให้ คอยส่งข่าวคราวให้ประดับรู้ตลอดเวลา แต่คำผกามาอยู่ที่ศรีสัชฯได้วันแรกก็มีเรื่องมีราวกับบัวทอง เพราะไปดูถูกบัวทองกับคำปันจนมีเรื่องมีราวทำให้คำผกากับบัวทองเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน

ส่วนเรื่องด่วนนั่นก็คือท่านรัฐมนตรีจับได้ว่าประดับกับปารมีแอบลักลอบมีความสัมพันธ์กันจนปารมีตั้งท้อง ประดับโดนท่านรัฐมนตรีเรียกคนมาซ้อมเพราะไม่พอใจ แต่ท่านรัฐมนตรีก็ไม่กล้าเอาเรื่องประดับถึงโรงพักฐานพรากผู้เยาว์เพราะกลัวจะเป็นข่าวฉาวโฉ่ ปารมีก็มาอ้อนวอนพ่อขอร้องให้ไว้ชีวิตประดับเพราะรักกันจริงๆ และให้เห็นแก่ลูกในท้อง ท่านรัฐมนตรีทำอะไรไม่ได้จำเป็นต้องเลื่อนฐานะประดับให้ขึ้นมาเป็นลูกเขยซึ่งก็สมใจประดับทันที

กำนันบุญเริ่มหงุดหงิดหัวเสียไม่รู้จะไปพึ่งใครให้ทำงานให้ ทำให้รู้สึกขวางหูขวางตาลงไม้ลงมือกับทุกคนไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ รำพัน (ปริษา ทนาวิวัฒน์) เมียใหม่ของกำนันและเป็นแม่เลี้ยงของสัมฤทธิ์ ก็โดนกำนันตบตีระบายอารมณ์เพียงเพราะรำพันปล่อยให้ ทิพย์ (ณปภัช วรพฤทธานนท์) ลูกสาววัย 12 ที่เกิดกับกำนันบุญซึ่งเป็นปัญญาอ่อนชอบฟ้อนรำรบกวนอารมณ์กำนัน จนกำนันคิดจะส่งทิพย์ให้ไปอยู่โรงพยาบาลบ้า แต่รำพันก็อ้อนวอนขอเลี้ยงไว้เพราะยังไงก็ลูก กำนันบุญเริ่มเบื่อเมียอย่างรำพันจึงหันไปสนใจคำผกา พยายามให้แก้วแหวนเงินทองปรนเปรอคำผกาทุกอย่าง ซึ่งคำผกาก็ชอบอกชอบใจเพราะเป็นคนเห็นแก่เงิน จึงใช้มารยายั่วให้กำนันหลงหัวปักหัวปำหลอกเอาทรัพย์สินเงินทอง แต่เมื่อวันที่คำผการู้ว่าประดับจะต้องแต่งงานกับปารมี และเห็นเค้าลางว่าตัวเองอาจจะถูกประดับเฉดหัวส่ง คำผกาจึงยอมตกเป็นของกำนันบุญใช้ความเป็นหญิงสองผัวหลอกเอาสมบัติจากกำนันอย่างไม่อายฟ้าอายดิน

กำนันบุญนึกถึงเสือแชนลูกน้องเก่าซึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้วเป็นผู้ลงมือฆ่าพ่อของขุนเดชให้กลับมาช่วยงานขโมยพระ เสือแชนไม่ชอบสะสมวัตถุโบราณ แต่จะชอบสะสมอาวุธโบราณ เช่น มีด หอก ดาบ เมื่อตำรวจสืบทราบจึงส่งสายตำรวจชื่อ นายเหลือง เข้าไปตีสนิทโดยเอาดาบโบราณไปให้เสือแชนเพื่อสร้างความไว้วางใจ เหลืองบอกเสือแชนว่าถ้าอยากได้อีกก็ยังมีอีกเยอะเพราะรู้แหล่งที่ฝังสมบัติอยู่ในถ้ำบนเขา เสือแชนหลงกลเชื่อจึงตามเหลืองขึ้นไปในถ้ำ เมื่อสบโอกาสเหลืองผลักเสือแชนตกลงไปก้นถ้ำ แล้วออกมาตามหมวดยงยุทธกับจ่าแท่นซึ่งรออยู่ด้านนอกเพื่อรอจับ แต่ระหว่างนั้นขุนเดชซึ่งซ่อนตัวอยู่ในถ้ำก็ได้โอกาสล้างแค้นให้พ่อ โดยปล่อยงูจงอางให้กัดเสือแชน แล้วใช้ดาบนิลฟันคอเสือแชนจนหลุดจากบ่า พอตำรวจเข้ามาก็เจอแต่สภาพศพของเสือแชนที่ถูกฆ่าตายอย่างทารุณ ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับหมวดยงยุทธว่าต้องเป็นฝีมือของขุนเดชแน่ๆ

การตายของเสือแชนทำให้กำนันบุญแค้นใจมาก จึงสั่งคนไปลอบยิงขุนเดชขณะที่กำลังตกแต่งเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์ ขุนเดชร่วงลงมาจากยอดเจดีย์แต่รอดตายเพราะตกลงมาในดงต้นพุทธรักษา ในขณะที่ขุนเดชถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหมวดยงยุทธกับจ่าแท่นก็มาตรวจที่เกิดเหตุ จ่าแท่นเจอดาบนิลของขุนเดชที่ตกอยู่จึงหยิบขึ้นมาดู แต่พอชักดาบออกมาพบว่าข้างใน ไม่ใช่ดาบหักอย่างที่ขุนเดชเอาให้ดูมาตลอดแต่มันเป็นดาบนิลที่คมกริบ จ่าแท่นตกใจมากหรือว่าที่หมวดยงยุทธสงสัยจะเป็นเรื่องจริง แต่พอหมวดยงยุทธเดินมา จ่าแท่นรีบเก็บดาบเข้าฝักแล้วทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น จ่าแท่นรีบตามไปที่โรงพยาบาลแล้วฝากดาบนิลให้บัวทอง เอาไปคืนขุนเดชโดยที่ยังเก็บเอาความสงสัยไว้กับตัว

ด้านกำนันบุญพอรู้ว่าขุนเดชยังไม่ตาย จึงได้ปรึกษาหารือกับ วงศ์ (โอลิเวอร์ บีเวอร์) เจ้าของบ่อนพนันที่คอยสนับสนุนและทำงานให้กำนันบุญมาโดยตลอด ว่าจะจัดการขุนเดชกับพวกคนอื่นๆที่คอยขัดขวางอย่างไรดี จึงสั่งให้วงศ์รวบรวมลูกน้องไปก่อกวนสถานที่ต่างๆจนสร้างความโกลาหล โดยเฉพาะกับกลุ่มนักศึกษาชายและหญิงของอาจารย์ดาราที่โดนพวกนักเลงบ่อนของวงศ์คุกคามความปลอดภัย บุกเข้าไปทำอนาจารนักศึกษาสาวๆ เมื่ออาจารย์ดาราจะเอาเรื่อง วงศ์ก็หัวหมอใช้อิทธิพลของกำนันบุญเอาตัวรอดจากคุกจากตะรางออกมาได้ ทำให้อาจารย์ดาราไม่พอใจหมวดยงยุทธที่ปล่อยให้พวกนอกกฏหมายทำอะไรได้ตามอำเภอใจ หมวดยงยุทธเองซึ่งถูกผู้ใหญ่กดดันมาเรื่องฆาตกรฆ่าโจรก็หลุดปากสวนกลับเพราะไม่พอใจที่ถูกอาจารย์ดาราต่อว่า และคิดว่าอาจารย์ดาราเห็นด้วยกับการกระทำของวีรบุรุษบาปที่พวกชาวบ้านกำลังยกย่องเชิดชู แต่สิ่งที่มันทำก็ไม่ต่างจากอาชญากรคนหนึ่ง

วงศ์ย่ามใจทำเรื่องผิดกฎหมายได้โดยไม่เกรงกลัวเพราะถือว่ามีกำนันบุญและรัฐมนตรีที่คอยหนุนหลังกำนันบุญช่วยอยู่ และเมื่อรู้เรื่องว่ามีสมบัติอยู่บนเขาจึงได้ชักชวน นางหวาด (ปวารา อภิพูนลาภ) ซึ่งเป็นเมียขึ้นไปขุดสมบัติด้วยกัน เมื่อวงศ์ขุดเจอดาบทองคำส่วนหวาดเจอกำไลทองจึงดีใจพากันกลับบ้าน พอรุ่งเช้าวงศ์ถูกผีเข้าสิงเอาดาบทองคำไล่ฟันเมีย หวาดจึงต่อสู้แล้วใช้มีดฟันวงศ์จนตาย ส่วนตนเองพอฆ่าผัวตายจึงเป็นบ้าเอาดาบและกำไลทองคำหนีเข้าป่าหายสาบสูบไป

สำหรับนายสัมฤทธิ์ลูกชายของกำนันบุญซึ่งเคยเจอบัวทองในงานวัดจึงรู้สึกถูกตาต้องใจในความสวยของบัวทอง สัมฤทธิ์พยายามตามจีบและเอาของมีค่ามาให้บัวทองเพื่อหวังจะชนะใจ แต่บัวทองไม่เล่นด้วยแถมยังเกลียดเข้าไส้ คำผกาเองก็เกลียดบัวทองอยู่แล้วจึงเป่าหูให้สัมฤทธิ์วางแผนฉุดบัวทองมาทำเมีย สัมฤทธิ์เห็นด้วยจึงวางแผนให้ลูกน้องและ จำเริญ (ณรงค์ฤทธิ์ ป้อมภู่) คนงานเก่าของขุนเดชมาช่วยฉุดบัวทองไปไว้ที่กระท่อมร้าง บัวทองเกือบจะตกเป็นของสัมฤทธิ์ โชคดีที่นางหวาดโผล่มาอาละวาดเอาดาบไล่ฟันสัมฤทธิ์ บัวทองจึงหนีหลุดไปได้ สัมฤทธิ์โกรธมากจึงยิงนางหวาดตายและเอากำไลทองมาจากนางหวาด พอตำรวจรู้เรื่องจาก หมอน้อย (ตฤณ เศรษฐโชค) หมอประจำหมู่บ้านที่เป็นที่เคารพของทุกคน ซึ่งเห็นเหตุการณ์บัวทองถูกฉุดและมาแจ้งความให้ตำรวจไปช่วยบัวทอง จ่าแท่นจึงนำกำลังมาช่วยหลาน จำเริญซึ่งคอยดูต้นทางอยู่ได้ยินพวกลูกน้องของสัมฤทธิ์คุยกันว่า บัวทองเป็นแฟนของขุนเดชจึงตกใจมาก เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าบัวทองเป็นแฟนของขุนเดชซึ่งเป็นหัวหน้าเก่า สาเหตุที่จำเริญยอมทำชั่วช่วยสัมฤทธิ์ฉุดบัวทอง ทำไปเพราะอยากได้เงินไปให้แม่ที่กำลังป่วยและจะบวชทดแทนบุญคุณให้แม่ แต่พอรู้ว่าบัวทองเป็นแฟนของขุนเดช จำเริญเริ่มกลัวจึงรีบหนีไป ส่วนสัมฤทธิ์ก็เกือบโดนตำรวจจับได้ แต่ได้มาเจอ เสือเพิก (สุรพันธุ์ ศรีวิลัย) เพื่อนเก่าของกำนันบุญมาช่วยไว้ แล้วพาไปอยู่ที่ซุ้มโจรด้วยกันช่วยกันออกปล้นฆ่าชาวบ้าน แต่สัมฤทธิ์คิดชั่วอยากได้ลูกน้องของเสือเพิกมาเป็นของตัวเอง จึงหักหลังฆ่าเสือเพิกแล้วตั้งตัวเป็นหัวหน้าโจรซะเอง

หลังจากที่จำเริญกับพวกคนอื่นๆหนีตำรวจมาได้ก็มาถูกขุนเดชไล่ล่าฆ่าตายที่ละคน เหลือแต่จำเริญที่หนีมาบวชเพื่อทดแทนคุณแม่จนได้ เพราะกลับตัวกลับใจสำนึกผิดหวังว่าการบวชครั้งนี้นอกจากทดแทนบุญคุญแม่แล้วยังจะช่วยลบล้างความผิดที่ทำมา ขุนเดชตามมางานบวชของจำเริญ โดยมีหมวดยงยุทธกับจ่าแท่นแอบตามมาดูขุนเดชว่าจะฆ่าจำเริญหรือไม่ แต่เมื่อขุนเดชมาเจอจำเริญที่อยู่ในผ้าเหลืองแล้วจึงอโหสิกรรมทุกอย่างให้กับจำเริญ จ่าแท่นจึงรู้สึกโล่งใจที่ขุนเดชไม่ทำอะไรวู่วามลงไป คำว่าอโหสิกรรมที่ขุนเดชกล่าวต่อหน้าพระจำเริญทำให้ขุนเดชเริ่มคิดได้ และการดูแลเอาใจใส่ของบัวทองในระหว่างที่ขุนเดชพักรักษาตัวตอนที่ถูกยิง ก็ทำให้หัวใจของขุนเดชที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะไม่มีความรักให้ใครก็เริ่มอ่อนผ่อนลง เมื่อรู้ข่าวเรื่องโจรขโมยพระ ขุนเดชก็พยายามถอยและไม่ลงมือเอง แต่ส่งเบาะแสให้กับตำรวจให้เป็นฝ่ายจัดการ จนกระทั่งมีชายเชื้อสายจีนไว้ผมเปียยาว ขายของเด็กเล่นอาศัยอยู่บนเรือ ชาวบ้านเรียกเค้าว่า จีนเปีย (นิมิตร ทยานุวัฒน์) เข้ามาในศรีสัชฯ ขุนเดชรู้สึกสงสัยในท่าทีมีพิรุธจึงพยายามสืบจนรู้ว่าเป็นพวกขโมยพระแล้วนำพระมาซ่อนไว้บนเรือ ขุนเดชจึงให้เบาะแสกับตำรวจจนตำรวจสามารถจับจีนเปียไว้ได้ จีนเปียถูกขังอยู่ในตะรางแต่ได้วางแผนจะแหกคุกออกไปจึงโกหกว่าหิวน้ำ ให้ตำรวจเอาน้ำมาให้พอตำรวจเผลอจึงเอามีดเล็กที่ซ่อนอยู่ที่ผมเปียออกมาปาดคอตำรวจตายแล้วหลบหนีออกไป ตำรวจพยายามไล่ล่าจีนเปียแต่ก็สามารถหนีไปได้ ขุนเดชจึงต้องออกโรงด้วยตนเองจัดการฆ่าจีนเปียแล้วนำศพมาส่งให้ที่สถานีตำรวจ

หลังจากที่สัมฤทธิ์เป็นหัวหน้าโจรปล้นฆ่าชาวบ้านจนถูกทางการกดดันตามล่าตัว สัมฤทธิ์จึงหนีกลับมากบดานที่บ้านกำนันบุญที่ใช้อิทธิพลของตัวเองซ่อนลูกชายเอาไว้ไม่ให้ใครกล้าเข้ามายุ่ง ทางฟากรัฐมนตรีปราชญ์ที่พยายามปกปิดเรื่องลูกสาวท้องโตในวัยเรียนมาตลอด แต่เรื่องอื้อฉาวก็ไม่สามารถปกปิดได้สาเหตุเพราะประดับทะเลาะกับปารมี เนื่องจากไปจับได้ว่าประดับไปมีอะไรกับคำผกาโสเภณีร่านราคาถูก และรู้ความจริงว่าประดับไม่เคยรักเธอเลย คิดแต่จะใช้เป็นเครื่องมือเพื่อได้เข้ามาเป็นลูกเขยรัฐมนตรี ปารมีน้อยใจประดับขับรถออกจากบ้านแล้วไปชนแม่ค้าข้างถนนตายกลายเป็นข่าวครึกโครม ลูกสาวรัฐมนตรีท้องโตขับรถชนคนตาย ชื่อเสียงของรัฐมนตรีปราชญเสียหายหนัก จนมีข่าวแว่วมาว่ามีสิทธิ์จะถูกถอดถอน ประดับกลัวว่าตัวเองจะเสียโอกาสถ้าไม่มีพ่อตาเป็นรัฐมนตรี จึงอาสาว่าจะทำทุกอย่างไม่ให้ท่านรัฐมนตรีหลุดจากเก้าอี้ รัฐมนตรีปราชญ์รู้มาว่าถ้าสามารถหาเครื่องชามสังคโลกโบราณที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์มาเป็นสินบนให้กับผู้ใหญ่ในพรรคได้ เก้าอี้ของตัวเองก็จะไม่หลุด เพราะเครื่องชามสังคโลกที่ยังสมบูรณ์และงดงามไร้ที่ติไม่ได้ใช่ของหากันง่ายๆ เท่าที่มีอยู่ก็มีแต่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเท่านั้น ประดับอาสาว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้เองเพราะก่อนหน้านี้ได้ข่าวจากทางกำนันบุญว่ามีการค้นพบเครื่องชามสังคโลกในสภาพสมบูรณ์ที่ศรีสัชฯ

ประดับเดินทางมาหากำนันบุญ ซึ่งได้ยืนยันเรื่องเครื่องชามสังคโลกว่ามีการค้นพบแล้วจริงๆ โดยรู้มาจากลูกน้องที่เคยแอบเข้าไปลักขุดขโมยของโบราณในที่ดินของหมอน้อย และรู้ว่าหมอน้อยมีเครื่องชามสังคโลกโบราณอยู่ กำนันบุญจึงไปทาบทามขอซื้อแต่ถูกหมอน้อยปฏิเสธ หมอน้อยบอกกำนันบุญว่าได้บริจาคที่ดินรวมถึงเครื่องชามสังคโลกให้กับทางการหมดแล้วเพื่อเป็นประโยชน์แก่แผ่นดิน กำนันบุญโกรธมากจึงให้สัมฤทธิ์พาลูกน้องไปปล้นที่บ้านหมอน้อย สัมฤทธิ์ฆ่าหมอน้อย เมียและลูก รวมถึง นายชื่น (โชคดี พักภู่) คนงานเฝ้าไร่ตายทั้งบ้าน แต่โชคดีที่นายชื่นแค่บาดเจ็บจึงมาบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพวกสัมฤทธิ์เป็นคนลงมือฆ่าหมอน้อยและครอบครัว หมวดยงยุทธบุกไปตามจับสัมฤทธิ์ที่บ้านกำนันบุญ แต่กำนันบุญรู้ตัวว่าตำรวจจะมาเพราะจับลูกชายเพราะรำพันแอบส่งข่าวให้ตำรวจรู้ว่าสัมฤทธิ์กบดานอยู่ที่บ้าน สัมฤทธิ์รอดไปได้โดยส่งให้ไปกบดานอยู่กับ นายซ้อน (อิทธิกร สาธุกรรม) ลูกน้องเก่าที่ทำไร่อยู่ที่เขาพนมเพลิง ส่วนรำพันถูกกำนันบุญตบตีทำร้ายจะเอาถึงตาย ทิพย์ร้องไห้กระจองอแงเข้าไปกอดไม่ให้พ่อทำร้ายแม่ กำนันโกรธลูกสาวปัญญาอ่อนและทนรำคาญไม่ไหว คำผกายุส่งให้กำนันบุญจับลากตัวไปส่งโรงพยาบาลบ้า เพราะทนรำคาญทิพย์ที่ชอบมาทำให้เธอหงุดหงิดอารมณ์เสียอยู่บ่อยๆ

แต่ระหว่างฉุดกระชากลากถูทิพย์สะบัดตัวหนี กำนันบุญกับคำผกาที่ช่วยกันจับตัวทิพย์อยู่เกิดพลาดท่าตกบันไดลงมาหมดสติทั้งคู่ ซึ่งในระหว่างที่หมดสติไปนั่นเอง กำนันบุญได้ฝันเห็นภาพในอดีตของตัวเองที่เคยไปลักตัดเศียรพระ และได้เจองูเห่านับเป็นสิบๆตัวเลื้อยปกป้ององค์พระ พวกลูกน้องพากันกลัวว่าเป็นงูเจ้าไม่ควรไปยุ่งหรือไปทำร้ายไม่อย่างนั้นบาปจะติดตัว แต่กำนันบุญไม่เกรงกลัวบาปกลัวกรรมเอาถังน้ำมันราดแล้วจุดไฟเผาฆ่างูเจ้าจนตายเกลี้ยง หลังจากนั้นไม่นานรำพันก็คลอดลูกออกมาเป็นทิพย์ที่ตอนเกิดมีเกล็ดตามตัวเหมือนเกล็ดงู และเมื่อโตขึ้นทิพย์ก็มีอาการปัญญาอ่อนไม่สมประกอบ ส่วนคำผกาก็ฝันเห็นภาพตัวเองตอนเป็นเด็กยากจนไม่มีข้าวกิน จนต้องไปลักขโมยข้าวแม่ค้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนวันนึงเขาจับได้และสั่งไม่ให้ขโมยอีกถ้าอยากกินก็ให้มาขอ แต่เพราะสันดานชอบลักเล็กขโมยน้อยที่ติดเป็นนิสัย เมื่อเห็นแม่ค้ามีสร้อยทองใส่ก็อยากได้จึงแอบขโมยมาเก็บไว้ เมื่อแม่ค้าจับได้คำผกาก็ผลักแม่ค้าล้มลงไปที่ถนนจนถูกรถชนตาย

เมื่อกำนันบุญกับคำผกาฟื้นขึ้นมาก็พบว่ารำพันได้พาทิพย์หนีไปแล้ว ส่วนกำนันบุญเมื่อพยายามจะลุกขึ้นก็ทำไม่ได้อย่างเหมือนก่อน เพราะแข้งขาไม่มีเรี่ยวมีแรงจะขยับไปไหนก็ต้องใช้วิธีเลื้อยเอาคล้ายกับงูที่ต้องเลื้อยไปมา หมอบอกว่าที่กำนันบุญเป็นอย่างนี้สาเหตุมาจากการตกบันไดทำให้เส้นประสาทที่ขาเสียหาย คำผกาเห็นเข้าก็รู้สึกทุเรศลูกตาไม่สนใจใยดีกำนันบุญอีก และแอบขโมยกุญแจห้องเก็บสมบัติของกำนันเพื่อเข้าไปลักเอาแก้วแหวนเงินทองของกำนัน โดยเฉพาะกับกำไลทองที่สัมฤทธิ์เอามาจากศพนางหวาด แต่เมื่อคำผกาเอากำลังมาสวมก็มีอาการไม่ต่างจากนางหวาดที่คลุ้มคลั่ง ควงดาบออกไล่ฟันลูกน้องกำนันบุญและหนีมาเจอประดับ คำผกาก็พยายามทำร้ายประดับ ในที่สุดก็ถูกประดับยิงตายและเก็บเอากำไลทองจากคำผกามาไว้กับตัวเอง

กำนันบุญเริ่มกังวลและคิดถึงบาปกรรมที่เคยทำไว้กับงูเจ้าในอดีต ประดับมาหากำนันบุญเพื่อขอเอาชามสังคโลกที่ได้มาจากหมอน้อย กำนันบุญยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมนอกจากเรื่องเงินแล้ว อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยเหลือลูกชายให้พ้นคดี และช่วยหาหมอเก่งๆมารักษาให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง เพราะเกรงกลัวว่าถ้าไอ้ขุนเดชมันรู้ตัวเองกลายเป็นแค่ไอ้พิการ มันต้องตามมาจัดการฆ่าแก้แค้นที่เคยไปฆ่าพ่อมันแน่ๆ ประดับเลยได้รู้ว่าขุนเดชศัตรูในอดีตที่เคยฝากความแค้นกันไว้นั้นตอนนี้มันก็ยังตามรังควาญเขาไม่หยุด ประดับคิดแผนการบางอย่างที่จะจัดการกับขุนเดชเพื่อสางความแค้น เลยทำเป็นรับปากกับกำนันบุญว่าจะจัดการตามที่ต้องการทุกอย่าง แต่พอลงจากเรือนของกำนันบุญได้ไม่เท่าไหร่ ประดับก็สั่งลูกน้องให้จัดการเผาบ้านกำนันบุญ ทรัพย์สมบัติของกำนันบุญก็สั่งให้คนขนออกมาจนเกลี้ยง ลูกน้องคนไหนที่ไม่ยอมแปรพักต์ก็จัดการฆ่าตายให้หมด แล้วใช้เลือดเขียนบนผนังเรือนว่านี่คือการแก้แค้นของขุนเดช

การตายของหมอน้อยพร้อมกับครอบครัว สร้างความเสียใจให้กับทุกคนในศรีสัชฯที่ต้องสิ้นคนดี ขุนเดชรักและเคารพหมอน้อยเหมือนญาติผู้ใหญ่จึงโกรธแค้นเป็นอย่างมากและคิดแก้แค้นให้หมอน้อย นายซ้อนซึ่งให้ที่พักกับสัมฤทธิ์แอบมาพบกับขุนเดชเพื่อส่งข่าวเรื่องของสัมฤทธิ์ให้รู้ ถึงนายซ้อนจะเคยเป็นลูกน้องของกำนันบุญแต่ตอนนี้ก็กลับตัวกลับใจแล้ว จึงขอให้ขุนเดชไปจัดการกับนายสัมฤทธิ์ที่เขาพนมเพลิง ขุนเดชจึงตามไปฆ่าโดยขุดหลุมพรางให้สัมฤทธิ์ตกไปในหลุมแล้วใช้น้ำมันราดเผาสัมฤทธิ์ทั้งเป็น และยืนดูมันตายอย่างทรมาณให้สาสมกับความผิดที่เคยทำ หมวดยงยุทธตามมาพบขุนเดชฆ่านายสัมฤทธิ์ซึ่งเป็นหลักฐานคาตา ยงยุทธขอให้ขุนเดชมอบตัวเพราะตอนนี้ขุนเดชกลายเป็นอาชญากรที่ตำรวจต้องการ หลังจากที่ไปปล้นเผาบ้านของกำนันบุญ ขุนเดชปฏิเสธไม่ได้เป็นคนไปปล้นบ้านกำนันบุญ หมวดยงยุทธและจ่าแท่นเชื่อว่าขุนเดชไม่ได้ทำและโดนใส่ร้าย จึงต้องขอร้องให้ขุนเดชมอบตัวเพื่อไปพิสูจน์ความจริงกับศาล แต่ขุนเดชไม่ยอมมอบตัวสู้และเข้าต่อสู้กับหมวดยงยุทธจนเอาตัวรอดหนีไปได้

ที่จริงแล้วกำนันบุญยังไม่ตาย แต่ถูกประดับจับตัวเอาไว้เพื่อเรียกให้ขุนเดชมาจัดการ โดยประดับเตรียมซ้อนแผนให้ตำรวจมาพบตอนที่ขุนเดชฆ่ากำนันบุญ ประดับส่งข่าวเรื่องกำนันบุญให้ขุนเดชรู้ผ่านทางอาจารย์ดาราว่ากำนันบุญอยู่ที่ถ้ำพระศิลาบนเขาหลวงที่ๆพ่อของขุนเดชถูกฆ่าตาย อาจารย์ดาราเตือนขุนเดชไม่ให้ไปตกหลุมพรางของประดับ และอาจารย์ประทีปก็เอาคำพูดของหลวงพ่อสุขที่เคยเตือนเอาไว้พูดให้ขุนเดชรู้ แต่ขุนเดชยืนยันว่าชีวิตเขาเกิดมาเพื่อปกป้องสมบัติของชาติ เขาคือทหารของพระร่วง ขุนเดชเดินทางไปที่ถ้ำศิลาและได้พบกำนันบุญในสภาพนั่งรถเข็นน่าเวทนา กำนันบุญขอร้องขุนเดชให้ไว้ชีวิตอ้างว่าตอนนี้ตัวเองก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้วได้รับกรรมที่เคยทำไว้แล้วอยากให้ขุนเดชอโหสิให้ ขุนเดชลังเลใจนึกถึงคำพูดของหลวงพ่อสุขที่อาจารย์ประทีปบอกไว้และคำสัญญากับบัวทองว่าจะใช้ชีวิตด้วยกัน อย่างสงบขุนเดชคิดจะอโหสิให้กำนันบุญ แต่กลับถูกกำนันยิงเข้ากลางอกด้วยปืนที่ซุกเอาไว้ในรถเข็น ขุนเดชทรุดฮวบหายใจรวยรินเจ็บใจที่โดนกำนันบุญหลอก ประดับโผล่เข้ามาหัวเราะสะใจที่ขุนเดชโดนเล่นงาน กำนันบุญอ้างว่าประดับสั่งให้ทำ ประดับเข้ามาจิกหัวขุนเดชสมเพชเวทนาอยากเห็นขุนเดชตายต่อหน้าต่อตา เพราะถ้าขืนปล่อยให้ตำรวจได้ตัวไป วันนึงขุนเดชก็ต้องพ้นโทษออกมาอีก ประดับทิ้งขุนเดชไว้ในถ้ำกับกำนันบุญ ขุนเดชเกือบจะตายอยู่แล้วแต่ด้วยคำพูดของพ่อที่พูดถึงพระขพุงผี ผีเทวดาที่ยิ่งใหญ่กว่าเทวดาใดๆบนเขาหลวง ขุนเดชก็ฮึดลุกขึ้นมากำนันบุญจะยิงขุนเดชซ้ำ แต่ขุนเดชก็ฟันฉับเข้าที่คอด้วยดาบนิล กำนันบุญคอขาด กระเด็นสาสมกับกรรมที่ทำไว้

หมวดยงยุทธกับจ่าแท่นและกำลังตำรวจตามมาที่เขาหลวงเพื่อต้องการระงับเหตุและจับตัวขุนเดช บัวทองกับอาจารย์ดาราตามจ่าแท่นมาด้วยเพราะเป็นห่วงขุนเดช แต่หมวดยงยุทธสั่งห้ามไม่ให้ขึ้นไปที่เขาหลวง อาจารย์ดาราขอร้องหมวดยงยุทธให้ปล่อยขุนเดชไป แต่หมวดยงยุทธยืนยันว่าเขาต้องทำทุกอย่างตามความถูกต้อง เพราะถ้าเขาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องชาตินี้เขาก็คงทนมองหน้าใครไม่ได้อีก และอาจารย์ดาราก็คงจะภูมิใจในตัวเขาไม่ได้ อาจารย์ดาราน้ำตารื้นยอมเข้าใจว่าหมวดยงยุทธมีความจำเป็นจึงยอมอยู่กับบัวทองที่ตีนเขาหลวง

ขุนเดชในสภาพที่บาดเจ็บหนักไล่ล่าตามหาตัวประดับในป่าบนเขาหลวง ประดับคิดว่าตัวเองน่าจะหาทางออกได้แต่ก็เกิดเรื่องน่าอัศจรรย์ เมื่อทางออกที่เคยเดินกลับไม่เหมือนเดิม ประดับเริ่มเดินวนเวียนอยู่ในป่าจนหลวงทางและได้ยินเสียงหวีดร้องน่ากลัวไปทั่วป่า ประดับยิงปืนไปทั่วเพราะคิดว่าเป็นฝีมือของขุนเดช แต่ภาพที่ประดับเห็นกลับเป็นภาพของนักรบโบราณเดินไปเดินมาอยู่รอบตัว และหนึ่งในกลุ่มนักรบโบราณก็คือขุนเดชที่ยืนจังก้าในมือถือดาบนิลที่ชักออกมาเป็นดาบคมกริบ ขุนเดชตวัดดาบเข้าสู้กับประดับและใช้มันเสียบทะลุหัวใจของประดับจนตายคาที่ จ่าแท่นกับหมวดยงยุทธตามมาพบขุนเดชในสภาพหายใจรวยริน ขุนเดชบอกหมวดยงยุทธว่าเสียใจที่ให้หมวดจับเข้าคุกไม่ได้ เพราะคงสิ้นลมหายใจอยู่ที่เขาหลวงแห่งนี้ ขุนเดชขอร้องหมวดยงยุทธว่าปล่อยให้เขาตายอยู่ที่นี่ จะได้เป็นผีเฝ้าสมบัติของบรรพบุรุษจากพวกใจบาป ขุนเดชแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตาหมวดยงยุทธ

รัฐมนตรีปราชญ์มาที่สุโขทัยเพื่อรับถ้วยชามสังคโลกที่ประดับเก็บไว้ให้ เมื่อนักข่าวถามถึงเรื่องของประดับที่ไปเกี่ยวข้องกับพวกค้าวัตถุโบราณ ท่านรัฐมนตรีด่าประดับว่าเป็นพวกสารเลวและเพิ่งรู้เห็นความเลวของมันเหมือนกันสาสมที่มันตายซะได้แถมยังรับปากกับประชาชนว่าจะกวาดล้างพวกขายสมบัติชาติให้สิ้นซาก แต่ครั้นเมื่อท่านรัฐมนตรีกลับมาถึงบ้านก็พบว่าประดับได้ส่งของขวัญมาให้ปารมี โดยสั่งให้ลูกน้องเอามาให้ก่อนที่ประดับจะตาย ปารมีเปิดกล่องของขวัญออกมาพบว่าเป็นกำไลทอง ปารมีเห็นว่าสวยดีจึงสวมกำไลทองเข้าไปแล้วก็เกิดอาการคุ้มคลั่ง ลุกขึ้นมาไล่ทำร้ายรัฐมนตรีปราชญ์จนตกบันไดคอหักตายคาที่ ส่วนปารมีก็กลายเป็นบ้าเดินเพ้อละเมอว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงหายออกจากบ้านไป

หมวดยงยุทธกับจ่าแท่นและชาวบ้านทุกคนร่วมกันจัดงานเผาศพให้ขุนเดช ทุกคนมาร่วมงานศพ บัวทองยืนร้องไห้เสียใจ แค้นที่คนดีๆอย่างขุนเดชต้องมาตายเพราะฝีมือคนชั่ว บัวทองเสียใจมากจึงได้เดินหลบออกไป จ่าแท่นเดินตามมาแล้วเล่าความจริงให้บัวทองฟังว่าขุนเดชยังไม่ตาย ตอนนี้หลบพักรักษาตัวอยู่และเป็นความตั้งใจของหมวดยงยุทธที่จะให้ทุกคนเข้าใจว่าวีรบุรุษบาปอย่างขุนเดชได้ตายจากไปแล้ว บัวทองดีใจเมื่อรู้ดังนั้น จึงพาแม่ไปอาศัยอยู่กับขุนเดชไปปลูกไร่ไถ่นาอยู่กันตามประสาอย่างมีความสุข โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าขุนเดชยังมีชีวิตอยู่ ส่วนหมวดยงยุทธได้เลื่อนยศขึ้นเป็นผู้การที่จังหวัดสุโขทัยและได้แต่งงานกับอาจารย์ดารา ทุกๆวันหมวดยงยุทธมักจะยืนมองโบราณสถานที่ยังทรงคุณค่า และนึกขอบใจขุนเดชที่เสียสละตัวเองเพื่อปกป้องสมบัติและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษให้อยู่สืบไป…..

จบบริบูรณ์



ติดตามอ่านคาแรคเตอร์ตัว ละครขุนเดช



หน้า:«123456789»

เรื่องใหม่ล่าสุด